โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

น้ำตาร่วง! สาวฝากทองร้านประจำ 140 บาท สุดท้ายได้คืนแค่ 80 บาท

สยามนิวส์

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Nick
กรณีที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ “พี่เรียม” หญิงชาวไร่ผู้มีวิถีชีวิตเรียบง่าย แต่มีทรัพย์สิ

กรณีที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ “พี่เรียม” หญิงชาวไร่ผู้มีวิถีชีวิตเรียบง่าย แต่มีทรัพย์สินเป็นทองคำที่สะสมมาจากการทำงานหนักตลอดชีวิตรวมกว่า 140 บาท ซึ่งได้นำไปฝากไว้กับร้านทองขนาดใหญ่ในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการทำธุรกิจซื้อขาย แต่แล้วความไว้วางใจกลับต้องพังทลายลง เมื่อเธอไม่สามารถขอเบิกทองคำคืนได้ครบตามจำนวน ทำให้เธอถึงกับร่ำไห้และมีอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับจากความทุกข์ใจ

เรื่องราวนี้ได้ถูกนำเสนอในรายการ “โหนกระแส” เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยมี คุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งได้เชิญ คุณเรียม ผู้เสียหาย, คุณเจริญ สามีของคุณเรียม, คุณปุ๊ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ คุณอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม มาร่วมให้ข้อมูลและไขข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว

จุดเริ่มต้น: จากทองครึ่งสลึงแรก สู่ 140 บาท

คุณเรียม วัย 53 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบันพักอาศัยและประกอบอาชีพอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการสะสมทองคำว่า เธอเริ่มเก็บสะสมมาตั้งแต่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเริ่มต้นจากการทำงานรับจ้างรายวัน วันละ 25 บาท และค่อยๆ เก็บหอมรอมริบจนสามารถซื้อทองคำครั้งแรกได้ครึ่งสลึง ในราคา 650 บาท

แรงบันดาลใจสำคัญมาจากการยึดถือคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ว่า “ให้ซื้อทองเก็บไว้ติดตัว ยามฉุกเฉินขายได้ทุกที่” หลักคิดนี้ทำให้คุณเรียมยึดมั่นในการสะสมทองคำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะไปทำงานในต่างประเทศที่ไต้หวันเป็นเวลา 3 ปี หรือกลับมาประกอบอาชีพค้าขายตามตลาดนัดในประเทศ เธอก็ยังคงสะสมทองคำอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ สามียังมอบทองคำให้เป็นของขวัญวันเกิดในทุกๆ ปี จนกระทั่งทองคำที่สะสมมาตลอดชีวิต รวมถึงที่ซื้อขายเพื่อทำกำไรในช่วงปี 2567-2568 มีจำนวนรวมกันทั้งสิ้น 140 บาท

ความไว้ใจ: จากลิ้นชักบ้าน สู่มือร้านทอง

เดิมทีคุณเรียมเก็บทองคำทั้งหมดไว้ที่บ้าน แต่ด้วยความไว้วางใจในร้านทองเจ้าประจำ ซึ่งเป็นร้านใหญ่ที่สุดในอำเภอ และได้รับการแนะนำให้นำทองคำมาฝากไว้กับทางร้าน โดยอ้างว่าจะมีความปลอดภัยกว่า ไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จ และสะดวกในการซื้อขาย คุณเรียมจึงตัดสินใจนำทองคำทั้งหมด 140 บาทมาฝากไว้กับทางร้าน โดยทุกครั้งที่มีการซื้อขาย จะมีการชั่งน้ำหนักและออกบิลให้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

วันที่ทุกอย่างพลิกผัน ขณะพักผ่อนที่กระบี่

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นขณะที่คุณเรียมกำลังพักผ่อนอยู่ที่จังหวัดกระบี่ เมื่อได้รับโทรศัพท์จากพนักงานร้านทองแจ้งว่า “มีเงินหายไปจากระบบ” และกล่าวหาว่าคุณเรียมมีส่วนร่วมกับพนักงานในการทุจริตเงินจำนวน 276,000 บาท ซึ่งเป็นผลต่างจากการซื้อขายทองคำในช่วงที่ราคามีความผันผวน

คุณเรียมจึงรีบเดินทางกลับมาเพื่อชี้แจงปัญหา แต่ทางร้านกลับปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าเป็นการกระทำของรองผู้จัดการ (ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นผู้จัดการร้านตัวจริง) ไม่เกี่ยวข้องกับทางร้าน และยังกดดันให้คุณเรียมทำสัญญาเงินกู้กับพนักงานคนดังกล่าว เพื่อเปลี่ยนสถานะให้พนักงานเป็น “ลูกหนี้” และคุณเรียมเป็น “เจ้าหนี้” แทน คุณเรียมซึ่งไม่มีความรู้ด้านกฎหมายมากนัก ได้ลงนามในสัญญาดังกล่าวโดยไม่ได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ทำให้ร้านทองพ้นจากความรับผิดชอบในปัญหาเงิน 276,000 บาทนั้นโดยสิ้นเชิง

ทอง 140 บาท: ได้คืนเพียง 80 บาท

เมื่อคุณเรียมต้องการขอเบิกทองคำคืนทั้งหมด 140 บาท ทางร้านทองกลับยินยอมคืนให้เพียง 80 บาทเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าทองจำนวน 80 บาทดังกล่าวมีหลักฐานการโอนเงินที่ชัดเจน ส่วนทองอีก 60 บาทที่เหลือ ซึ่งชำระด้วยเงินสดนั้น ทางร้านอ้างว่า “บิลไม่ตรง” “ไม่มีลายเซ็น” และต้องการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ทางร้านยังกล่าวหาว่าคุณเรียมซื้อทองคำ 2 บาท โดยไม่มีการจ่ายเงิน และอ้างว่าไม่พบหลักฐานการจ่ายเงินจากกล้องวงจรปิด ทั้งที่คุณเรียมมีบิลที่ออกโดยร้านทอง พร้อมตรายางและลายเซ็นของผู้จัดการอยู่ในมือเป็นหลักฐาน

คุณเรียมเล่าด้วยความปวดร้าวว่า เธอร่ำไห้อยู่เป็นเดือน กินไม่ได้นอนไม่หลับ และไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง แถมยังถูกข่มขู่เรื่องภาษีย้อนหลังอีกด้วย

ทนายเข้าช่วย: คดีพุ่งสู่ศาล

คุณเรียมได้รับความช่วยเหลือจาก คุณอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ซึ่งได้ยื่นหนังสือบอกกล่าวเพื่อขอเจรจากับทางร้านทอง และเดินทางไปพบร้านทองที่อำเภอพิมายโดยตรง ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายดังนี้

แจ้งความหมิ่นประมาท กรณีที่ร้านกล่าวหาคุณเรียมร่วมฉ้อโกง (แจ้งความเมื่อวันที่ 20 เมษายน)

แจ้งความยักยอกทรัพย์ กรณีไม่คืนทองคำ 60 บาท

ฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพิมาย เพื่อเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 5 ล้านบาท (เงินต้น 4 ล้านกว่าบาท บวกกับค่าเสียหายเชิงธุรกิจ 1 ล้านบาท ในฐานะคดีผู้บริโภค)

เจ้าของร้านเปิดใจในรายการโหนกระแส

เจ้าของร้าน (หนึ่งในผู้ถือหุ้น) ได้ยืนยันในรายการว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเงินไม่เข้าระบบของร้าน และขอให้การรายละเอียดทั้งหมดในชั้นศาล แต่ก็ยอมรับว่าคุณเรียมน่าจะเป็นเหยื่อของผู้จัดการร้านเช่นกัน พร้อมยืนยันว่ายินดีนำทองคำ 60 บาทที่เหลือไปวางไว้ที่ศาลตามที่รายการได้เสนอ

ขณะเดียวกัน อดีตผู้จัดการร้านได้โทรศัพท์เข้ามาในรายการพร้อมกับร้องไห้ และยืนยันว่า “คุณเรียมจ่ายเงินสดทุกครั้ง” และทุกครั้งที่มีการซื้อขาย จะมีการตัดยอดในระบบของร้านเสมอ พร้อมยืนยันว่าพร้อมที่จะเป็นพยานในคดี แม้จะมีความกังวล และปัจจุบันต้องดูแลบิดาที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

คุณอนันต์ชัย ไชยเดช ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการยักยอกเงินจริง ทางร้านทองซึ่งต้องมีการตัดยอดสต็อกทุกวันตอนเย็น จะต้องตรวจพบความผิดปกติได้ทันที จึงตั้งคำถามว่าผู้จัดการทุจริตจริง หรือเป็นเพียง “ตกกระไดพลอยโจน” จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...