โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การบินไทยอุ้มต่อ “ไทยสมายล์” เพิ่มไฟลต์บิน-ขยายฮับดอนเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 พ.ย. 2563 เวลา 02.10 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2563 เวลา 02.14 น.

“ไทยสมายล์” ยันบริษัทแม่เข้าแผนฟื้นฟูฯไม่กระทบ เผยทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี คู่ขนาน-อยู่ในกรอบแผนฟื้นฟูของ “การบินไทย” ลั่นพร้อมช่วยเหลือตัวเอง ไม่สร้างปัญหาใหม่ ประกาศเดินหน้าปักธงเดสติเนชั่นใหม่รับนโยบายหนุน “ไทยเที่ยวไทย” เร่งศึกษาเพิ่มฮับดอนเมืองอีกรอบ พร้อมเตรียมทำตลาดเจาะรายเซ็กเมนต์ หวังตอบโจทย์นักเดินทางท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ด้าน “การบินไทย” คาดสรุปกระบวนการแผนฟื้นฟูจบกลางปีหน้า

จากกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ที่ผ่านมาบริษัทแมคคินซี่ แอนด์โค ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบินของบริษัทการบินไทย รวมถึงบอร์ดบริหารบางส่วนเสนอให้การบินไทยซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทำแผนฟื้นฟูตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลางยุบสายการบินลูกคือ ไทยสมายล์ เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนมาตลอดตั้งแต่เปิดดำเนินการในปี 2555 โดยมีตัวเลขขาดทุนสะสม ณ สิ้นปี 2562 เกือบ 1 หมื่นล้านบาท

ยันไม่กระทบแผน “ไทยสมายล์”

นางชาริตา ลีลายุทธ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ผู้บริหารสายการบินไทยสมายล์ (การบินไทยถือหุ้น 100%) เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยซึ่งเป็นบริษัทแม่ยังคงสนับสนุนสายการบินไทยสมายล์เต็มที่ แม้ว่าจะอยู่ในกระบวนการของการเข้าสู่แผนฟื้นฟูตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง โดยการบินไทยจะยังกำหนดแนวทางการทำงานเพื่อให้ทั้ง 2 สายการบินเดินคู่ขนานกันต่อไป

โดยในแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของไทยสมายล์ที่ทำอยู่จะกำหนดแนวทางไว้ชัดเจนว่า ไทยสมายล์ควรจะวางแผนการบินอย่างไร ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางการบินบางส่วนที่การบินไทยยกเลิก และให้ไทยสมายล์บินทดแทนอีกจำนวนหนึ่งด้วย

“ขอย้ำว่าไทยสมายล์ไม่ได้เข้าแผนฟื้นฟูด้วย แต่ต้องดำเนินงานตามแผนของบริษัทแม่ เหมือนอยู่ภายใต้แผนฟื้นฟูของแม่ และทำตามแนวทางของแผน อย่าให้ออกจากกรอบแผนฟื้นฟูของบริษัทแม่ การบินไทย จะพัฒนาแก้ไข หรือปรับปรุงอะไร อย่างไร เราต้อง relate และเดินไปในทิศทางเดียวกันกับการบินไทยด้วย”

ช่วยตัวเอง-ไม่สร้างปัญหา

นางชาริตากล่าวด้วยว่า หลักการดำเนินงานของไทยสมายล์ในขณะนี้จึงยังคงเป็นไปตามแนวนโยบายเดิม เพียงแต่จะมุ่งโฟกัสตลาดภายในประเทศ (domestic) เพิ่มมากขึ้นในระหว่างที่ตลาดเส้นทางบินระหว่างประเทศยังไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองให้เพิ่มขึ้น

“ในระหว่างที่บริษัทแม่อยู่ระหว่างการทำแผนฟื้นฟูเพื่อปรับปรุงองค์กรนั้น นโยบายตอนนี้คือเราพยายามมองว่าแม่มีปัญหาให้แก้อยู่เยอะแล้ว เราอย่าเอาปัญหาอะไรใส่เข้าไปอีก ต้องพยุงตัวเองเพื่อรอวันที่มาบรรจบกันอีกครั้ง ตอนที่การบินไทยแก้ไขแผนเสร็จเรียบร้อย แล้วมารวมกันและก้าวเดินต่อไปด้วยกัน” นางชาริตากล่าวและว่า

สำหรับเรื่องการขายซึ่งปกติสำนักงานการขายในต่างประเทศจะช่วยขายให้กับไทยสมายล์เข้ามาจำนวนหนึ่ง หากเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต, กระบี่ จะมีสัดส่วนลูกค้าที่มาจากการบินไทยประมาณ 20-30% ขณะนี้บริษัทได้เปลี่ยนมาขายด้วยตัวเองทั้งหมด 100% เนื่องจากสำนักงานต่างประเทศและการบินไทยยังไม่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ พร้อมทั้งปรับตัวรองรับด้วยการลดความถี่เที่ยวบินลง เพื่อให้สอดรับกับดีมานด์การเดินทางในประเทศแทน

เร่งปักธงยึดหัวหาดทั่วไทย

นางชาริตากล่าวต่อไปว่า ในช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 สายการบินไทยสมายล์มีฝูงบินให้บริการอยู่ทั้งหมด 20 ลำ แบ่งเป็นให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศและภายในประเทศในสัดส่วน 50:50 ดังนั้นในช่วงที่ตลาดต่างประเทศหรือเส้นทางบินระหว่างประเทศยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้นี้ ไทยสมายล์จึงกลับมาทบทวนแผนการบินใหม่ทั้งหมด โดยเพิ่มน้ำหนักกับการเปิดให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดปริมาณการใช้เครื่องบินที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

นอกจากเส้นทางการบินเดิมจำนวน 10 จุดหมายปลายทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ประกอบด้วย เชียงใหม่, เชียงราย, อุดรธานี, อุบลราชธานี, หาดใหญ่ (สงขลา), ภูเก็ต, สุราษฎ์ธานี, ขอนแก่น, นราธิวาส และกระบี่ ขณะนี้ไทยสมายล์ได้เร่งเดินหน้าเปิดเส้นทางบินภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ เส้นทางกรงเทพฯสู่นครศรีธรรมราช, น่าน, นครพนม และเส้นทางข้ามภาค ได้แก่ เส้นทางเชียงใหม่-นครศรีธรรมราช, เส้นทางอุดรธานี-นครศรีธรรมราช

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการขออนุญาตทำการบินอีก 4 จุดหมายปลายทาง คือ เส้นทางกรุงเทพฯสู่เลย, ระนอง, ร้อยเอ็ด และตรัง รวมถึงเส้นทางข้ามภาค อาทิ เส้นทางขอนแก่น-หาดใหญ่, เส้นทางอุบลราชธานี-หาดใหญ่ เป็นต้น รวมทั้งเส้นทางที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดอีกจำนวนหนึ่งด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทยของภาครัฐ โดยพบว่าจำนวนจุดหมายปลายทางที่ไทยสมายล์ให้บริการอยู่ในขณะนี้มีจำนวนมากกว่าในช่วงวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว

“ปัจจุบันเราใช้เครื่องบินอยู่ทั้งหมด 14 ลำ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 15 ลำ ในเดือนธันวาคม จากการเพิ่มเส้นทางบินจากกรุงเทพฯสู่เลย ซึ่งเราจะพยายามเปิดให้ทันกับฤดูกาลการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ ส่วนเครื่องที่เหลืออีก 5 ลำนั้นยังคงจอดไม่ได้ใช้งานอยู่เหมือนเดิม คาดว่าอาจต้องรอจนกว่าประเทศจะปลดล็อกให้เปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ ตอนนี้ฝ่ายวางแผนของการบินไทยและไทยสมายล์ศึกษาเรื่องการเปิดเส้นทางบินใหม่เยอะมาก”

เล็งเพิ่มฮับบิน “ดอนเมือง”

นางชาริตากล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากยุทธศาสตร์ในด้านการเพิ่มเส้นทางการบินภายในประเทศแล้ว ที่ผ่านมาไทยสมายล์ยังได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการเพิ่มฐานปฏิบัติการบิน (ฮับ) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเดินทางภายในประเทศอีกด้วย โดยครั้งแรกที่ทำการศึกษายังพบว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังมองภาพลักษณ์ของท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นโลว์คอสต์แอร์พอร์ต ขณะที่ไทยสมายล์เป็นฟูลเซอร์วิส จึงยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มฮับการบินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากผู้โดยสารต้องการเรื่องของความสะดวกที่เพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องนำโครงการดังกล่าวกลับมาพิจารณาถึงความเป็นไปได้อีกครั้ง

นางชาริตากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ยอมรับว่าเส้นทางบินภายในประเทศมีศักยภาพในการทำกำไรได้ต่ำกว่าเส้นทางบินระหว่างประเทศ เนื่องจากเส้นทางภายในประเทศนั้นส่วนใหญ่กลุ่มโลว์คอสต์แอร์ไลน์ทำการตลาดแข่งขันด้านราคาค่อนข้างหนัก บริษัทได้ทำสำรวจการให้บริการของฟูลเซอร์วิส ว่าสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการฟูลเซอร์วิสแอร์ไลน์นั้นคิดอย่างไรหากสามารถเลือกได้ว่าจะใช้บริการอะไรบ้างในช่วงระหว่างการเดินทาง

อาทิ สำหรับคนที่เดินทางบ่อยคิดอย่างไรหากได้ราคาที่ดีขึ้น ถ้าไม่ต้องโหลดสัมภาระ หรือสำหรับคนที่ไม่รับอาหารบนเครื่องระหว่างเดินทางคิดอย่างไรหากได้ราคาดีขึ้นโดยไม่รับอาหาร เป็นต้น

“เรากำลังศึกษาว่าหากเราจะทำตลาดเจาะรายเซ็กเมนต์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้โดยสารแต่ละคน โดยมีราคาตั๋วโดยสารหลายระดับ แต่ยังคงความเป็นฟูลเซอร์วิสแอร์ไลน์ไว้ ซึ่งประเด็นนี้คงต้องหารือสำนักงานการบินพลเรือนด้วย ว่าด้วยความเป็นฟูลเซอร์วิสของเราจะสามารถทำได้แค่ไหน อย่างไร แต่เชื่อว่าหากสามารถให้บริการผู้โดยสารรายเซ็กเมนต์ได้เขาจะมีความสุขในการใช้บริการมากขึ้น” นางชาริตากล่าว

การบินไทยสรุปแผนฟื้นฟูกลางปีหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม Opportunity Day ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมาระบุว่า ปัจจุบันศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและแต่งตั้งผู้จัดทำแผนเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยคาดว่าจะสามารถยื่นแผนที่จัดทำแล้วเสร็จต่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ได้ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2564 จากนั้นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์จะเรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมดของบริษัท เพื่อให้พิจารณาและลงมติว่าเห็นชอบกับแผนที่จัดทำหรือไม่ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายน ก่อนนำเสนอต่อศาลและฟังคำสั่งศาลอีกครั้งไม่เกินไตรมาส 2 ของปีหน้า

ระหว่างนี้การบินไทยต้องจัดการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนด้านบุคลากร ปรับลดเงินเดือนผู้บริหาร เปิดให้มีการลาโดยไม่รับเงินเดือน และโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร พร้อมการหารายได้เพิ่มเติมทั้งเกี่ยวเนื่องและนอกเหนือจากการบิน รวมถึงลดขนาดและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมกลับมาเปิดบินตารางฤดูหนาวในต้นปีหน้า

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีการควบรวมสายการบินไทยสมายล์เข้ากับสายการบินไทยตามที่มีข่าวนั้น ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ยังเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาต่อไป ถ้าหากมีการดำเนินการดังกล่าวจะต้องทำการปรึกษาหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดเรื่องสิทธิการบิน สล็อตการบิน และความเป็นเจ้าของเครื่องบินต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...