โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมทางหลวง ชี้แจงกรณีการก่อสร้างทางเข้า-ออกทางขนานบน ทล.41 ก่อนถึงแยกเวียงสระ สุราษฎร์ธานี

สวพ.FM91

อัพเดต 17 พ.ย. 2563 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 11.05 น.

กรมทางหลวง ชี้แจงกรณีการก่อสร้างทางเข้า-ออกทางขนานบน ทล.41 ก่อนถึงแยกเวียงสระ สุราษฎร์ธานี โดย ทล. แจงออกแบบทางขนานเป็นแบบเดินรถสวนทาง (Two way) พร้อมทั้งก่อสร้างทางเข้า-ออก และจุดกลับรถ เพื่อรองรับการจราจรในท้องถิ่น สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในพื้นที่      
ตามที่มีการเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563  โดยโพสต์ข้อความถึงความกังวลของประชาชนในการก่อสร้างทางเข้า-ออก ทางขนานที่อาจเกิดอันตรายบนทางหลวงหมายเลข 41 (ถนนสายเอเชีย) บริเวณถึงก่อนโรงเรียนเวียงสระ ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการแบ่งช่องทางออกไปทางขนานในลักษณะที่เป็นทางบริการชุมชน  (Service Road) ซึ่งเป็นเลนรถสวน โดยสื่อสังคมออนไลน์ได้เสนอควรมีป้ายเตือนและประจุดบนถนนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ นั้น
    
กรมทางหลวงได้ตรวจสอบและขอเรียนชี้แจง ดังนี้ ทางหลวงสายดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับเวียงสระ โดยลักษณะเป็นโครงการก่อสร้างสะพานบนทางหลวงหมายเลข 41 ยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 4009 ซึ่งทางหลวงหมายเลข 41 เป็นทางหลวงสายหลักในพื้นที่ภาคใต้มีปริมาณจราจรหนาแน่นและ ใช้ความเร็วสูง แต่จากสภาพพื้นที่โครงการสองข้างทางเป็นย่านชุมชนและการค้า จึงจำเป็นต้องก่อสร้างทางขนาน (Frontage Road) เพื่อแยกรถท้องถิ่นออกจากรถทางหลัก (Main Road) “ซึ่งเป็นเลนรถสวน” ทำให้เกิดความปลอดภัย  
ทั้งนี้  โดยทั่วไปการออกแบบทางขนานบนทางหลวงสายหลักที่มีปริมาณจราจรสูง จะเป็นแบบเดินรถทางเดียว (One way) แต่จากการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน พบว่า ชุมชนสองข้างทาง ได้รับผลกระทบจากทางขนานแบบเดินรถทางเดียว  ดังนั้น จึงออกแบบทางขนานเป็นแบบเดินรถสวนทาง (Two way) พร้อมทั้งก่อสร้างทางเข้า-ออก และจุดกลับรถระหว่างทางหลักกับทางขนาน เพื่อรองรับการจราจรในท้องถิ่น สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในพื้นที่  ซึ่งรูปแบบดังกล่าวเป็นรูปแบบทั่วไป มีความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรม สามารถลดจุดตัดและลดจุดอับสายตาบริเวณทางเข้า-ออก อันเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ  โดยรูปแบบการก่อสร้างที่คล้ายคลึงกันนี้  ได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานแล้วหลายแห่ง อาทิ บนทางหลวงหมายเลข 3701 และ 3702 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง  บนทางหลวงหมายเลข 340 บริเวณสะพานบางยี่หน เป็นต้น
โครงการก่อสร้างดังกล่าวมีระยะทาง 11.83 กิโลเมตร  ก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ โดยเริ่มสัญญาวันที่ 19 เมษายน 2562 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณร้อยละ  80.22 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เช่น ป้ายจราจร เส้นจราจร อุปกรณ์สะท้อนแสง ไฟฟ้าแสงสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยอื่นๆเพื่อให้ผู้ใช้ทางได้รับอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถลดผลกระทบของชุมชนในพื้นที่ได้อีกด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย ต้องการสอบถามข้อมูล หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586  (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...