โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เจ้าของรีสอร์ดังเขาค้อ”ตั้งป้ายยักษ์ต้าน”แปลงป่าสงวนเป็นที่ราชพัสดุ” งัดรูปแฉรีสอร์ทใหญ่เร่งผุดหลายแห่ง (ชมคลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 12.23 น. • 77 ข่าวเด็ด

เพชรบูรณ์-"เจ้าของรีสอร์ดังเขาค้อ" ตั้งป้ายยักษ์ชวนปชช. ร่วมต้าน"เปลี่ยนป่าสงวนฯเป็นที่ราชพัสดุ เอื้อนายทุน-นักการเมือง ใช้เขาค้อเป็นโมเดลฮุบป่าโดยไม่ผิดกฎหมาย" แถมงัดรูปแฉรีสอร์ทใหญ่กำลังเร่งผุดหลายแห่ง (ชมคลิป)

เวลา 12.00 น.วันที่ 16 พฤษภาคม นายประสม ประคุณสุขใจ กรรมการผู้จัดการบริษัทเมาเทนพาร์คอินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ทจำกัด และจ้าของรีสอร์ทชื่อดัง "เมาเทนพาร์ค"เขาค้อ นำพนักงานลูกจ้างเกือบ 10 คน ทำการติดตั้งป้ายยักษ์ขนาดยาว 25 เมตรกว้าง 5 เมตร บริเวณหน้ารีสอร์ทฯ ริมถนนทางหลวงหมาย 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยบนแผ่นป้ายไวนิลยักษ์ดังกล่าว มีข้อความระบุว่า "ร่วมกันต้านผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ที่ขอให้ครม.เปลี่ยนป่าสงวนแห่งชาติเป็นที่ราชพัสดุ เพื่อให้นายทุนและนักการเมืองใช้เขาค้อเป็นโมเดล ช่วยนักการเมืองที่รุกป่าถือครองที่ป่าโดยไม่ผิดกฎหมาย เชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมปกป้องผืนป่า ป่าสงวนเป็นของประชาชนทั้งประเทศ" โดยมีรูป "นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง, นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ อดีตผู้ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และนายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์" อยู่บนแผ่นป้ายยักษ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ยังนายประสมยังทำการแขวนป้ายไวนิลขนาดความยาว 10 เมตรและกว้าง 2 เมตร ที่บริเวณหน้าซุ้มประตูทางเข้าทางรีสอร์ท และยังใช้รถเคลนทำการแขวนป้ายขนาดความยาว 6 เมตรกว้าง 1.2. บนริมถนน โดยป้ายทั้งสองมีข้อความและรูปภาพ รมช.คลัง, อดีตผู้ว่าฯและผู้ว่าฯ แบบเดียวกันกับป้ายยักษ์ จนทำให้เกิดเสียงฮือฮาในทำนองเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้เป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ในขณะที่ผู้ที่เดินทางสัญจรผ่านไปมาต่างพากันแปลกใจ ในขณะที่มีบางรายถึงกับจอดรถบริเวณข้างทาง จากนั้นงัดกล้องมือถือขึ้นมาถ่ายบันทึกไว้ สำหรับการป้ายยักษ์ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

นายประสม ประคุณสุขใจ กล่าวว่า ป่าสงวนฯเป็นสมบัตืของประชาชนทั้งประเทศ แล้วผู้ว่าฯจะเพิกถอนป่าสงวน เพื่อให้นายทุนที่บุกรุกป่าได้กรรมสิทธิที่ดิน โดยไม่ผิดกฎหมาย จึงมาปลุกกระแสสังคมต้องการให้ทุกคนรับรู้และออกมาช่วยกันปกป้องผืนป่า เพราะตั้งแต่อดีตผู้ว่าฯสืบศักดิ์มีหนังสือเข้าครม.ไป 2 สองฉบับ และเมื่อผู้ว่าฯกฤษณ์มาก็มีหนังสือไปเมื่อวันที่ 10 ต.ค.64 อีกฉบับ ตอนนี้ก็ให้นายอำเภอเขาค้อไปสำรวจที่ดินเพื่อให้ครม.ยกเลิกป่า เบื้องหลังเพื่อให้นายทุนและนักการเมืองและข้าราชการซึ่งมีแทบทุกที่สีเข้าถือครอง

"กล้าทำกันได้อย่างไร ป่าเป็นของคนทั้งประเทศ เพื่ออะไรทำให้กับนักการเมือง ให้ผู้บุกรุกป่าได้ที่ดินไปโดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่รู้เอาสามัญสำนึกที่ไหนมาคิด ป่าสงวนเป็นของประชาชนทั้งประเทศ การจะเพิกถอนป่าสงวนต้องเป็นประโยชน์แห่งรัฐไม่ใช่ประโยชน์นายทุนหรือนักการเมือง ที่ฟังมามีใหญ่กว่านั้นที่ต้องการเอาโมเดลเขาค้อ ไปจัดการที่ป่าที่นักการเมืองบุกรุกไว้ทั้งหมดไปจัดการให้ถูกต้องเหมือนเขาค้อ หากผมไม่ออกมาปกป้องผืนป่าทั้งหมดคงไม่เหลือ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2561 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็รับปากว่าจะจัดการ แล้วก็จัดการจริงๆมีการออกคำสั่งคสช.ที่ 6/2562 ให้จัดการดำเนินคดีโรงแรมรุกป่า แต่ปรากฎว่ามีการบิดเบือนคำสั่งและยังจะมาเพิกถอนป่าเพื่อให้นายทุน โดยมีนักการเมืองและข้าราชการแทบทุกสีต่างมีเอี่ยวอยู่เบื้องหลัง"นายประสมกล่าวย้ำ

นายประสมกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้แจ้งความดำเนินการมาตรา 157 กับอดีตผู้ว่าและผู้ว่าไป 4 คนซึ่งงทางปปช.ได้มีการสอบสวนตนไปแล้ว นอกจากนี้ยังแจ้งดำเนินคดีกับอดีตนายอำเภอและนายอำเภอเขาค้ออีก 4 คน รวมทั้งยังแจ้งเนินคดีกับอดีตนายอำเภอหล่มเก่าและนายอำเภอหล่มเก่าอีก 4 คน ก็เรียนว่ากฎหมายไม่มีข้อยกเว้นและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติไม่มีอายุความ

กรรมการผู้จัดการบริษัทเมาเทนพาร์คฯ ยังอ้างด้วยว่า "เรื่องนี้ตนเคยคุยกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ยอมรับ และหลังมีการออกคำสั่งคสช.มา ทางกระทรวงมหาดไทยก็ออกกฎกระทรวงมาอีก แต่ก็ยังมีการบิดเบือนคำสั่งไม่รู้เป็นความเลวร้ายที่มีราชการผู้ใหญ่ระดับจังหวัดบางคน ที่ไม่คิดถึงพี่น้องประชาชน ยิ่งตอนนี้เขาค้อกำลังมีการก่อสร้างรีสอร์ทใหญ่ๆอีกหลายแห่ง ตนเพิ่งได้รับข้อมูลมาไม่ว่าจะเป็นทางขึ้นกังหันลมและยังมีจุดอื่นๆอีก ต้องถามว่านายอำเภอตาบอดหรือเปล่า ที่ปล่อยให้สร้างมาได้ถึงขนาดนี้

จากนั้นนายประสมยังงัดโทรศัพม์มือถือขึ้นโชว์พร้อมเปิดภาพสิ่งปลูกสร้าง โดยอ้างว่า เป็นรีสอร์ทแห่งหนึ่งบนเขาค้อ โดยมีโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งนายประสมคาดว่า น่าจะเป็นอาคารคอนกรีตไม่ต่ำกว่า 3ชั้น พร้อมยังกล่าวย้ำด้วยว่า "เป็นภาพที่มีผู้ที่ส่งมาให้สดๆเมื่อเช้านี้ และยังไม่ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เช่นกัน ซึ่งนายทุนเหล่านี้เร่งสร้างและบุกรุกป่าไว่ก่อน เพราะทราบดีว่าผู้ว่าฯกำลังผลักดันให้เพิกถอนป่า ก็เลยต้องบุกรุกและเร่งก่อสร้างไว้ก่อน หากพอเพิกถอนป่าแล้ว นายทุนเหล่านี้ก็จะได้ครอบครองป่าและที่ดินโดยถูกต้อง รวมทั้งเป็นเจ้าของโรงแรมรีสอร์ทโดยไม่ผิดกฎหมายอีกด้วย"

"ต้องเรียนว่ากฎหมายโรงแรมถ้าที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะได้เช่าตามมาตรา 16 พ ร.บ.ป่าสงวนฯ หรือดารได้ครองที่ดิน คทช.แปลงรวม ก็ไม่สามารถจะจดทะเบียนโรงแรมได้ สำคัญที่สุดผู้ที่มาบุกรุกทำโรงแรมที่เขาค้อราวร้อยละ 90 เป็นคนต่างถิ่นทั้งนั้นไม่ใช่คนเขาค้อ และคนเหล่านี้บางส่วนก็ครอบครองที่ดินหลายร้อยไร่ และบางรายยังทำธุรกิจค้าที่ดินบนเขาค้อ แต่กฎหมายเอาผิดไม่ได้ ในขณะที่ปัจจุบันนี้นายทุนเหล่านี้หลายรายยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมโดยปกติ ไม่มีอะไรจะเงื้อมมือไปแตะต้องได้ เพราะเบื้องหลังมีทั้งนักการเมืองและข้าราชการ-อดีตข้าราชการบิ๊กๆแทบทุกสีมีเอี่ยวหรือหนุนหลังอยู่"นายประสมกล่าว

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...