โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย-ศรีประภัสสรชัย จากต้นรัตนโกสินทร์ เรือพระที่นั่งที่ถูกลืม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 00.06 น.
รายละเอียดโขนเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม, พฤศจิกายน 2555)

เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย และเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย จากต้นรัตนโกสินทร์ เรือพระที่นั่งที่ถูกลืม

เมื่อกล่าวถึงเรือพระที่นั่งสำคัญในรัชกาลปัจจุบัน ส่วนใหญ่คงนึกถึงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช หรือเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งซึ่งนำมาใช้ในกระบวนเรือพระราชพิธีในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม

เรือพระที่นั่งสำคัญสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่หลงเหลือจากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังคงมีอีกหลายลำแม้จะชำรุดเสียหายมาก ดังเช่น เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย และเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไม่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรือพระที่นั่งชลพิมานชัย และเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยมากนักทั้งที่เป็นเรือพระที่นั่งทรงมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น บทความเรื่องนี้เป็นการศึกษาที่มาของเรือพระที่นั่งทั้ง 2 ลำนี้เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการศึกษาต่อไป

เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย : เรือพระที่นั่งทรงสมัยรัชกาลที่ 3

เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย เป็นเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อทดแทนเรือพระราชพิธีลำเดิมที่ถูกทำลายไปในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ดังรายชื่อเรือพระที่นั่งซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 1 ตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) ว่า

“…อนึ่ง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือพระที่นั่งกิ่งศรีสมรรถไชย 1 ยาว 16 วา พื้นแดง
พระที่นั่งกิ่งไกรแก้วจักรรัตน์ 1 ยาว 17 วา พื้นเขียว
พระที่นั่งชลพิมานไชย 1 ยาว 14 วา พื้นแดง

พระที่นั่งไกรสรมาศ 1 ยาว 14 วา พื้นแดง
พระที่นั่งไกรสรจักร 1 ยาว 17 วา 2 ศอก พื้นเขียว เอกไชย
พระที่นั่งเอกไชยศรีประภัศร าว 18 วา พื้นดำ
พระที่นั่งเอกไชยน้อย ยาว 14 วา พื้นดำ 1

เอกไชยเหินหาว 1 เอกไชยหลาวทอง 1 เป็คู่ชักทั้ง 2 ลำ
พระที่นั่งเอกไชยไกรสรมุข ยาว 19 วาศอก พื้นดำ
พระที่นั่งศรีสุพรรณหงษ ยาว 18 วา พื้นดำ 1

พระที่นั่งบุษบกพิศาล ยาว 15 วา สีประกอบพื้นน้ำเงิน 1
พระที่นั่งวิมานอมรินทร์ สีประกอบ ยาว 12 วา 3 ศอกคืบ พื้นเขียว 1
พระที่นั่งสังขศรีทิพรัตน ลายเขียน 1 ยาว 15 วา พื้นแดง 1

พระที่นั่งจักรพรรติ์ ลายเขียน ยาว 14 วา 2 ศอก พื้นดำ 1
พระที่นั่งทินกรส่องศรี ลายเขียนทอง ยาว 12 วา พื้นแดง 1
พระที่นั่งมณีจักรพรรดิ ลายเขียนทอง ยาว 13 วา พื้นเขียว 1

เรืออนงค์นิกร ยาว 13 วา พื้นดำ 1
เรืออัปษรสุรางค์ ยาว 13 วาศอก พื้นม่วง 1
พระที่นั่งสวัสดิชิงไชย ประกอบ ยาว 16 วา พื้นดำ 1

พระที่นั่งวิไลเลขา ยาว 15 วา 3 ศอกคืบ พื้นดำ
พระที่นั่งกราบศรีเมือง ยาว 14 วา 2 ศอก
พระที่นั่งกราบกระบวนนางรำ ยาว 16 วา 2 ศอก 1

เรือครุธ เรือกระบี่ เป็นคู่ชัก พาลีล้างทวีป สุครีบครองเมือง 1 เรืออสุรวายุภักษ 1 เรืออสุรปักษี 1 เรือกระบี่ปราบเมืองมาร 1 เรือกระบี่รานรอนราพ 1 เรือครุธเหินเหจ 1 เรือครุธเตรจไกรจักร 1 เรือแซ เรือพิฆาฏ เรือวังหน้า เรือเหรา โปรดเกล้าฯ ให้ทำไว้สำหรับกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคพร้อมทุกสิ่ง…” [1]

ดังนั้น เรือพระที่นั่งลำนี้จึงเป็นเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 จัดเป็นเรือประเภทเรือพระที่นั่งเอกชัย หรือเรือชัย อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าชื่อเรือที่เรียกว่า “ชลพิมานชัย” อาจเป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทาน จึงปรากฏหลักฐานใน “บัญชีเรือพระที่นั่งและเรือกระบวน” ซึ่งกล่าวถึงชื่อเรือพระที่นั่งและเรือกระบวนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อไว้ในจำพวกเรือพระที่นั่งเอกไชย [2] ว่า

“๏ ศุภมัศดุ จุลศักราช 1188 ปีจอ อัถศก พระบาทสมเด็จบรมนารถบรมบพิทพระพุทธิเจ้าอยูหัว ผู้ทรงคุณธรรม์อันมหาประเสิษฐ ทรงพระราชนิพนธ์ชื่อเรือพระธินั่งเรือกระบวน…

พระธินั่งเอกไช 2

เรือพระธินั่งไกรแก้วจักรหวัด กิ่งพื้นเขียว ยาว 17 วา 1 ศอก 1 คืบ 3 นิ้ว กำลัง 1 วา 2 ศอก 1 นิ้ว ลำ 1
๏ เรือพระธินั่งศรีสุนทรไชย พื้นแดง ยาว 17 วา 2 ศอก กำลัง 1 วา 2 ศอก 3 นิ้ว ลำ 1
๏ เรือพระธินั่งไกรสรจักร พื้นเขียว ยาว 17 วา 2 ศอก กำลัง—ลำ 1

๏ เรือพระธินั่งชลพิมานไชย เอกไชย พื้นแดง ยาว 12 วา 3 ศอก 6 นิ้ว กำลัง 1 วา 1 ศอก 2 นิ้ว ลำ 1
๏ เรือพระธินั่งไกรสรมาศ พื้นแดง ยาว 14 วา กำลัง—ลำ 1
๏ เรือพระธินั่งเอกไชยไม่มีชื่อ พื้นดำ ยาว 14 วา กำลัง 1 วา 1 ศอก 10 นิ้ว ลำ 1…” [3]

ด้วยเหตุนี้เรือพระที่นั่งชลพิมานชัยจึงเป็นเรือพระที่นั่งสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อเรือพระที่นั่งลำนี้ว่า “เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย” ดังที่ปรากฏในจดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 นั่นเอง

เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย นอกจากจะมีความสำคัญในด้านประวัติการสร้างดังกล่าวมาแล้ว เรือพระที่นั่งชลพิมานชัยยังเป็นเรือพระที่นั่งที่เข้ากระบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยใช้เป็นเรือพระที่นั่งนำเสด็จก่อนเรือพระที่นั่งทรง ดังปรากฏหลักฐานใน “ลิลิตกระบวนพยุหยาตราเพชรพวง” ผลงานของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่า

ลำดับนาเวศชั้น ทวารใน
โดยขนาดตราไตร แต่งตั้ง
ตำรวจสี่เวรระไว ระวังราช นั้นนา
เรือกิ่งนำเสด็จดั้ง ฮ่าชั้นรายเรียง

๏ ชลพิมานไชยที่ห้า ระหงฉาย
รันทดรันทวยพาย ตื่นเต้น
กระแหนะกระหนกพราย เพราเพริด
ลีลาศลอยลำเหล้น แล่นล้ำใครเสมอ [4]

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เรือพระที่นั่งชลพิมานชัยได้นำมาใช้เป็นเรือพระที่นั่งลำทรงของพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีพระราชทานผ้าพระกฐินทางชลมารคในสมัยรัชกาลที่ 3 ด้วย ดังปรากฏหลักฐานใน “ลิลิตกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราทางสถลมารคและทางชลมารค” พระนิพนธ์ของกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส หรือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ว่า

จึ่งถึงนาเวศเจ้า จุธาไท ธเรศฤๅ
พระที่นั่งชลพิมานไชย ชื่อชี้
ลำมาดขนาดนับไตร- รัศวัด วาเอย
รจเรขเฉกไชยกี้ ฉลุล้วนลายสุวรรณ ฯ

๏ บัลลังก์แต่งตั้งต่าง บุษบก
ศรีดาษกันยาปก ปักพร้อม
แผ่ลวดพิลาศลายกนก กระหนาบแย่ง พื้นพ่อ
ขั้นขอบเชองชายล้อม เลอศล้ำสลับศรี ฯ

๏ วิสูตรกาญจน์แก้วกอบกั้น เวียนวง รอบฤๅ
แห่งรัตนบัลลังก์ทรง กษัตริย์ใช้
ดำรวจที่ถือธง นักษราช หน้านา
หนึ่งราชเสน่หาให้ สถิตย์ท้ายเรือทรง ฯ

๏ สองนายกายก่องเพี้ยง ชนสอง เพรงพ่อ
พื้นธวัชแผ่ลวดทอง เถือกหล้า
สักระหลาดชาดศรีรอง ไพโรจ หร่ามเฮย
แปลกแต่ปลายธงห้า แฉกใช้ชายเฉลอม ฯ [5]

ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า “เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย” เป็นเรือพระที่นั่งสำคัญลำหนึ่งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เนื่องจากเป็นเรือพระที่นั่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 และมีการนำมาใช้เป็นเรือพระที่นั่งในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในสมัยรัชกาลที่ 1 รวมทั้งนำมาใช้เป็นเรือพระที่นั่งลำทรงในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้า

พระกฐินทางชลมารค สมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วยเรือพระที่นั่งชลพิมานชัยปัจจุบันยังเก็บรักษาทั้งลำสภาพชำรุดไว้ที่โรงเก็บเรือแผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็กกรมการขนส่งทางเรือ กองทัพเรือ

เรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย : เรือพระที่นั่งทรงสมัยรัชกาลที่ 4

เรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยเป็นเรือพระที่นั่งที่สำคัญอีกลำหนึ่งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่ปัจจุบันยังมีการเก็บรักษาโขนเรือไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เรือพระที่นั่งลำนี้ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเช่นเดียวกับเรือพระที่นั่งชลพิมานชัย ดังปรากฏหลักฐานในทำเนียบระวางเรือพระที่นั่งในรัชกาลที่ 1 มีกล่าวถึงขนาดของเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยว่า

“4. เรือศรีประภัศรไชย พระที่นั่งเอกไชย พื้นดำ ยาว 18 วา กำลัง กว้าง 5 ศอก 5 นิ้ว ท้องลึก 1 ศอก 6 นิ้ว…” [6]

นอกจากนี้ ยังปรากฏชื่อเรือพระที่นั่งลำนี้ใน “บัญชีเรือพระที่นั่งและเรือกระบวน” ซึ่งกล่าวถึงชื่อเรือพระที่นั่งและเรือกระบวนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อไว้ ซึ่งในรายชื่อเรือพระที่นั่งกิ่ง [7] มีชื่อเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยรวมอยู่ด้วย ดังความในจดหมายเหตุว่า

“๏ ศุภมัศดุ จุลศักราช 1188 ปีจอ อัถศก พระบาทสมเด็จบรมนารถบรมบพิทพระพุทธิเจ้าอยูหัว ผู้ทรงคุณธรรม์อันมหาประเสิษฐ ทรงพระราชนิพนธ์ชื่อเรือพระธินั่งเรือกระบวนพระธินั่งกิ่ง 3 ลำ

๏ เรือพระธินั่ง ศรีสมรรถไชย กิ่งพื้นแดง ยาว 18 วา 6 นิ้ว กำลัง 1 วา 2 ศอก 7 นิ้ว ลำ 1
๏ เรือพระธินั่งไกรสรมุข กิ่งพื้นดำ ยาว 19 วา 1 ศอก กำลัง 1 วา 2 ศอก 1 คืบ 1 นิ้ว ลำ 1
๏ เรือพระธินั่งศรีประภัศรไชย ยาว 18 วา กำลัง—ลำ 1…” 8]

จากหลักฐานที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า เรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยเป็นเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 และต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อเรือพระที่นั่งลำนี้ นอกจากความสำคัญที่เรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยจะเป็นเรือที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว เรือพระที่นั่งลำนี้ยังมีการนำมาใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรงอีกด้วย ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 4 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) กล่าวว่า “เรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย” เป็นเรือพระที่นั่งทรงของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จเลียบพระนครทางชลมารคหลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ดังความในพระราชพงศาวดารว่า

“…เรือกิ่งศรีประภัศศรไชยลำพระที่นั่งทรง เรือกิ่งไกรสรมุขพระที่นั่งรอง มีนักสราดถือธงหักทองขวางน่าซ้าย มีมณฑปยอดเปนพระที่นั่ง ประดับพลอยสีต่างๆมีเสวตรฉัตรฃาวลายทองเจดชั้น ปักเคียงพระมณฑปซ้ายขวา เครื่องสูงชุมสายตั้งรายไปตามเรือ ฝีพายสรวมเสื้อสรวมหมวกสรวมกางเกงสักหลาดฃลิบโหมดร้อยคน…” [9]

เรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยน่าจะเป็นเรือพระที่นั่งที่มีความสำคัญ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรงเมื่อครั้งเสด็จเลียบพระนครหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อ พ.ศ. 2394 ต่อมาจึงทรงสร้างเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชและใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรงในภายหลัง

บทสรุป

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า นอกจากเรือพระที่นั่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เช่น เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ฯลฯ ยังมีเรือพระที่นั่งสำคัญสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่เคยนำมาใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรง 2 ลำ คือ เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย และเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัย ซึ่งชำรุดเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังมีการเก็บรักษาโขนเรือไว้ เรือพระที่นั่งทั้ง 2 ลำนี้มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์เรือพระราชพิธีของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรือพระที่นั่งที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 และมีการพระราชทานชื่อเรือพระที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ 3

นอกจากนี้ ยังเป็นเรือพระที่นั่งทรง เช่น เรือพระที่นั่งชลพิมานชัยเคยใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรงของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จฯ ไปพระราชทานผ้าพระกฐินทางชลมารค และเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยซึ่งเคยใช้เป็นเรือพระที่นั่งทรงของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการเสด็จเลียบพระนครหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ดังนั้น หากจะมีการดูแลรักษาหรือรื้อฟื้นซ่อมแซมเรือพระที่นั่งชลพิมานชัย และเรือพระที่นั่งศรีประภัสสรชัยทั้ง 2 ลำนี้ขึ้นให้มีสภาพสมบูรณ์ หรือมีการศึกษาเกี่ยวกับเรือพระที่นั่งทั้ง 2 ลำนี้มากขึ้นในอนาคต ก็น่าจะเป็นการช่วยสืบอายุหลักฐานทางประวัติศาสตร์เรือพระราชพิธีของไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1. (กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทรพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2552), น. 238-239.

[2] เรือพระที่นั่งเอกไชย (เอกชัย) เป็นเรือพระที่นั่งชั้นถัดลงมาจากเรือพระที่นั่งกิ่ง มีลวดลายประดับตกแต่งอย่างงดงามเหมือนกับเรือพระที่นั่งประเภทอื่นๆ เพียงแต่ขึ้นทำเนียบเป็นเรือพระที่นั่งเอกไชย ในกาพย์เห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศมีการกล่าวถึงเรือชัยไว้ด้วย เรือพระที่นั่งเอกชัยบางลำมีชื่อเฉพาะ เช่น เรือศรีประภัศรไชย เรือพระที่นั่งประเภทนี้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นเครื่องอิสริยยศสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ตามลำดับชั้นด้วย
เช่น เรือพระที่นั่งเอกไชยพื้นดำ เป็นเรือสำหรับที่พระมหาอุปราช เป็นต้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงผนวชจากวัดสมอรายมาประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร ก็พระราชทานเรือพระที่นั่งเอกไชยให้เป็นเรือพระที่นั่งทรง

[3] กรมศิลปากร. จดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 เล่ม 2. (กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสหประชาพาณิชย์, 2530), น. 87.

[4] เจ้าพระยาพระคลัง (หน). วรรณคดีเจ้าพระยาพระคลัง(หน). (พระนคร : แพร่พิทยา, 2515), น. 153.

[5] สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส. ลิลิตกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคและสถลมารค. (กรุงเทพฯ : สหธรรมิก, 2539), น. 130-131.

[6] สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. ประชุมพระนิพนธ์สรรพความรู้. (กรุงเทพฯ : ศยาม, 2555), น. 134.

[7] เรือพระที่นั่งกิ่ง เป็นเรือพระที่นั่งที่เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ดังที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรรอยพระพุทธบาท ในครั้งนั้นฝีพายเอาดอกเลาปักไว้ที่ปัถวีเรือไชย ก็โปรดว่างดงามดี เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงกรุงศรีอยุธยาจึงโปรดเกล้าฯ ให้แปลงปัถวีเรือไชยเป็นเรือกิ่ง ในเวลาต่อมาจึงมีการเขียนลายกิ่งไม้ประดับไว้ที่หัวเรือและโปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่า เรือพระที่นั่งกิ่ง ซึ่งถือว่าเป็นเรือพระที่นั่งชั้นสูงที่สุด เพราะไม่เคยปรากฏหลักฐานว่าโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์องค์ใดประทับ ยกเว้นบางครั้งที่อาจใช้เป็นเรือ
เชิญผ้าไตรในงานพระราชทานพระกฐิน หรือเชิญพระพุทธรูปในเวลาเข้ากระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเท่านั้น เรือพระที่นั่งซึ่งเป็นเรือกิ่งที่ปรากฏรายชื่อในกาพย์เห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศได้แก่ เรือศรีสมรรถไชย เรือไกรสรมุข

[8] กรมศิลปากร. จดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 เล่ม 2. น. 86.

[9] เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค). พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4. (กรุงเทพฯ : บริษัทพิมพ์ดี, 2547), น. 31.

บรรณานุกรม :

กรมศิลปากร. จดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 เล่ม 2. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสหประชาพาณิชย์, 2530.

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. ประชุมพระนิพนธ์สรรพความรู้. กรุงเทพฯ : ศยาม, 2555.

ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี, เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1. กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทรพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2552.

ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4. กรุงเทพฯ : บริษัทพิมพ์ดี, 2547.

ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ. ลิลิตกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคและสถลมารค. กรุงเทพฯ:สหธรรมิก, 2539.

พระคลัง (หน), เจ้าพระยา. วรรณคดีเจ้าพระยาพระคลัง (หน). พระนคร : แพร่พิทยา, 2515.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 1 เมษายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรือพระที่นั่งชลพิมานชัย-ศรีประภัสสรชัย จากต้นรัตนโกสินทร์ เรือพระที่นั่งที่ถูกลืม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...