โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AP Open House ปั้นนักอสังหา "รู้ลึก-ทำได้จริง"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.ย 2562 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2562 เวลา 07.06 น.

ต้องยอมรับว่า “การเรียนรู้” ในยุคปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียง “ห้องเรียน” หรือ “สถาบันการศึกษา” เท่านั้น กอปรกับการที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การเข้าถึง “การเรียนรู้” และการเข้าถึง“ความรู้” ก็มีหลากหลายช่องทาง

ไม่เพียงเท่านั้น การเรียนรู้ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจจาก “ประสบการณ์จริง” “สถานการณ์จริง” และ “การลงมือปฏิบัติจริง” ควบคู่กันไปกับ “ภาคทฤษฎี” เพื่อให้มีทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นสำหรับโลกของการทำงานในอนาคต

เช่นเดียวกับโครงการ “เอพี โอเพ่นเฮ้าส์” (AP Open House) ของ “บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)” ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยของคนเมือง มุ่งสู่การพัฒนาเมืองในบริบทใหม่ เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนในโลกอนาคต เปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษาได้มาฝึกอบรมและเรียนรู้กระบวนการทำงานจริงในโปรแกรมวิศวกรรมโยธา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

โดยครอบคลุมทุกกระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และโปรแกรมด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้เหล่านิสิต-นักศึกษานำความรู้และทฤษฎีมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในพื้นที่จริง เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น

และนิสิต นักศึกษา จำนวน 4 คน ที่มีผลการฝึกงานที่โดดเด่นยังจะได้รับโอกาสจากเอพี ไทยแลนด์ ในการไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น กับมิตซูบิชิ เอสเตท ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของเอพี เพื่อเรียนรู้การทำงานที่นอกเหนือจากที่ได้เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทย

ล่าสุด เอพี ไทยแลนด์ นำนิสิต นักศึกษา 4 คนที่มีผลงานโดดเด่น ประกอบด้วย “ธนวัฒน์ เรียงวรานนท์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งปัจจุบันได้ทำงานร่วมกับเอพี ในตำแหน่ง Business Disruption Team Member ทำหน้าที่ในการคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการใหม่ ๆ

“ธมลอร มานะบุญ” นิสิตชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “พสุรัตน์ ไตรรัตน์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์

และ “ศตพร วัฒนาวัตถุ” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาองค์ความรู้และปรัชญาการพัฒนาเมืองเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในโลกอนาคต ภายใต้แนวคิด “Biodiversity” ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของระบบนิเวศให้เกิดขึ้น

เพื่อนำมาสู่การใช้ชีวิตที่เกื้อหนุนมนุษย์และสิ่งแวดล้อม จากมิตซูบิชิ เอสเตท ต่อยอดแนวคิดในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ตอบวิสัยทัศน์ของเอพี ไทยแลนด์ ในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีในโลกอนาคตต่อไป

สร้างคนสู่อสังฯหาไทย

“วิทการ จันทวิมล” รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง และเอพี ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัย ดังวิสัยทัศน์ AP WORLD การสร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีในวันนี้และอนาคต และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคนคุณภาพให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทย เอพีจึงได้สานต่อโครงการเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2019 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อให้นิสิต นักศึกษาจากหลากหลายสถาบันได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานจริงแบบเจาะลึก ตั้งแต่ภาคทฤษฎีไปจนถึงการปฏิบัติจริงในพื้นที่โครงการ

ทั้งยังส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษานำความรู้ในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในพื้นที่จริง รวมถึงได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสัมผัสประสบการณ์ตรงจากทีมงานมืออาชีพของเอพี โดยจะแบ่งการรับสมัครออกเป็น 2 กลุ่มคือ Civil Engineering จำนวน 20 คน และ Product & Service Design อีก 20 คน

“ในปีนี้มีนิสิต นักศึกษาสมัครเข้ามากว่า 3,500 คน และได้คัดเลือกจากการทำแบบทดสอบออนไลน์ให้เหลือ 240 คน แล้วสัมภาษณ์ รวมถึงทำกิจกรรมกลุ่มให้เหลือ 40 คนสุดท้ายที่จะได้เข้าฝึกงานกับเอพีเป็นเวลา 2 เดือน จนท้ายที่สุดคัดเลือกนิสิต นักศึกษาที่มีผลงานดีเด่น 4 คน เพื่อไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ น้อง ๆทั้งหมดที่ผ่านการฝึกงานยังจะได้รับใบประกาศนียบัตร รวมถึงได้รับโอกาสพิเศษในการพิจารณาเป็นพนักงานของเอพีในอนาคตอีกด้วย”

เพิ่มทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็น

“วิทการ” กล่าวอีกว่า สำหรับการฝึกงานโครงการเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2019 ในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี เพราะนอกจากน้อง ๆ จะได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานจริงในสาขาวิชาที่เรียนมาอย่างงานวิศวกรรมโยธา และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการแล้วนั้น โครงการยังได้เพิ่มทักษะใหม่ที่จำเป็น (reskill) เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยหลักสูตร design thinking ซึ่งเป็นกระบวนการทางความคิดที่เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

“ตลอดจนในการเรียนรู้แบบไม่จำกัดผ่าน YourNextU ที่ให้นิสิต นักศึกษาในโครงการได้เรียนรู้หลักสูตรวิชาระดับ world class education ด้วยการเรียนรู้แบบ learning buffet model ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่สิ้นสุด เรียนซ้ำได้อย่างไม่จำกัด ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านโปรแกรมความรู้ใหม่ ๆ ระดับโลกกว่า 300 หลักสูตร ซึ่งจะเป็นการต่อยอดการเรียนรู้สู่การทำงานจริง และทำให้เขาเหล่านั้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในวงการอุตสาหกรรมไทยต่อไป”

“ส่วนการเดินทางมาศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ เราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากมิตซูบิชิ เอสเตท ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะด้านจากทีมงานมืออาชีพให้กับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาทั้ง 4 คน เพื่อให้เข้าใจถึงแนวคิดและปรัชญาในการสร้างเมืองเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน การวางมาสเตอร์แพลนที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตคุณภาพให้กับเมือง และการพัฒนาป่าในเมือง ที่สามารถนำมาประยุกต์ต่อยอดให้เป็นจริงในประเทศไทยได้”

ผสมผสานสู่สินค้าบริการใหม่

“ธนวัฒน์” กล่าวว่า การได้รับโอกาสเข้ามาฝึกงานในโครงการเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะได้เรียนตั้งแต่พื้นฐานของอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเนื้อหาที่เรียนบางวิชานั้นถือว่ายากที่จะเจอกับตัวเอง และยังได้ไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้เห็นวิธีการ กระบวนการทำงานอย่างละเอียด

“อย่างผมเองได้ฝึกงานในโปรแกรมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ ทำให้รู้ว่าการขายที่มีมากกว่าที่เราเห็น ทั้งโปรโมชั่น การตั้งราคา และอื่น ๆ และหลังจากนั้นในเดือนที่ 2 จะเข้ามาในส่วนของกระบวนการ design thinking เต็มรูปแบบ ด้วยการนำมาใช้ในการออกแบบโปรเจ็กต์สุดท้ายที่ทุกกลุ่มจะได้โจทย์แตกต่างกันไป เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่ออกมาตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัย และจะมีพี่ ๆ จากเอพีมาเป็นโค้ช คอยดูแลให้คำแนะนำตลอดการฝึกงาน”

“สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าสำคัญในโครงการนี้คือ ความหลากหลายของกลุ่มคนที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งที่มาจากสาขาจิตวิทยา สังคมสงเคราะห์ และเศรษฐศาสตร์ การตลาด ทำให้เกิดการผสมผสานจนสามารถพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ๆ ที่มากกว่าการฝึกงานในสายเดียวกัน”

“และการมาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นทำให้เราเห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบ เสมือนอยู่ในดีเอ็นเอ เก็บรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังให้ข้อมูลการขายแบบตรงไปตรงมา มีการเล่าเรื่องพื้นที่สีเขียวในโครงการที่ไม่ใช่แค่การโปรโมต ตรงนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกกว้างให้กับผมเลยก็ว่าได้”

มุ่งต่อยอดกระบวนการ

“ธมลอร” กล่าวเสริมว่า การฝึกงานที่นี่ถือว่าเหนื่อยมาก เพราะมีทั้งเรียนในห้องเรียนและการลงพื้นที่หน้างานจริง แต่ถือว่าสนุกและได้ความรู้เป็นอย่างมาก ซึ่งที่นี่จะสอนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เริ่มกระบวนการคิดการออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการส่งมอบ และหลังจากเรียนจบจะได้ลงไซต์งานจริง ทดลองพูดคุยกับลูกค้าจริง ทั้งยังได้เข้าไปอยู่ในแผนกที่เป็น product design ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการนำเอา design thinking มาใช้ในการออกแบบ

“design thinking ถือว่าเป็นกระบวนการที่ดี เป็นเหมือนไมนด์เซตในการคิดสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ที่สำคัญการทำงานกับเอพี ทุกอย่างคือของจริง แม้ว่าครึ่งหนึ่งจะเรียนในตำรา แต่ที่เหลือต้องไปปฏิบัติจริง ในสถานที่จริง ตรงนี้ถือเป็นการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ซึ่งความรู้เหล่านี้จะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียน การทำงานต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน”

วิศวะ+ธุรกิจ โจทย์ที่ลงตัว

“พสุรัตน์” กล่าวว่า แม้ว่าตนจะเรียนมาทางด้านวิศวกรรมโยธา แต่โดยส่วนตัวแล้วมีความสนใจทางด้านธุรกิจ ทำให้มองหาที่ฝึกงานที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งสองด้าน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ควบคู่กันไป ซึ่งการฝึกงานในโครงการเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ถือว่าตอบโจทย์ตัวเองมาก ๆ

“การฝึกงานที่ได้ลงฝึกปฏิบัติหน้างานจริง ให้ทดลองเรียนรู้ปัญหาด้วยตนเอง และนำความรู้ที่ได้มาทำโปรเจ็กต์ ภายใต้กระบวนการ design thinking ที่แตกต่างจากฝึกงานทั่วไป เพราะไม่ใช่แค่ควบคุมงานก่อสร้างเท่านั้น แต่ทุกคนจะได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า แล้วนำเอามาปรับปรุงแก้ไขให้ตรงกับความต้องการ และการใช้งานของลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

YourNextU เพื่ออนาคต

“ศตพร” กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในการฝึกงานของที่นี่คือ เราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่หน้าไซต์งานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย อย่าง 2 สัปดาห์แรกจะเรียนภาคทฤษฎี และหลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์จะเป็นการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในหน้างานจริง แล้วสุดท้ายมาทำโปรเจ็กต์ร่วมกัน ตรงนี้ถือเป็นวิธีการที่ดี

“อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบคือ การเปิดโอกาสให้เข้าไปเรียนที่ YourNextU ซึ่งผมสามารถนำเอาความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการเรียน การทำงานได้เพราะแต่เดิมนั้นผมถือความคิดของตัวเองสำคัญ ไม่มองคนอื่น ไม่รู้ว่าจะต้องปรับตัวเข้ากับสังคมอย่างไร แต่ในโปรแกรมนี้มีหลักสูตรต่าง ๆ มากมายที่เสริมสร้างกระบวนการคิด การวิเคราะห์ ให้สามารถนำไปปรับใช้จริงได้ในระยะยาวต่อไป”

ถึงตรงนี้ “วิทการ” บอกว่า โครงการเอพี โอเพ่นเฮ้าส์จะยังดำเนินการต่อไป และจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจที่สำคัญของเอพี ในการสร้างคนให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย ผ่านการสร้างองค์ความรู้แบบรู้ลึก รู้จริงให้กับเยาวชนรุ่นใหม่

ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...