การทดลองที่ไม่มีที่สิ้นสุด ของ “Getsunova”
ถ้าหากจะพูดถึงถึงวงดนตรีที่มีความเป็นตัวตนที่ชัดเจนสูงที่สุดวงหนึ่งของยุคปัจจุบัน ชื่อของ Getsunova คงจะเป็นชื่ออันดับดับต้นๆ ที่ครองใจหลายๆ คน ด้วยรูปแบบของดนตรีที่มีจังหวะเฉพาะตัว และโดยเฉพาะเนื้อหาที่ตั้งคำถามกับรูปแบบความสัมพันธ์ซับซ้อนของผู้คน ที่นับวันเส้นบางๆ ที่ระบุสถานะของคนสองคนในยุคนี้ยิ่งเลือนลางลงไปทุกที จนซึมลึกเข้าไปถึงกลางใจใครหลายคนที่กำลังเหนื่อยใจกับความรักของตัวเอง แต่ในปี 2018 นี้ Getsunova กล่าวว่า ปีนี้คือปีที่พวกเขาเปิดศักราชพื้นที่ใหม่ๆ ในใจของทุกคน ทั้งรูปแบบเนื้อหา และดนตรี ที่มีพัฒนาการมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงขอชวนทุกคนมานั่งคุยกับพวกเขาเพื่ออัพเดทสถานะปัจจุบันของ Getsunova ที่พวกเขาบอกว่าเป็น “ชีวิตที่มีชีวิต” มากกว่าครั้งไหน ๆ !
จุดเริ่มต้นและตัวตนของ Getsunova
เนม: ตอนนั้นเนมยังเรียนโรงเรียนประจำอยู่ที่อังกฤษ ซึ่งก็มีการรวมตัวของกลุ่มนักเรียนไทย แล้วก็ไปรู้จักนาฑีอยู่ที่นั่นครับ
ณต: ตอนนั้นณตก็เพิ่งย้ายมาครับ แล้วก็มารู้จักกับนาฑีอีกที แล้วณตกับไปร์ท เคยเป็นวงเดียวกันตอนอยู่ไทยอยู่แล้ว ก็เลยว่า เราชวนเพื่อนเรามาตีกลองด้วยคนอีกดีกว่า รวมเป็นวงที่อยู่กระจัดกระจายกันคนละพื้นที่ แล้วทำเพลงกันผ่านอินเตอร์เน็ต ยุคสิบกว่าปีที่แล้วนี่เป็นเรื่องยากมากเลยนะครับ การทำเพลงผ่านอินเตอร์เน็ตนี่ กว่าจะได้มา Demo นึง กว่าจะ Attach ใน E-Mail กันในยุคนั้น File ใหญ่ไปบ้าง เน็ตช้าไปบ้าง ทุกวันนี้นี่ง่ายดายมากเลยครับ
ไปร์ท: ส่วนเอกลักษณ์ของพวกเราที่พยายามจะรักษาไว้ ในการทำเพลงตั้งแต่แรกเลย ก็คือ “การทดลอง” ครับ เราทดลองอะไรใหม่ๆ เสมอ ถ้าลองฟังเพลงของ Getsunova ยาวๆ ทุกยุคจะพบว่า จริงๆ แล้วเราใจง่ายครับ (หัวเราะ) เปลี่ยนไปเรื่อย มีโน่นมีนี่มาผสมอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเพลงใหม่ๆที่เราเพิ่งปล่อยออกมาก็ยังรู้สึกว่าเราไม่หยุด ได้ลองเอาอะไรแปลกๆมาผสม ยังไม่รู้ว่าดีไม่ดีนะ (หัวเราะ) แต่เราก็อยากหาอะไรใหม่ๆ มาใช้กับงานเสมอ
ณต: แต่ความเป็นตัวของตัวเองของพวกเราในดนตรี ก็มีอยู่ค่อนข้างเยอะอยู่แล้วครับ เพราะพวกเราแต่งเพลงกันเองตั้งแต่ตอนเป็นศูนย์ เข้าห้องอัดกันเอง จนออกมาเป็นเพลง ไปเล่นคอนเสิร์ตด้วยกัน ก็จะรู้ว่าเราจะไปทางไหนในแต่ละช่วง อย่างช่วงนี้เพื่อนเราตีกลองค่อนข้างจะ Rock นะ ลองเติมจังหวะหนักๆมั้ย พี่เนมนี่อาจจะเริ่มออกมาเต้นหน่อยๆ ก็อาจจะหาเพลงที่มี groove ให้เค้า แล้วเราก็เอาความเป็นตัวเองของพวกเราแต่ละคน มาปรับจูนกันให้มาเจอตรงกลาง แล้วก็กลายเป็นเพลงของวง Getsunova
เพลงของ Getsunova ที่มีความเป็นตัวเองของสมาชิกแต่ละคนมากที่สุดคือเพลงอะไร ?
ไปร์ท: โอ๋ ของผมนี่เพลง “แตกต่างเหมือนกัน” เลยครับ เพราะเป็นเพลงที่มีจังหวะ ค่อนข้างสนุก แล้วเพลงนี้มันก็เหมือนกับพวกเราทุกคนที่แตกต่างกันมาก แต่ชอบอย่างหนึ่งเหมือนกันก็คือการเล่นดนตรีครับ
นาฑี: ของผมคือเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” เพราะว่าเป็นคนที่ใส่หน้ากากมาตั้งแต่แรก และคงอีกไกลแค่ไหนคือใกล้จึงจะถอดหน้ากากครับ
ณต: ของผมเลือกตามความหมายเลยครับ “รู้ดีว่าไม่ดี” เพราะเพลงนี้จริงๆก็มีความหมายแผงอยู่ครับว่า จริงๆ เราอาจจะรู้บางอย่าง ทำบางอย่างไม่ดีพอ เราอยากจะทำให้ตัวเองดีขึ้นไปเรื่อยๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าจริงๆเราก็มีความสามารถ มีค่ามากพอ
เนม: ผมเลือกทุกเพลงได้มั้ย ? (หัวเราะ) เพราะว่าเนมเป็นคนร้อง ก็ต้องเป็นคนที่สื่อสารความหมายของแต่ละเพลงออกมาให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นทุกเพลงก็มีความหมายแล้วก็ตรงกับเราหมด ส่วนใหญ่ก็ตรงกับช่วงเวลาชีวิตของเนมในแต่ละช่วงครับ
3 Single สะท้อนตัวตนGetsunova ของปี 2018
เนม: เพลงแรกคือ “ชีวิตเดี่ยว” เป็นเพลงใน Mini Marathon Project ของพี่เบิร์ด ธงไชย ที่ชวนน้องๆ 8 ศิลปินมาร่วมกันทำเพลงด้วยกัน ซึ่งพวกเราก็โชคดีเป็นหนึ่งในนั้นที่ได้ร่วมงานกับพี่เค้าครับ พี่เบิร์ดน่ารักมาก เป็นพี่ เป็นครู เป็นแบบอย่าง เป็น Professional เป็นเทพบุตร เป็นทุกอย่างรวมกันเลย (หัวเราะ) เจอกันวันแรกก็เข้ามากอดเลย พี่เบิร์ดน่ารักมาก สำหรับเพลงนี้ก็จะเป็นเพลงที่ณตเป็นคนเขียนเนื้อเอง ซึ่งเราได้โจทย์ให้ สื่อถึงช่วงของการวิ่งมาราธอนช่วงที่ 4 คือช่วง ISOLATION (โดดเดี่ยว โดนทิ้งท้าย) ก็เลยเกิดเป็นเพลงนี้ขึ้นมาครับ
ณต: Single ที่สองของปีนี้ก็คือ “รู้ดีว่าไม่ดี”ครับ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่ยอมรัวว่าเป็นเพลงที่เราลังเล แล้วก็กังวลกับมันมากที่สุดเท่าที่เคยทำออกมา เพราะว่าเราไม่เคยมีเพลงแบบมีจังหวะ Medium มาก่อน แล้วจังหวะเหล่านี้มันค่อนข้างจะใหม่มาก แล้ววัตถุดิบที่ใส่ไปในเพลงก็ใหม่มาก ไม่แน่ใจว่าคนจะชอบมันรึเปล่า แต่ว่าพอออกมาก็ดีใจครับ เห็นคนส่วนใหญ่ชอบ แล้วก็มี Comment บอกว่าเพลงนี้มันเป็นสีสันใหม่ของ Getsunova ที่เค้าไม่คาดคิดก่อน มีการ Feat. กับ Hip – Hop ของ Youngohm **ซึ่งเราเองก็รู้สึกว่า ถึงจะ Feat. กับ Hip – Hop อย่างที่มีคนทำกันมาแล้ว แต่ Youngohm เค้าก็ไม่เหมือนคนอื่นที่เราเคยได้ยินมา คือ Rap แบบมีทำนอง จังหวะ แล้วสีสันของ MV ก็แปลกใหม่ จัดจ้านมาก
ไปร์ท: ส่วนเพลงที่สามก็คือ “ชีวิตที่มีชีวิต” จริงๆ Concept ของเพลงนี้คือเราพยายามจะสร้างเพลงที่มีแรงบันดาลใจขึ้นมา ให้คนฟังฟังแล้ว รู้สึกว่าอยากออกไปทำอะไรที่ยังไม่เคยทำ ให้ชีวิตตัวเอง Getsunova เองก็ไม่เคยทำเพลงที่พูดถึงชีวิตมาก่อน เราส่วนใหญ่จะเป็นเพลงรัก เพลงอกหักมากกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เราจะออกไปพูดถึงอะไรที่ Serious มากขึ้น เป็นปรัชญามากขึ้น แต่ก็เป็นปรัชญาแบบ Getsunova ก็คือมีความขัดแย้งอยู่ในตัวเอง มีความชวนให้ตั้งคำถามตั้งแต่ชื่อเพลง และอีกอย่างที่อยากจะเชิญชวนให้ฟังก้คือ ดนตรีครับ การผสมผสานของเพลงที่ฟังดู Rock ขึ้น หนักขึ้น ถ้าได้ไปเล่นสดในคอนเสิร์ตก็คงจะชวนให้ทุกคนสนุกแล้วก็กระโดดตามกันไปได้ MV ก็จะเล่าเรื่องราวชีวิตของพวกเราสี่คนไปในตัวด้วย ให้เห็นว่าทางที่พวกเราเลือก คืออะไร จะได้เห็น Performance ที่ดุเดือดที่สุดของพวกเราเลยก็ว่าได้
ดนตรีให้อะไรกับพวกเราแต่ละคนบ้างล่ะ ?
ไปร์ท: สำหรับผม ผมว่าดนตรีคืออาจารย์เลยครับ เป็นครูคนนึงที่คอยสอนหลายๆบทเรียนในชีวิต ทั้งที่ดีแล้วก็ไม่ดี ถ้าไม่มีดนตรี ผมก็คงไม่ได้ข้อคิดอะไรหลายๆ อย่าง ที่นำมาใช้ชีวิตเหมือนทุกวันนี้ ก็ขอบคุณดนตรีที่คอยสอนทุกอย่างผมด้วย
เนม: ส่วนผมก็คือ ดนตรีทำให้ผมได้มีชีวิตแบบที่มีชีวิตทุกวันนี้ ทำให้ผมได้พบโอกาสใหม่ๆ ได้ทำให้ความฝันในวัยเด็กของผมที่อยากเป็นนักร้องได้เป็นจริง และทำให้มันเกินไปจากที่เราฝันไปแล้วด้วยซ้ำ ได้เจอกับมิตรภาพใหม่ๆ ได้ใช้ชีวิตที่เราเลือกเอง ไม่ได้เดินตามใคร ไม่ต้องคอยดินฟ้า (ไปร์ท : เอาให้จบเพลงเลยมั้ย ?) (หัวเราะ)
นาฑี: ขอบคุณดนตรีนะครับ ที่ให้อิสระให้ผมได้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่เคยคิดว่าเคยจะได้ใช้ แล้วก็ทำให้ผมเป็นคนที่กล้าขึ้น ปกติจะนิ่งๆ ขี้อาย เดี๋ยวนี้ก็พอได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีบ่อยๆ มันก็ทำให้ผมมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ในการที่จะสื่อสารอะไรให้คนดู
ณต: สำหรับผมดนตรีก็คืออาชีพครับ เพราะว่าน่าจะมีหลายๆ คนอยากจะได้ดนตรีมาเป็นอาชีพเยอะไปหมด แต่ว่าเรียกได้เต็มปากว่า ดนตรีเป็นอาชีพจริงๆ นี่ น่าจะมีไม่เยอะ แต่ผมและเพื่อนๆ ทั้งสี่คนก็เป็นผู้โชคดี ที่ได้รับโอกาสในการบอกว่าดนตรีคืออาชีพหลักของตัวเอง เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เราควรจะต้องเคารพ และเราควรจะต้องทำมันให้ดีที่สุดเช่นกัน เพราะเหมือนว่าดนตรีให้โอกาสเราเรียบร้อยแล้วให้ได้มายืนอยู่ตรงนี้
มองอนาคตของ Getsunova ไว้ต่อไปอย่างไรบ้าง ?
ณต: เราจะไปเรื่อยๆ ในทางของเรา ไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร แล้วก็หวังว่าคนฟังจะอนุญาตให้เราเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ผมว่า ดนตรีถ้าทำไปแล้วมีคนอยากฟัง เส้นทางนี้ มันก็ไม่หยุดหรอกครับ แต่ถ้าวันนึงคนเหล่านี้หายไปหมด มันก็ต้องจบลงเพราะฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับทุกท่านครับ
เราจะได้ชมคอนเสิร์ตใหญ่ของGetsunovaกันเมื่อไหร่
เนม: พวกเราก็สะสมเพลง ทำเพลงมาได้มากประมาณนึงพอที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบเป็นของตัวเองได้แล้ว ซึ่งก็ใกล้จะมีแล้วครับ (หัวเราะ) ก็ขอส่งข่าวกันตรงนี้นะครับ ว่าวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเราเป็นครั้งแรกครับ คอนเสิร์ตนี้ก็จะเกิดจากความคิดของพวกเราเองทุกอย่าง มันจะเป็นเวทีที่พวกเราจะปล่อยของทั้งหมด ประสบการณ์ที่มี ความสามารถทั้งหมดจะมารวมกันอยู่ในวันนั้น แล้วก็เราจะพยายามทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน ให้คนดูคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกเราจะทำ (ณต : ทำไรวะ ?)(หัวเราะ)
ณต: ฝากทั้งสามเพลงของพวกเราเลยครับ “ชีวิตเดี่ยว” “รู้ดีว่าไม่ดี” แล้วก็ “ชีวิตที่มีชีวิต” สามรูปแบบ สามสไตล์ ที่เราปล่อยกันมาตั้งแต่ต้นปี ใครที่คิดถึง Getsunova เห็นว่าห่างหายกันไปนาน มาฟังเพลงเหล่านี้กันให้ครบ ร้องกันได้เสร็จแล้วก็เตรียมไปร้องกันที่คอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเราที่จะมีขึ้นวันที่ 25 สิงหาคมนี้นะครับ
นาฑี: แล้วก็ฝากติดตามพวกเรากันได้ที่ www.facebook.com/thegetsunova ส่วน ใน twitter กับ Instagram ก็จะเป็น @Getsunova ครับ
ทุกคน: ขอบคุณนะครับ
*****************
สถานที่: ร้าน1416 MEMO
Ekamai Complex