พบ“เทียนสิรินธร” พันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นพืชชนิดใหม่ของโลกที่เขื่อนรัชชประภา ทีมนักวิจัยเล็งใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อขยายพันธุ์
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ผศ.ดร.ไซนีย๊ะ สะมาลา และดร.กิตติมา คงทน อาจารย์สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี(มรส.) พร้อมด้วย ว่าที่ร.ต.สุทธิรักษ์ หนองแก้ว ร่วมกับนักวิจัย ได้ลงพื้นที่ออกสำรวจต้นเทียนสิรินธร ซึ่งเป็นพืชประจำถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบหาช่วงฤดูที่มีจำนวนดอกออกมากที่สุด สำหรับกำหนดเป็นช่วงฤดูกาลเที่ยวชม เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวใน จ.สุราษฎร์ธานี
ผศ.ดร.ไซนีย๊ะ เปิดเผยว่า เทียนสิรินธร (Impatients Sirindhorniae Triboun & Suksathan) หรือ ชมพูสิริน ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับรายงานว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก โดย ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ และ ดร.ปิยเกษตร สุขสถาน นักวิจัยพฤษศาสตร์ เมื่อปี 2552 สำหรับ เทียนสิรินธร เป็นพืชถิ่นเดียวที่พบได้เฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานีและ จ.กระบี่ โดยเฉพาะใน จ.สุราษฎร์ธานี พบได้เฉพาะภูเขาหินปูนบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบอุทยานแห่งชาติเขาสก
ผศ.ดร.ไซนีย๊ะ กล่าวว่า งานวิจัยครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกัน 3 หน่วยงาน ได้รับทุนงานวิจัยจากเขื่อนรัชชประภา โดยมี ดร.ครรชิต งามแสนโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ สมัยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา เป็นผู้ประสานงานโครงการวิจัย นอกจากนี้มีนายวิโรจน์ โรจนจินดา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสก และนางเยาวลักษณ์ สุวรรณคง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสก ให้ความร่วมมือการสำรวจ และทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
“โดยจัดเป็นโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ที่จะขยายพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชและนำพืชที่ขยายพันธุ์ได้คืนสู่ท้องถิ่นต่อไป นอกจากนี้จะนำข้อมูลที่ได้จากโครงการวิจัยไปใช้ในการวางแผนการจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนอีกด้วย ” ผศ.ดร.ไซนีย๊ะ กล่าว
อนึ่ง สารานุกรมพืช ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุ ว่า เทียนสิรินธร (Impatiens sirindhorniae Triboun & Suksathan ) เป็นไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 50 เซ็นติเมตร ลำต้นเกาะเลื้อย มักห้อยลง มีนวล ใบเรียงเวียน รูปรีหรือรูปไข่ ยาว 3-4 เซ็นติเมตร ขอบจักห่าง ๆ มีต่อมที่โคนเหนือก้านใบ แผ่นใบหนา ก้านใบยาว 2-7.5 เซ็นติเมตร ดอกออกเดี่ยว ๆ หรือเป็นคู่ ก้านดอกยาว 3-6.5 เซ็นติเมตร กลีบเลี้ยง 4 กลีบ คู่นอกรูปไข่ ยาว 6-7 มิลลิเมตร คู่ในกลม ขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร กลีบปากเป็นถุงโค้งเรียวยาวเป็นเดือย ยาวได้ถึง 6 เซ็นติเมตร ดอกสีชมพูอมม่วง ปลายกลีบมีติ่งแหลม กลีบกลางรูปไข่กลับ กว้างประมาณ 2.5 5 เซ็นติเมตร โคนมีเขาขนาดเล็ก 1 คู่ กลีบปีกเชื่อมติดกัน คู่นอกแฉกลึกเกินกึ่งหนึ่งคล้ายรูปหัวใจ ยาวประมาณ 2 5 เซ็นติเมตร กว้างประมาณ 2.5 5 เซ็นติเมตร คู่ในรูปไข่กลับยาวเท่าๆคู่นอก ผลเต่งกลาง รูปขอบขนาน
ทั้งนี้ เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย พบทางภาคใต้ที่กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ขึ้นบนเขาหินปูน ความสูง 20-150 เมตร คำระบุชนิดตั้งเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทรงพระราชทานชื่อไทยว่า ‘ชมพูสิริน’