โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วุฒิภาวะของหัวหน้า กับการลาออกของลูกน้อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ส.ค. 2563 เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2563 เวลา 02.54 น.

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์ โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ https://tamrongsakk.blogspot.com

เมื่อมีการรับเข้าทำงานก็ย่อมจะต้องมีการลาออกเป็นของคู่กัน สาเหตุการลาออกคงหลากหลายตามแต่คนที่ลาออกต้องการจะบอกว่าเพราะอะไร ไม่ว่าจะเป็นลาออกเพราะต้องการความก้าวหน้า, ศึกษาต่อ,ไม่พอใจหัวหน้า, อยากจะหาสิ่งใหม่ ๆ ทำ ฯลฯ จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

เพราะลูกน้องที่ลาออกก็ไม่อยากจะให้เหตุผลที่ real จนเกินไป เช่น ทนพฤติกรรมบ้าอำนาจของหัวหน้าไม่ไหว แต่ครั้นจะตอบอย่างนั้นไปในexit interview เดี๋ยวเวลาบริษัทใหม่เช็กประวัติกลับมา จะได้คำตอบจากหัวหน้าเก่าไม่สวย ก็เลยใส่ไปว่าศึกษาต่อบ้าง, ต้องการความก้าวหน้าบ้าง ก็ว่ากันไป

ในเรื่องการลาออกนี้ ผมได้มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งเกี่ยวกับคนที่เป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้บริหาร คือ…การลาออกของลูกน้องจะเป็นตัววัดวุฒิภาวะผู้นำของหัวหน้าได้ด้วยนะครับ

หัวหน้าประเภทแรก เมื่อลูกน้องมายื่นใบลาออกก็จะพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล มีความเป็นผู้ใหญ่ เข้าใจโลก เข้าใจชีวิตคนทำงาน เข้าใจว่าลูกน้องอยากมีทางเดินใหม่ ๆ และอยากจะรู้สาเหตุการลาออกของลูกน้องอย่างจริงใจ หัวหน้าประเภทนี้ต้องการจะทราบปัญหาเพื่อนำมาหาทางป้องกันแก้ไขสำหรับลูกน้องที่ยังอยู่ เพื่อลดการลาออกลง ถ้ายังอยู่ในวิสัยที่หัวหน้าจะแก้ไขได้

ยิ่งเป็นลูกน้องที่ทำงานดี มีฝีมือ แล้วมายื่นใบลาออก หัวหน้าประเภทนี้จะพยายามพูดจาโอ้โลมปฏิโลมเพื่อดึงลูกน้องเอาไว้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าถึงที่สุดแล้ว ลูกน้องยังยืนยันเจตนาลาออกก็จะอวยชัยให้พรเลี้ยงส่งลูกน้องด้วยความเสียดาย แถมมีน้ำตารื้นน้ำตารินว่าหัวหน้า และทีมงานเสียดายที่ลูกน้องคนนี้จะต้องลาออกไป

ถ้าเป็นการลาออกในแบบนี้มักจะพบว่า ทั้งหัวหน้า และลูกน้องยังมีการติดต่อสื่อสารกันต่อไปด้วยสัมพันธภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในกลุ่มไลน์ หรือเฟซบุ๊ก หรือยังมีการนัดพบปะสังสรรค์กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในกาลข้างหน้าต่อไป หรือเผลอ ๆ ลูกน้องที่ลาออกไปอาจจะกลับมาเป็นลูกน้อง (หรือบางทีก็กลายเป็นหัวหน้า) ของหัวหน้าในอนาคตก็มีนะครับ

ถ้าใครได้หัวหน้าแบบนี้ก็ถือว่า “ทำบุญมาดี” ครับ เพราะได้หัวหน้าที่มีวุฒิภาวะที่ดี เข้าใจสัจธรรม และโลกธรรม 8

แต่หัวหน้าอีกประเภทหนึ่งไม่ยักกะเป็นเหมือนกับประเภทแรก แต่กลับทำตรงกันข้าม

เมื่อลูกน้องมายื่นใบลาออก แทนที่จะพูดคุยกับลูกน้องด้วยดี เพื่อให้รู้ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไรกันแน่ จะได้นำมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อรักษาคนที่ยังอยู่เอาไว้ กลับมองลูกน้องที่มายื่นใบลาออกในมุมที่ว่า ลูกน้องเป็นคนที่ไม่จงรักภักดี, เราอุตส่าห์ประเมินผลงานให้ดี ขึ้นเงินเดือนให้ก็ตั้งเยอะ (ทั้ง ๆ ที่เงินที่ให้ก็เป็นเงินของบริษัท ไม่ใช่เงินของหัวหน้าสักหน่อย) รู้อย่างงี้เอาเงินที่จะขึ้นให้ เอาไปให้คนอื่นซะยังดีกว่า เอามาให้คนที่ไม่รู้จักบุญคุณหัวหน้า (ว่าไปโน่น)

หัวหน้าประเภทนี้มองลูกน้องที่มายื่นใบลาออกเป็นศัตรูไปเลยครับ

พฤติกรรมของหัวหน้าประเภทนี้กับลูกน้องจะเปลี่ยนไปทันทีที่ลูกน้องมายื่นใบลาออก ยิ่งเป็นลูกน้องที่มีฝีมือ มีศักยภาพ หัวหน้าเคยไว้วางใจให้เทใจให้ ยิ่งแค้นมาก

ผมเคยเจอหัวหน้าบางคนที่คอยจ้องจองเวรกับลูกน้องที่เข้ามายื่นใบลาออก (ล่วงหน้า 30 วัน ตามระเบียบบริษัท) ถึงขนาดที่ว่านับจากวันที่ได้รับใบลาออกจากลูกน้องแล้ว หัวหน้าก็มาคอยนั่งเฝ้าดูพฤติกรรมของลูกน้องคนนี้ทุก ๆ วันเลยว่า วันนี้กลับบ้านกี่โมง แล้วก็อีเมล์รายงานไปที่ regional office ที่ต่างประเทศทุกวัน เช่น วันที่ 1 พ.ย. กลับบ้านเวลา 17.10 น. วันที่ 2 พ.ย. กลับบ้านเวลา 17.05 น. ทั้ง ๆ ที่เวลาเลิกงานคือ17.00 น. แต่หัวหน้าต้องการจะรายงานว่าลูกน้องไม่รับผิดชอบงาน พอถึงเวลาเลิกงานก็จ้องแต่จะกลับบ้านเพื่อทำให้ลูกน้องเสียประวัติกับทางregional office ไปจนถึงวันที่มีผลลาออกก็มีนะครับ

แถมเมื่ออีเมล์รายงานไปที่ regional office ที่ต่างประเทศแล้ว ยัง CC ให้ลูกน้องอ่านเพื่อกดดันให้ลูกน้องเครียดก่อนถึงวันลาออกอีกต่างหาก

ผมถึงได้บอกว่าการลาออกของลูกน้องเป็นเครื่องวัดวุฒิภาวะผู้นำของหัวหน้าได้ตัวหนึ่งไงล่ะครับ และบอกได้เลยว่า ถ้าใครได้หัวหน้าที่ขาดวุฒิภาวะแบบนี้ คงทำบุญมาไม่ดีแล้วล่ะครับ ได้แต่เอาใจช่วยว่าถ้าลาออกจากหัวหน้าคนนี้ไปแล้ว จะไม่ไปเจอหัวหน้าที่ขาดวุฒิภาวะในที่ใหม่อีก

หวังว่าท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้จะทำบุญมาดี ได้พบหัวหน้าที่มีวุฒิภาวะที่ดี และถ้าใครเป็นหัวหน้า ผมก็หวังว่าเมื่ออ่านเรื่องนี้จบแล้ว ท่านจะได้ข้อคิดในการเป็นหัวหน้าที่มีวุฒิภาวะที่ดีสำหรับลูกน้องด้วยนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...