โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประธานวิปฝ่ายค้าน แซะ แก้โควิดต้องแก้พองาม ไม่ให้คนอดตาย

SpringNews

อัพเดต 31 พ.ค. 2563 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 07.50 น.

นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการพิจารณาพระราชกำหนดจำนวน 4 ฉบับว่า การจะบอกว่าไทยสู้โควิดได้นั้นต้องไม่ประเมินเฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้นแต่ต้องไปประเมินถึงด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งโลกก็มองไทยในประเด็นนี้อยู่เช่นกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กลับมาดูตัวเองด้วย เพราะหลายประเทศในอาเซียนก็มีผู้ติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์เช่นกันอย่างเวียดนาม ลาว บูรไน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะภูมิอากาศในประเทศแถบนี้ที่มีทำให้การแพร่เชื้อไม่มากนัก จึงเป็นคำถามว่าหากเชื้อโควิดระบาดในฤดูหนาวขึ้นมาประเทศไทยจะเอาอยู่หรือไม่ จึงต้องชมกันอย่างมีสติและตำหนิอย่างมีเหตุผล อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าห่วงที่สุดเวลานี้ไม่ใช่แนวรบด้านสุขภาพแต่เป็นแนวรบด้านเศรษฐกิจ ถ้าเมืองไทยเป็นคนป่วยเบาหวานแล้วมาหาหมอประยุทธ์ หมอก็อัดยาเข้าไปทั้งพ.ร.ก. ปิดเมือง ทุ่มรักษาได้ผลน้ำตาลลดลง แต่ไปมีผลข้างเคียงไตเสื่อม และก็เสียชีวิตด้วยไตวาย แก้โควิดต้องแก้พองาม ไม่ให้คนอดตาย แก้แบบบ้าระห่ำเจ๊งกันทั้งประเทศ นายกฯต้องลองสำรวจตัวเอง

นายสุทิน กล่าวว่า เสียงเรียกร้องทั่วประเทศเรียกร้องให้ผ่อนคลาย การแก้เศรษฐกิจนายกฯก็ทำ แต่ต้องมี 3 ระยะ เฉพาะหน้า คือ เยียวยา ระยะกลาง คือ การฟื้นฟู แต่วันนี้นายกฯจับมารวมกันทั้งหมดแล้วจะได้ผลได้อย่างไร อย่างกรณีการเยียวยา ทุกคนยอมรับว่ามีปัญหา โดยไม่ครอบคลุมทุกคนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ดำเนินการไม่ทันเวลา ด้วยเหตุนี้ท่านยังเยียวยาได้ไม่ดีพอ ส่วนการแก้ไขป้ญหาเฉพาะหน้านั้นรัฐบาลก็ยังไม่มีความชัดเจนไว้ในแผนตามพระราชกำหนด ส.ส.จึงข้องใจและถามว่าแผนและตัวชี้วัดอยู่ที่ไหน

 

"รัฐบาลบอกว่าเมื่อกู้เงินแล้วจะทำให้มีหนี้สาธารณะประมาณ 57%ของจีดีพีในปี2564 แต่ต้องถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะมีจีดีพีเท่าไหร เพราะหลายสำนักต่างบอกชัดเจนว่าประเทศไทยจะมีจีดีพีที่ต่ำลงมาก ซึ่งอาจทำให้หนี้สาธารณะสูงกว่า 60% นายกฯบอกว่าไม่มีรัฐบาลไหนแจกเงินได้ถึง 30 ล้านคน ซึ่งผมคิดว่าการคิดที่ผิดเพี้ยนและไปสร้างค่านิยม ทั้งที่สาเหตุของการแจกเงินเพราะรัฐบาลทำให้คนจนลง มันไม่ใช่เรื่องมาอวดอ้าง แต่จะเป็นปมด้อยด้วยซ้ำ เพราะเป็นการกู้เงินเอามาแจก อย่างไรก็ตาม การกู้เงินมีความจำเป็นแต่ต้องมีการเกลี่ยงบประมาณก่อนทำการกู้เงิน หากรัฐบาลเกลี่ยงบประมาณ 15%จะได้งบประมาณราว 6 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาให้กับประชานผ่านงบประมาณปี 2563 โดยไม่จำเป็นต้องตราพระราชกำหนดหรืออาจลดจำนวนเงินที่ต้องกู้ ส่วนเม็ดเงินที่จะใช้มาฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้นควรใช้การตราพระราชบัญญัติเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณา"

 

ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังไม่บอกว่าจะกู้เงินจากที่ไหน เพราะถ้ารัฐบาลกู้จากไอเอ็มเอฟหรือธนาคารโลกก็จะต้องเข้าโปรมแกรมที่มีผลต่อชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะโลกหลังโควิดเศรษฐกิจจะเป็นลักษณะชาตินิยมมากขึ้น เช่น หากไปกู้ประเทศญี่ปุ่นแล้วญี่ปุ่นมีนโยบายเจแปนเฟิร์สขึ้นมา ถ้าเป็นอย่างนี้รัฐบาลมีมาตรการรับมืออย่างไร เป็นต้น แต่หากรัฐบาลกู้ในประเทศก็ต้องออกพันธบัตรเหมือนกับพันธบัตรเราไม่ทิ้งกันที่ให้ดอกเบี้ยสูงมากถึง 3 เท่า ซึ่งจะต้องมีจุดพอดี เพราะการกำหนดดอกเบี้ยไว้สูงขนาดนั้นเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำทันที ทำให้นายกฯกลายเป็นบิดาแห่งความเหลื่อมล้ำนอกเหนือไปจากการเป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

นายสุทิน กล่าวว่า คนรวยเจ้าสัวไม่ต้องทำอะไรหรอก แค่ซื้อพันธบัตรอย่างเดียว ทำให้มีคำถามว่าเมื่อถึงเวลาที่รัฐบาลต้องซื้อพันธบัตรแล้วจะมีเงินหรือไม่ ตอนนั้นใครมาเป็นรัฐบาลก็รับภาระไป ดังนั้น ไม่เชื่อว่าการกู้เงินจะมีการฟื้นฟูประเทศได้จริง แต่รัฐบาลต้องการเพียงหมุนเงินเร็วๆ ถ้าต้องการให้เกิดการฟื้นฟูจริงจะต้องทำผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ 2564 ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ไม่ใช่ยัดเยียดโครงการเข้าไปให้ชาวบ้าน ดูแผนการใช้เงินแล้วไม่ใช่การฟื้นฟูและการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการหมุนของเงินเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องผิดแต่การจะทำแนวทางนี้ให้สำเร็จต้องมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไปแล้ว โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมาเงินไมได้หมุน แต่กลับไปอยู่กับกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม

นายสุทิน กล่าวอีกว่า "ฝ่ายค้านจะลงมติในพ.ร.ก.อย่างไร ผมขอปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านรุ่นพี่อย่างท่านประธาน (ชวน หลีกภัย) เพราะเป็นฝ่ายค้านโดนทุกด้าน ถ้าไม่เห็นด้วยก็ถูกกล่าวหาว่าขวาง หากเห็นด้วยก็ถูกกล่าวหาว่าชกไม่สุดหมัด ครั้นจะไม่ให้ผ่านเราก็สงสารชาวบ้านเพราะพวกท่านเอาชาวบ้านมาเป็นตัวประกันแล้ว แต่หากให้ผ่านโดยง่ายก็เป็นห่วงลูกหลานในอนาคต เรารู้ว่าวันนี้มือพวกเราสู้ไม่ได้ แต่ที่ต้องอภิปรายเพื่อให้บันทึกไว้ในสภาและให้ลูกหลานมาดูเหตุผลและที่มาที่ไปของการลงมติ พระราชกำหนดหลักการดีวิธีการชอบเป้าหมายถูกต้อง แต่อยากให้มีการตรวจสอบ"

"การงดออกเสียง ขอประชาชนเข้าใจว่าพวกผมไฟเขียวให้ผ่านอย่างขมขื่น อะไรที่พวกผมไม่เห็นชอบแสดงว่ามันเหลือเกินจริงๆ อย่าไปคิดว่าเราชกไม่สุดหมัด เพราะเราทำมาแล้วทุกอย่างจริงๆ ชีวิตฝ่ายค้านทำมาแล้วสุดๆ ตอนแรกจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ผมไปล่ารายชื่อพรรคเพื่อไทยพรรคก้าวไกลก็ไม่อยากลง เพราะหมากเกมนี้รู้อยู่แล้ว ถ้าในวันหน้าพวกผมไปทำอย่างนี้ จะมีโอกาสมาถึงสภาหรือไม่ คงถูกตีตกไปแล้ว ดังนั้น ยืนยันฝ่ายค้านทำงานเต็มที่" นายสุทิน กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...