โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบรอบ 30 ปี 14 กุมภา พญาแร้งฝูงสุดท้ายตายยกฝูงสูญพันธุ์จากไทย

Environman

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 10.41 น.

ครบรอบ 30 ปี 14 กุมภาพันธ์ 2535 พญาแร้งฝูงสุดท้ายตายยกฝูงในป่าห้วยขาแข้ง หลังกินซากเก้งอาบยาเบื่อ และสูญพันธุ์ไปจากไทย กับความพยายาของหลายองค์กรในกามชุบชีวิตนักกำจัดซาก ฟื้นฟูพญาแร้งสู่แหล่งอาศัยในธรรมชาติอีกครั้ง
พญาแร้งเป็นนกขนาดใหญ่ เป็นสัตว์ในวงศ์เหยี่ยว (Family Accipitridae) หรือนกวงศ์ผู้ล่า (Bird of Prey) มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต พบมากในทวีปเอเชียแถบประเทศอินเดีย จีน พม่า และอินโดจีน ในประเทศไทยจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
พวกเขามีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ มักหากินอยู่ตามพื้นที่โล่งแจ้ง ใช้สายตาหาซากสัตว์ โดยมักจะบินร่อนเป็นวงกลมบนท้องฟ้าระดับสูง สามารถร่อนกลางอากาศอยู่นานนับชั่วโมง โดยไม่ต้องกระพือปีก การทำหน้าที่ของพญาแร้งในฐานะนกเทศบาล พวกเขาเป็นผู้ที่ทำให้ระบบนิเวศในผืนป่าเกิดความสมดุล และคงความหลากหลายทางชีวภาพ หากที่ไหนมีพญาแร้งพื้นที่แห่งนั้นจะต้องมีซากสัตว์ และแสดงว่าต้องมีสัตว์ป่าผู้ล่าอาศัยอยู่
ทำให้เห็นว่านกเทศบาลตัวนี้ คือสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งชนิดที่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าใหญ่ นอกจากนี้การกำจัดซากสัตว์ของพญาแร้ง เป็นการตัดวงจรการขยายพันธุ์ของโรคระบาดที่เกิดขึ้นและอาศัยอยู่ในตัวสัตว์ป่านั้น ๆ ซึ่งหากมองในมุมด้านสุขอนามัย พญาแร้งจึงถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะผู้ดูแลสุขภาพของผืนป่าให้ปลอดภัยปราศจากโรคร้าย
สำหรับในประเทศ พญาแร้งได้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วราว 30 ปี โดยเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปี 2535 พญาแร้งฝูงสุดท้ายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตายจากยาฆ่าแมลงในซากเก้ง ที่พรานล่าสัตว์ป่าใช้เป็นยาเบื่อใส่ไว้หวังจะวางยาเบื่อเสือโคร่ง เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พญาแร้งในป่าห้วยขาแข้ง ตายไป 30 กว่าตัว ทำให้พญาแร้งลดจำนวนลงและไม่พบในป่าห้วยขาแข้งอีกเลยในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีพญาแร้งหลงเหลืออยู่ในการเพาะเลี้ยงของประเทศไทย (สวนสัตว์และสถานีเพาะเลี้ยง) เพียง 5 ตัวเท่านั้น ภายใต้โครงการความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ที่ได้ร่วมมือกันทำ “โครงการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย” ได้แก่ องค์การสวนสัตว์ โดยสวนสัตว์นครราชสีมา และสำนักอนุรักษ์และวิจัย, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวนศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และอีกหลายหน่วยงานพันธมิตร ที่มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์พญาแร้งนอกถิ่นอาศัย (สวนสัตว์และสถานีเพาะเลี้ยง) ให้มีประชากรที่เพียงพอต่อการปล่อยสู่ธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์พญาแร้งในถิ่นอาศัย ณ บริเวณพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ต่อไปในอนาคต
โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เป็นความหวังเดียวที่จะฟื้นฟูพญาแร้งกลับมาได้ เพราะนี่คือที่อยู่อาศัยเดิมของมัน และที่นี่ก็เป็นที่เดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรเสือโคร่งหนาแน่นมากที่สุด เพราะเสือเป็นนักล่า เป็นผู้ที่ทำให้เกิดซาก การมีอยู่ของเสือจึงเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของแร้ง ซึ่งทุกวันนี้กรมอุทยานฯ เข้มงวดในการดูแลพื้นที่มากขึ้น ที่ผ่านมาประชากรเสือโคร่งในป่าตะวันตกเพิ่มขึ้น เป็นความหวังที่แร้งจะอยู่ได้
.
วัตถุประสงค์ของโครงการฯ
1. เพื่อฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย บริเวณพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง
2. เพื่อศึกษาข้อมูลทางด้านชีววิทยาและนิเวศวิทยาของแร้งในพื้นที่ถิ่นอาศัยในธรรมชาติ
3. เพื่อสำรวจประชากรนกกลุ่มแร้งในพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมเพื่อเป็นแหล่งพันธุกรรม
4. เพื่อใช้เป็นโครงการต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งประจำถิ่นอีก 2 ชนิด ของประเทศไทย ได้แก่ แร้งเทาหลังขาวและแร้งสีน้ำตาล
5. สร้างเครือข่ายการอนุรักษ์นกกลุ่มแร้งทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ
ทุกท่านสามารถติดตามและให้กำลังใจทีมงานได้ที่เพจ โครงการ “การฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย” และร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทยเพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติในการช่วยฟื้นฟูประชากรพญาแร้งให้กลับคืนมาผ่านการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยและการฟื้นฟูประชากรได้ที่ โครงการพญาแร้งคืนถิ่น ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส รัตนาธิเบศร์ บัญชีเลขที่ 679-6-72119-5
มูลนิธิ สืบนาคะเสถียรเผยว่า แม้วันนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว จะทำให้แร้งต้องหายไปจากธรรมชาติของไทย แต่เรากำลังพยายามที่จะนำพวกเขากลับมาอีกครั้ง โดยในวันนี้ (14 ก.พ.65) คณะทำงานฯ จะทำการย้ายแร้งจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ขึ้นไปยังซับฟ้าผ่า ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี โดยหวังว่าแร้งทั้งสองจับคู่กันอีกครั้ง เพื่อเพิ่มประชากรแร้งและให้พวกเขาได้กลับมาโบยบินในป่าห้วยขาแข้งในอนาคต
ที่มา
https://www.seub.or.th/…/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8…/…
https://www.facebook.com/130907225826/posts/10160175102140827/?d=n

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...