เมื่อน้ำมันไม่ใช่คำตอบเดียว ส่องหุ้นพลังงานทางเลือกมาแรง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 04.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น-บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2026 ราคาปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (6 บาท/ลิตร) ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 38.94 บาท/ลิตร เปรียบเทียบกับก่อนปฏิบัติการ Epic Fury ของสหรัฐฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ระดับ 29.94 บาท/ลิตร ขณะที่ราคาแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 อยู่ที่ระดับ 40.68 บาท/ลิตร และ 41.05 บาท/ลิตร ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ระดับ 30.18 บาท/ลิตร และ 30.55 บาท/ลิตร ภาพข้างต้นเกิดขึ้นท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานอันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีศักยภาพในการรองรับการปรับขึ้นของราคาพลังงานโลกได้อย่างจำกัด ส่งผลให้นำมาสู่การปรับขึ้นราคาขายปลีกของน้ำมันในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนับเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึง SET Index ท่ามกลางต้นทุนภาคธุรกิจและค่าครองชีพที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นด้วยเช่นกัน
ในทางกลับกัน วิกฤตข้างต้นกลับเป็นปัจจัยสนับสนุนต่ออุปสงค์พลังงานทางเลือกอย่างเอทานอลและไบโอดีเซล สอดรับกับความพยายามของภาครัฐ ในการ 1) สนับสนุนให้ใช้เอทานอลในกลุ่มน้ำมันเบนซิน สะท้อนจากเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งอยู่ที่ 5.94 บาท/ลิตร (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มีนาคม 2026) สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ซึ่งตั้งอยู่ที่ 3.26 บาท/ลิตร และ 2) สนับสนุนให้ใช้ไบโอดีเซลในกลุ่มน้ำมันดีเซล และผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมันได้เริ่มปฏิบัติตามแนวทางของภาครัฐ สะท้อนจากการที่มีข่าววันนี้ BCP และ OR แจ้งว่าได้เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ภาคการเกษตรและประมง รวมถึงอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังมองเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (Renewable) อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เป็นต้น ที่นอกจากด้านต้นทุนจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาพลังงานโลกอย่างจำกัดแล้ว ยังมีแนวโน้มได้ Sentiment เชิงบวกจากมุมมองที่ว่าประชาชนอาจเปลี่ยนไปปฏิบัติงานจากที่บ้าน (WFH) หรือหันไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่ออุปสงค์ของการใช้ไฟฟ้าภาคประชาชน
ดังนั้น จึงมองเป็นโอกาสเก็งกำไรในหุ้นที่อยู่ใน Theme ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ดี แนะนำให้เก็งกำไรอย่างระมัดระวังเนื่องจากหุ้นใน Theme ข้างต้น โดยเฉพาะหุ้นพลังงานทางเลือกอย่างเอทานอลและไบโอดีเซล ส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็ก
ชู 3 หุ้น Top pick
พลังงานทางเลือก (เอทานอลและไบโอดีเซล)
BBGI
- ธุรกิจหลัก คือ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ เอทานอลและไบโอดีเซล
- Bloomberg Consensus คาดปี 2026 รายได้และกำไรสุทธิเติบโต 14% และ 118% ตามลำดับ
- รอที่โซนแนวรับ 00 บาท ตั้งเป้าทำกำไรที่แนวต้าน 4.30 และ 4.40 บาท ตัดขาดทุนหากต่ำกว่า 3.90 บาท
UVAN
- ธุรกิจหลัก คือ สวนปาล์ม สกัดน้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันเมล็ดในปาล์มเพื่อจำหน่ายให้แก่โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม
- มีคะแนนรวม (Total score) จาก CoreSight ที่ 4 โดยโดดเด่นด้าน Total return (92) Stability (90) และ Performance (82)
- รอที่โซนแนวรับ 80 บาท ตั้งเป้าทำกำไรที่แนวต้าน 16.70 และ 17.00 บาท ตัดขาดทุนหากต่ำกว่า 15.50 บาท
พลังงานหมุนเวียน
GUNKUL
- ปี 2026 บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 10-15% หรือแตะระดับ 10,000 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนมาจากการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
- บริษัทตั้งเป้าข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ซื้อไฟฟ้า (PPA) เพิ่มอีก 300 MW เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานสะอาดเป็น 2,000 MW
- รอที่โซนแนวรับ 30 บาท ตั้งเป้าทำกำไรที่แนวต้าน 2.54 และ 2.60 บาท ตัดขาดทุนหากต่ำกว่า 2.24 บาท
นอกจาก Top pick ดังกล่าวแล้ว ยังมีหุ้นที่เข้าข่ายอยู่ใน Theme พลังงานทางเลือก อาทิ AIE, APO, BIOTEC, KSL, KTIS, PCE, SMO, TAE, VPO, UBE และ UPOIC เป็นต้น และพลังงานหมุนเวียน อาทิ BCPG, SSP และ TSE เป็นต้น