ก้าวใหม่ของเคน ภูภูมิ ดีเจโปรดิวเซอร์ที่ผลงานเข้าตาต่างชาติ และเซเลปต้นไม้ ผู้ดังไกลถึงต่างแดน
“รับบทเป็นชาครีย์ครับ”เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ซึ่งกำลังมีผลงานใหม่มาให้แฟนๆได้ดู หลังหายหน้าหายตาจากจอไประยะหนึ่ง เล่าถึงบทบาทในละคร‘มายาเสน่หา’ ซึ่งกำลังแพร่ภาพให้ทางช่อง 3 HD ทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 20.20 น. จากนั้นก็ยิ้มนำ แล้วโอดตามมาว่า บทที่ได้รับนั้นยากทีเดียวเชียว
คือถ้าแค่เป็นคนบ้างาน ทำงานจนไม่ใส่ใจภรรยาและคนรอบข้างอาจจะยังไม่เท่าไหร่ แต่บริบทที่มีประกอบไว้คือ ชาครีย์กับภรรยาเป็นคู่ที่แต่งงานกันมาแล้ว 7 ปี ตรงนี้สิที่เขาต้องทำความเข้าใจ
“เพราะ 7 ปี อยู่ด้วยกัน มันต้องรู้ทุกอย่างของกันและกัน”
ขณะที่ในความเป็นจริงคือเขากับไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ผู้รับบทภรรยา เพิ่งได้ร่วมงานกันครั้งแรก อีกทั้งโดยส่วนตัวเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด คุยไม่เก่ง ก่อนจะเริ่มถ่ายทำ ผู้กำกับ ฟิวส์ กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล จึงจับมาเข้าคู่ละลายพฤติกรรม พร้อมให้คำแนะนำในฐานะผู้มีประสบการณ์แต่งงานแล้ว
เคนซึ่งผ่านงานแสดงมาแล้วหลายเรื่องยังบอกด้วยว่า การแสดงละครเรื่องนี้ต้องใช้พลังงานสูงมาก
“คือมันไม่ใช่แค่เอนเนอจี้เรื่องชีวิตคู่อย่างเดียว แต่ต้องไปใช้เอนเนอจี้เยอะกับสิ่งอื่นๆ ใช้จินตนาการ ใช้อะไรที่มันไม่ได้อยู่ในโลกของความเป็นจริง ซึ่งตรงนั้นก็ทำให้เราใช้พลังงานเยอะมากกับเรื่องนี้”
ดังนั้น“อยากให้ติดตามกันนะครับ” เขาว่า
…
นอกเหนือจากละครเรื่องดังกล่าว เคนยังเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ตอนนี้งานเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ ที่เขาทำกับทิโมธี สุปรีย์ลีลา น้องชายของ เอสเธอร์ แฟนสาว ได้เซ็นสัญญากับค่าย Actuation Music ที่ในวงการรู้กันดี ว่าเป็นค่ายที่มียอดสตรีมมิ่งสูงมากในเพลงประเภทนี้
“ดีใจที่ได้ขยับไปอีกเลเวลหนึ่ง” เคนซึ่งผลงานเพลงกำลังจะถูกปล่อยในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าเผยความรู้สึก จากนั้นก็ว่าเขากับทิโมธีร่วมงานกันมาได้ราว 3 ปีแล้ว และก็หวังว่าเพลงแรกที่ได้เซ็นสัญญาไป จะเป็นเหมือนใบเบิกทางให้เพลงอื่นๆได้รับความสนใจมากขึ้น
“ผมรู้สึกว่าค่ายเพลงที่เป็นค่ายใหญ่ๆจะอยู่ที่เนเธอแลนด์ อเมริกา พวกนี้เหมือนเป็นเบสหลักของสายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถ้าเราไปเข้าข่ายที่โน่นได้ ก็แสดงว่าเพลงที่เราทำอยู่ในระดับที่โอเค”
และก็หวังว่าจะได้รับการยอมรับจากผู้ฟังทั่วไป
ทั้งนี้แม้จะมุ่งมั่นเอาดีในทางดนตรี แต่ด้านงานแสดง เคนก็ไม่ทิ้ง โดยหลังตัดสินใจออกมาเป็นนักแสดงอิสระ เขาก็ตอบรับงานละครของช่องวัน 31 ไว้เรื่องหนึ่ง
“เป็นความท้าทายใหม่ๆ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน” เคนในวัย 29 บอกพลางยิ้ม
ก่อนหยอดข้อมูลยั่วให้แฟนๆอยากดูเพิ่มว่า บทที่เขาได้ในงานซึ่งใกล้จะเปิดกล้องถ่ายทำเต็มที เป็นบทที่ใหม่ๆ และ “ไม่เคยเห็น 100 %”
แต่เดี๋ยวก่อน-ต้องบอกว่างานของเคนยังไม่หมดแค่นั้น ด้วยล่าสุด ผลพวงจากการกักตัวอยู่บ้านช่วงโควิด-19 ระบาดใหม่ๆในช่วงปีก่อน ก็เป็นจุดเปลี่ยนให้เขาหันมาทำธุรกิจปลูก ขาย นำเข้า และส่งออกต้นไม้
“ช่วงโควิด อยู่บ้านเลยอยากหาต้นไม้ปลูก เห็นคนอยู่บ้าน ถ่ายรูปแล้วมีต้นไม้มันดูอบอุ่นดี ดูมีอะไรดี”
แล้วเมื่อลองปลูกอย่างเขาอื่นบ้างก็รู้สึกชอบ จึงไปหาข้อมูลของต้นไม้ต่างๆเพิ่ม
“ศึกษาสตอรี่ของต้นไม้ว่ามาจากไหน มายังไง ทำไมถึงมีราคาแบบนี้ คือต้นไม้ที่หายาก ความสวยของมันก็ไม่เหมือนกัน สวยมากก็ราคาสูงหน่อย สวยน้อยก็ราคาต่ำลงมา แต่ผมก็ปลูกหมด ตั้งแต่ราคาทั่วไป จนถึงราคาแบบนักสะสม”
ในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ เคนบอกว่าเขาได้ความรู้มากมายจากคนที่เขารู้จักคนหนึ่ง
“เป็นรุ่นพี่ที่เขาเดินทางไปเก็บต้นไม้มาทั่วโลก เก็บต้นแปลกๆจากเอกวาดอร์ เปรู บราซิล เขาเดินทางเก็บต้นไม้มาเกือบ 30 ปี และก็มีความรู้จริงด้านต้นไม้ เขาเล่าให้ฟังว่าต้นที่เขาไปเจอ ไปเก็บมา นำเข้าประเทศไทยครั้งแรกเมื่อไหร่ ตอนไหน ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนเป็นการท่องเที่ยวทั่วโลกไปในตัว”
และเมื่อรู้สึกชอบขนาดนั้นเขาจึงตัดสินใจไปเรียนรู้เรื่องการเพาะปลูก และดูแลต้นไม้อย่างจริงจัง
“อยากรู้ครับ”
“เห็นคนอื่นทำ แล้วอยากรู้ การขยายพันธุ์ต้นไม้ทีละเยอะๆทำยังไง อันไหนทำได้ อันไหนทำแล้วดี หรือไม่ดี ต่อไปมันจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ก็ควรจะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับมัน”
เคนซึ่งเอาจริงเอาจังเรื่องต้นไม้มาได้ราว 1 ปี บอกว่าถึงตอนนี้ต้นทุนที่เขาลงไปได้คืนมาหมดแล้ว เพราะรายได้จากการขาย “เยอะมากครับ”
“ตลาดนี้เป็นตลาดทั่วโลก ทั่วโลกชอบต้นไม้เหมือนกัน ชอบสายพันธุ์เดียวกัน แต่ต้นไม้มันมีไม่พอสำหรับโลกใบนี้”
ต้นไม้ที่เขาขาย เคนบอกว่ามีหลายราคา ทั้งที่ไม่สูงมาก ไปจนกระทั่งถึงระดับราคา 7 หลัก
“คนรู้จักเราค่อนข้างเยอะครับ”
“ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลี จะติดตามเพจหรือไอจี weplant_studio คือคนต้นไม้เขาจะมีคนที่่เป็นเหมือนเซเลบสำหรับต้นไม้ จะโพสต์กันไปมา เราก็ไปดังที่ฟิลิปปินส์ เขาเห็นว่าเราเป็นคนปลูก ก็ทักมาถาม เพราะเรามีต้นไม้ที่สปีชี่ส์ค่อนข้างหายากและมีน้อย” เคนซึ่งกลายเป็นเซเลบด้านนี้ไปเรียบร้อยเล่า
เขายังบอกอีกว่า ถึงตอนนี้เป้าหมายของเขาในเรื่องของต้นไม้คือการที่อยากจะสะสมไปเรื่อยๆ
“อยู่กับต้นไม้นี่แหละ รอดูว่าต่อไปจะทำอะไรต่อ ที่มันขยายธุรกิจด้วย แล้วก็เป็นคอลเลคเตอร์ เก็บสะสมต้นไม้ที่หายากๆ เลี้ยงให้เป็นท็อป ฟอร์ม ที่สวยๆ”
“เอาไว้ถ่ายให้คนทั่วโลกดู”