โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยามาล โดนตำหนิว่าตัวเองคือต้นเหตุของอาการเจ็บ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ลามีน ยามาล ดาวยิงตัวเก่งของบาร์เซโลน่า ถูกวิจารณ์ว่าต้นเหตุของอาการบาดเจ็บที่ทำให้พลาดลงเล่นในช่วงท้ายฤดูกาลมาจากพฤติกรรมนอกสนามของตัวเองล้วนๆ

หลังจากที่ ลามีน ยามาล ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ในเกมที่เอาชนะเซลต้า บีโก้ เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา จนต้องพลาดโอกาสลงเล่นในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล และอาจส่งผลกับการรับใช้ทีมชาติสเปน ในศึกฟุตบอลโลก ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึง 2 เดือน

ล่าสุดมีประเด็นที่ทำให้เป็นที่ถกเถียงกัน เมื่อ ฮวน ฟูร์ลานิช นักข่าวชาวอาร์เจนติน่า ได้วิจารณ์เรื่องนี้ว่าสาเหตุอาการบาดเจ็บมาจากตัวนักเตะเอง ผ่านรายการ Fútbol Total ออกอากาศทางช่อง DSports ที่ได้รับความนิยมในแถบละตินอเมริกา

โดยในคำวิจารณ์บอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมีการเปิดเผยว่าในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนแข่ง ลามีน ยามาล ได้รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดระหว่างเที่ยวบินส่วนตัวตอนกลางคืน ซึ่งสำหรับนักกีฬานี่คือพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายโดยตรง

หลังมีการเผยแพร่ความคิดเห็นดังกล่าวออกไปทำให้เป็นที่ถกเถียงกันในโลกฟุตบอลโดยแบ่งเป็น 2 ฝั่ง มุมหนึ่งคือเรื่องพฤติกรรมนอกสนามที่ส่งผลกับร่างกาย ส่วนอีกมุมมองหนึ่งชี้ว่านักเตะไม่ได้รับความยุติธรรมจากคำวิจารณ์นี้ เพราะอาการบาดเจ็บนั้นเกิดขึ้นได้กับนักฟุตบอลทุกคน ไม่ว่าจะเตรียมความพร้อมมาดีแค่ไหน

ด้วยโปรแกรมแข่งขันที่อัดแน่น และความกดดันรอบตัว ทำให้ ลามีน ยามาล ต้องผลักดันตัวเองไปจนถึงขีดจำกัดของร่างกาย ซึ่งความกังวลจากอาการบาดเจ็บครั้งนี้มุ่งตรงไปที่ทีมชาติสเปน เพราะใกล้ที่จะถึงศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า

มีรายงานเบื้องต้นถึงอาการบาดเจ็บของ ลามีน ยามาล เกิดขึ้นที่บริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ส่งผลให้เขาจะพลาดโอกาสลงช่วยต้นสังกัดในช่วงเวลาที่เหลือของฤดกาล และอาจจะส่งผลถึงทีมชาติสเปน ในการลุยศึกฟุตบอลโลก 2026

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...