โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮ่องกงเพิ่มกม.มั่นคง “อนุญาต” ตร.ขอรหัสมือถือจากผู้ต้องสงสัย-ขัดขืนส่อคุก 1 ปี

Khaosod

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 00.30 น.

ฮ่องกงเพิ่มกม.มั่นคง - บีบีซี รายงานวันที่ 24 มี.ค. ว่า ตำรวจฮ่องกงสามารถขอรหัสผ่านโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์จากผู้ต้องสงสัยว่าละเมิด กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสแอล) และผู้ที่ปฏิเสธอาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับสูงสุด 100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (เกือบ 421,570 บาท)

ขณะนี้ตำรวจฮ่องกงสามารถขอรหัสผ่านโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์จากผู้ต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (NSL) ที่มีขอบเขตครอบคลุมกว้างขวาง ผู้ที่ปฏิเสธอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดหนึ่งปีและปรับสูงสุด 100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และบุคคลที่ให้

ภาพประกอบ - Hong Kong police can now demand phone or computer passwords from those who are suspected of breaching the wide-ranging National Security Law (NSL). Those who refuse could face up to a year in jail and a fine of up to HK$100,000 and individuals who provide "false or misleading information" could face up to three years in jail. /RTEUrdu/

ส่วนบุคคลที่ให้ “ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด” อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 3 ปี นอกจากนี้ยังเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดสิ่งของที่พวกเขาเห็นว่า “มีเจตนาก่อกบฏ” ได้ด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขเพิ่มเติมของกฎหมายย่อยภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่รัฐบาลของนายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประกาศใช้เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติของเมือง

การแก้ไขครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (NSL) ที่รัฐบาลประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กฎหมาย NSL ถูกนำมาใช้ในฮ่องกงในปี 2020 หลังจากการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในปีก่อนหน้า ทางการกล่าวว่ากฎหมายเหล่านี้ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การกระทำต่างๆ เช่น การก่อการร้ายและการแบ่งแยกดินแดน มีความจำเป็นต่อเสถียรภาพ แต่ผู้1วิจารณ์กล่าวว่ากฎหมายเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการปราบปรามการต่อต้าน

ฮ่องกงเพิ่มกม.มั่นคง - ภาพประกอบ - It comes as part of new amendments to a bylaw under the NSL that the government gazetted on Monday. The NSL was introduced in Hong Kong in 2020, in wake of massive pro-democracy protests the year before. Authorities say the laws, which target acts like terrorism and secession, are necessary for stability - but critics say they are tools to quash dissent.

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกนำมาใช้ในฮ่องกงในปี 2563 หลังเกิดการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ช่วงปี 2562 ทางการระบุว่ากฎหมายนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความมั่นคง พุ่งเป้าไปที่การกระทำต่างๆ เช่น การก่อการร้ายและการแบ่งแยกดินแดน แต่นักวิจารณ์กล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการปราบปรามการต่อต้าน

ทางการฮ่องกงระบุว่าการแก้ไขกฎหมายทำให้มั่นใจได้ว่า “กิจกรรมที่คุกคามความมั่นคงของชาติสามารถป้องกัน ปราบปราม และลงโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของบุคคลและองค์กรก็ได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอ”

ทางการฮ่องกงแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมในวันจันทร์นี้ ทำให้มั่นใจได้ว่า

ฮ่องกงเพิ่มกม.มั่นคง - ภาพประกอบ - Monday's amendments ensure that "activities endangering national security can be effectively prevented, suppressed and punished, and at the same time the lawful rights and interests of individuals and organisations are adequately protected", Hong Kong authorities said on Monday. Changes to the bylaw was announced by the city's leader, John Lee, bypassing the city's legislative council. /sinoeurovoices/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮ่องกงเพิ่มกม.มั่นคง “อนุญาต” ตร.ขอรหัสมือถือจากผู้ต้องสงสัย-ขัดขืนส่อคุก 1 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...