โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการ เผยข้อดี “วิตามินซี” ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ธ.ค. 2563 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 15.01 น.

นักวิชาการ เผยข้อดี “วิตามินซี” ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เสริมการสังเคราะห์คอลลาเจน พร้อม ขุดข้อมูลการศึกษานานาชาติ ยังไม่พบ “วิตามินซี” ในน้ำสลายเป็น L-tartrate

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ ที่ปรึกษานิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า วิตามินซีเป็นหนึ่งในสาระสำคัญที่ช่วยสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจน ดังนั้นจึงมีคำแนะนำว่าควรกินผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพื่อให้มีผิวพรรณดี เพราะมีคอลลาเจนครบตามที่ผิวของคนเราควรได้รับ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค อย่างไรก็ตาม ด้วยสรรพคุณดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันพบว่ามีการผลิตเครื่องดื่มที่เติมวิตามินซีลงไปด้วย และกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่เนื่องจากวิตามินซีไม่ค่อยเสถียรเมื่อได้รับความร้อน หรือแสง โดยเฉพาะแสงอัลตราไวโอเล็ทมีผลต่อการสูญเสียของวิตามินซี ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่เสริมวิตามินซีจึงใช้ภาชนะบรรจุปิดสนิทเพื่อป้องกันแสง พร้อมทั้งป้องกันออกซิเจนจากอากาศ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงวิตามินซีไปเป็นสารอื่นได้

ดร.แก้ว กล่าวว่า ทั้งนี้ ภายหลังจากศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้เก็บตัวอย่างเครื่องดื่มผสมวิตามินซีในท้องตลาด 47 ตัวอย่าง มาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติกรที่ได้มาตรฐาน และพบว่าเครื่องดื่มบางยี่ห้อไม่ปรากฏว่ามีวิตามินซีผสมอยู่แต่อย่างใด ซึ่งต่อมาทางบริษัทผู้ผลิตบางแห่งได้ชี้แจงว่า วิตามินมีความเปราะบางอาจมีโอกาสที่จะสลายได้ง่าย และเร็วกว่าวิตามินตัวอื่นๆ โดยเฉพาะการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ แต่วิตามินซีที่สลายไปนั้นจะกลายเป็นสารอื่นแทน คือ L-tartrate ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดิมนั้น ซึ่งตรงกับข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ซึ่งสร้างความประหลาดใจแก่นักวิชาการที่รู้เรื่องเกี่ยวกับวิตามินซี รวมถึงตนด้วย

อย่างไรก็ตาม ตนได้ค้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพทั้งที่เป็นวารสารและตำรานานาชาติ จำนวนมาก ก็พบการวิจัย 1 เรื่อง คือ Oxidative Decomposition of Vitamin C in Drinking Water ซึ่งเขียนโดย Patric J. Jansson และคณะในวารสาร Free Radical Research ซึ่งได้ตรวจสอบความเสถียรของวิตามินซีในน้ำดื่มในครัวเรือน พบว่าเมื่อวิตามินซีสลายตัวจนกลายเป็นสารอื่น แต่ไม่ใช่ L-tartrate ส่วนที่มีการระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงของวิตามินซีไปเป็น L-tartrate ได้หรือไม่นั้น คงต้องรอดูต่อไปว่าจะมีใครพบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องนี้หรือไม่

ใจความสรุปในการศึกษาข้างต้นระบุว่าเมื่อผูวิจัยได้ตรวจสอบความเสถียรของวิตามินซีในน้ำดื่มในครัวเรือนที่มีทองแดงและไบคาร์บอเนต พบว่าร้อยละ 35 ของวิตามินซีที่เติมในตัวอย่างน้ำดื่ม ที่วางไว้ที่อุณหภูมิห้องถูกออกซิไดซ์เป็นกรดดีไฮโดรแอสคอร์บิก (dehydroascorbic acid) ภายใน 15 นาที และหลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง ร้อยละ 93 ของกรดแอสคอร์บิกที่เติมลงไปถูกออกซิไดซ์เป็นกรดดีไฮโดรแอสคอร์บิก ซึ่งสลายตัวต่อไปเป็นกรดออกซาลิก (oxalic acid) และกรดธรีโอนิก (threonic acid) ด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่เกิดจากปฏิกิริยา autooxidation ระหว่างไอออนทองแดง (Cu+1) และออกซิเจนในน้ำ การออกซิเดชั่นของวิตามินซีเกิดขึ้นพอประมาณในน้ำ Milli-Q

และในตัวอย่างน้ำในครัวเรือนที่ไม่ปนเปื้อนด้วยไอออนของทองแดง ยิ่งไปกว่านั้นการเพิ่มวิตามินซีลงในตัวอย่างน้ำดื่มบรรจุขวดที่จำหน่ายในประเทศที่ทำการวิจัย ไม่ได้ส่งผลให้เกิดการออกซิเดชั่นของวิตามินซี ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กรดแอสคอร์บิก(วิตามินซี) ถูกออกซิไดซ์อย่างรวดเร็วเป็นกรดดีไฮโดรแอสคอร์บิกและย่อยสลายต่อไปเป็นกรดออกซาลิกและกรดธรีโอนิกในน้ำประปาที่ปนเปื้อนด้วยทองแดง ซึ่งถูกบัฟเฟอร์ด้วยไบคาร์บอเนต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...