“Moderate Allocation” ทางเลือกที่ลงตัวระหว่าง ‘หุ้น’ กับ ‘สินทรัพย์มั่นคง’ !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 15.27 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา“ความเสี่ยงการลงทุน” ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะความเสี่ยงบางประเภทนั้นก็อยู่เหนือความคาดการณ์ของตลาด
ซึ่งวิธีที่รับมือกับความเสี่ยงในการลงทุนได้ดีหรือเป็นตัวเลือกแรกๆ ก็คือการ “กระจายการลงทุน” ในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อสร้างบาลานซ์ให้แก่พอร์ตการลงทุน
โดยการลงทุนรูปแบบนี้ ก็ยังมีส่วนผสมที่ทำให้ความเสี่ยงของกองทุนแตกต่างกันออกไปได้อีก หนึ่งในนั้น คือกลุ่ม “กองทุนรวมผสม” อย่าง “Allocation Fund” ที่ถูกจัดขึ้นมาเสนอขายแก่นักลงทุน โดยจะมีระดับของความเสี่ยงแบ่งประเภทตามสัดส่วนการลงทุนใน “ตราสารทุน (หุ้น)” ที่แตกต่างกันออกไป
ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “กอง Moderate Allocation”หรืออาจจะเรียกได้ว่ากองทุนผสมสายเซฟ ที่ไม่มีการลงทุนในหุ้นมากเกินไปหรือน้อยเกินไป แต่ในด้านผลการดำเนินงานนั้น ต้องยอมรับว่าไม่ได้ด้อยไปกว่ากองทุนประเภทอื่นๆ เลย
ทาง ‘Wealthy Thai’ อยากนำเสนอข้อมูลอีกหนึ่งอย่างผลการดำเนินงานของ“กองModerate Allocation”ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ที่ได้รวบรวมมาแชร์ให้แก่นักลงทุนที่สนใจหรือคนอ่านกันในครั้งนี้
“กอง MBT-G” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดกลุ่ม ‘Moderate Allocation’ โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 22.73%
โดยกองทุนที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มนั้นมีชื่อว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี-บีทีอินคัมโกรทฟันด์ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” หรือ “MBT-G” จาก ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ ด้วยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 64) อยู่ที่ 22.73%
“ที่ตัวนโยบายจะลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ซึ่งสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายดังกล่าวขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทจัดการกองทุนรวมตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละขณะ เพื่อผลตอบแทนการลงทุนที่ดีและเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน”
แต่ความแตกต่างของ ‘กอง MBT-G’ ที่น่าสนใจคือการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นทุนนั้น จะเน้นในกิจการที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง มีราคาของหลักทรัพย์ต่ำเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน และแนวโน้มการเจริญเติบโตของรายได้ โดยนำเงินทุนของกองทุนส่วนใหญ่มาลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 30 หลักทรัพย์
อันถัดมายังคงเป็นกองทุนจาก ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ เช่นกัน ซึ่งกองทุนนี้มีชื่อว่า“กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเฟล็กซิเบิลฟันด์” หรือ “MFX” ด้วยผลตอบแทน22.22%
“โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่จะกระจายเงินลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือ เงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง โดยสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายดังกล่าว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทจัดการกองทุนรวมตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละขณะ เพื่อผลตอบแทนการลงทุนที่ดีและเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน”
อันดับที่ 3 “กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ” หรือ “B-ACTIVE” จาก ‘บลจ.บัวหลวง’ ด้วยผลตอบแทน 17.30%
“กองทุนมีนโยบายการลงทุนไม่ได้แตกต่างจากอุตสาหกรรมนักหรือจะกระจายการลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และเงินฝาก ตั้งแต่ 0 ถึง 100%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่ด้วยกลยุทธ์ในการบริหารที่มุ่งหวังผลตอบแทนจากความเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่งของราคาหุ้นระยะสั้นและระยะกลางโดยการจับจังหวะการลงทุนและผลตอบแทนจะไม่ได้อิงกับดัชนีอ้างอิง ก็ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงผลการดำเนินงานที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากองทุนอื่นในกลุ่ม”
อันดับที่ 4 “กองทุนเปิด ทิสโก้ แอ็กเกรสซีฟ โกรท ฟันด์” หรือ “TISCOAGF” จาก ‘บลจ.ทิสโก้’ ด้วยผลตอบแทน15.75%
“ที่มีนโยบายกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝากตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทจัดการตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ”
อันดับสุดท้ายเป็นกองทุนจาก ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ ที่มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกาญจนอนันต์” หรือ “KAF” ด้วยผลตอบแทน 12.47%
“ที่นโยบายการลงทุนเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นทุนของกิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยมีอัตราส่วนการลงทุนในขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 65%และไม่น้อยกว่า 35%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในหลักทรัพย์”
สำหรับเงินส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝากธนาคาร ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานประกาศกำหนด
“กองทุนผสมอย่าง ‘Moderate Allocation’แม้ว่าตัวนโยบายอาจจะดูครึ่งๆ กลางๆ ไปสักหน่อยสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงสูงๆ นั้นกองทุนดังกล่าวก็อาจจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะผลการดำเนินงานของกองนั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่ากองทุนประเภทอื่นมากนัก”