โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KS มองกรณี TRUE ขายหุ้น DIF พื้นฐานไม่เปลี่ยน ,คาดมีโอกาสขายอีก 3.28%

ทันหุ้น

อัพเดต 30 ก.ย 2563 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2563 เวลา 06.39 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด : บล.กสิกรไทย จำกัด มองการขายหุ้น DIF ออกมา 2.8% ของ TRUE ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดที่ 4.9% ส่งผลกระทบเชิงลบต่อบรรยากาศการลงทุนของทั้ง DIF และ TRUE ฝ่ายวิจัยมองปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความเป็นไปได้ของการขายหุ้นอีก 3.28% ในไตรมาส 4/2563-1/2564 อาจฉุดให้ราคาหุ้น DIF ปรับลดลงอีก แนะนำ “ซื้อ” อัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 7.3% และกำไรส่วนต่างที่ 14.3% หักล้างความกังวลของตลาดต่อการลดสัดส่วนของ TRUE และ โอกาสที่ TRUE จะผิดนัด

 

TRUE ขายหุ้น DIF ออกมา 2.8% Bloomberg รายงานว่า TRUE ได้ขายหน่วยลงทุน 298 ล้านหน่วยใน DIF (2.8% ของหน่วยลงทุนที่ชำระแล้ว ทั้งหมด) เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ผ่านการเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศในวงจากัดแบบข้ามคืนที่ราคา 13.5 บาท/หน่วย TRUE จะมีระยะเวลาห้ามขายหุ้น DIF อีกภายใน 90 วัน หลังดีลนี้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งน่าจะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 ธ.ค.2563 ทั้งนี้ TRUE เป็นผู้ก่อตั้ง, ผู้สนับสนุนด้านทรัพย์สินเพียงรายเดียว, ผู้เช่าทรัพย์สินหลักและผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ที่สุดด้วยสัดส่วนการถือหุ้นที่ 26.18% ก่อนการลดสัดส่วนการถือครอง DIF เมื่อวานนี้

บรรยากาศลงทุนเชิงลบ หลังดีลนี้เสร็จสมบูรณ์ TRUE ยังคงเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ที่สุดของ DIF ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นที่ 23.28% ขณะที่ผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ที่สุดอันดับรองลงมาขณะนี้ คือ สำนักงานประกันสังคมด้วยสัดส่วนการถือหุ้นที่ 2.25% ดังนั้น จึงไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในส่วนของปัจจัยพื้นฐานของ DIF จากดีลครั้งนี้ 

อย่างไรก็ดี ราคาขายที่ 13.5 บาท สะท้อนอัตราลดต่อราคาตลาดปัจจุบันที่ 14.2 บาท อยู่ 4.9% และต่ำกว่าราคาเสนอขายครั้งล่าสุดที่ 14.67 บาท เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. อยู่ 8% สัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำใน DIF ของ TRUE ยังลดลงจาก 10% ในเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 7% ปัจจัยทั้งหมดดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดบรรยากาศการลงทุนในเชิงลบและเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน

อาจมีการขายหุ้นเพิ่มเติม ฝ่ายวิจัยคงมุมมองเดิมที่คาดว่ากลยุทธ์การถือหุ้นด้วยอำนาจควบคุมใน DIF ของ TRUE จะไม่ต่ำกว่า 20% ในระยะยาว หรือตีความได้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ TRUE อาจจะขายหุ้น DIF ออกไปอีก 3.28% ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2563 หรือ 1/2564 สอดคล้องกับช่วงการชำระค่าธรรมเนียมแรกเริ่มของคลื่นความถี่ 700 MHz, 900 MHz และ 26 GHz

มุมมองของฝ่ายวิจัย การขายหุ้น DIF ครั้งนี้ เป็นสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดไว้และส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้ง DIF และ TRUE สำหรับ DIF เพิ่งปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2563 หัวข้อ “จุดซื้อกลับที่ดี” หลังราคาหน่วยลงทุนของ DIF ลดลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า 15 บาท ซึ่งถือเป็นจุดซื้อกลับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ในส่วนของ TRUE เราคิดว่าความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ในประเทศที่ 5.73 หมื่นลบ. ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 สะท้อนถึงสภาพคล่องที่มากเพียงพอในตลาดและการที่นักลงทุนรายย่อยตระหนักดีถึงเรื่องความน่าเชื่อถือของ TRUE นอกจากนี้ ยังคิดว่าปัญหาเงินสดที่ขาดแคลนของ TRUE ที่ 1.9 หมื่นลบ. ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จะถูกดูดซับจากตลาดหุ้นกู้ในประเทศ

ความเสี่ยงในการเพิ่มทุนของ TRUE ดูผ่อนคลายขึ้น คาดว่าการขายหุ้น DIF ในครั้งนี้จะช่วยให้ TRUE มีกำไรที่เป็นเงินสด 337 ลบ. และกำไรที่ไม่ใช่เงินสดที่ 669 ลบ. ในไตรมาส 3/2563 ทั้งนี้ ต้นทุนการถือหน่วยลงทุนใน DIF ของ TRUE (ก่อนหักเงินปันผล) อยู่ที่ 12.37 บาท/หน่วย และคาดการณ์ของฝ่ายวิจัยที่ว่ามูลค่าหุ้นของ DIF จะอยู่ที่ 13.8 บาท อิงจากอัตราลดที่ 15% ต่อราคาเป้าหมาย DIF ของเรา ดังนั้น จึงคาดว่าจะเกิดผลบวก/ผลลบต่อราคาเป้าหมายของ TRUE ของเราที่ 5.5 บาท แค่เล็กน้อยเท่านั้น หลังได้รับเงินสดสุทธิที่ 4 พันลบ. จากดีลครั้งนี้ คาดว่า TRUE จะสามารถนำเงินมาเติมเต็มกระแสเงินสดที่ขาดหายไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จากหุ้นกู้ในประเทศได้

แนะนำ “ซื้อ” เป้าหมาย 16.23 บาท ราคาหน่วยลงทุนของ DIF ลดลง 6.7% ในวันซื้อขาย 3 วัน จึงทำให้มีอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 7.3% ในปี 2563-65 และมีผลตอบแทนรวมให้กับผู้ถือหุ้นที่ 14.3% สำหรับการถือหุ้น 12 เดือน มองว่าการขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นโอกาสดีที่จะสะสมหุ้นเก็บไว้เนื่องจาก 1) การขายหุ้นของ TRUE ไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของ DIF 2) ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (default risk) ของ TRUE ยังต่ำภายใต้การบริหารของกลุ่ม CP และ China Mobile และ 3) ส่วนต่างอัตราตอบแทนเงินปันผลระหว่าง DIF และ JASIF ลดลงมาอยู่ใกล้กับระดับเฉลี่ยช่วง 3 ปี

ปัจจัยเสี่ยง Downside risk ต่อคำแนะนำ ได้แก่ 1) การแข่งขันที่รุนแรงจากการเป็นพันธมิตรระหว่าง CAT, ALT และ Edotco และ 2) การขายหุ้น DIF ของ TRUE เพิ่มขึ้นอีก

ความเคลื่อนไหวของหุ้น DIF ปิดที่ 13.80 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 2.82% มูลค่าการซื้อขาย 4,892.23 ลบ.

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...