โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นีล อาร์มสตรอง : ความตายอันผิดพลาด, เงิน 6 ล้านเหรียญฯ และชุดอวกาศที่เปราะบาง

The MATTER

อัพเดต 02 ส.ค. 2562 เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2562 เวลา 03.54 น. • End of the Road

คราวหน้า หากคุณเดินออกไปข้างนอกในค่ำคืนอันแจ่มใสและเห็นดวงจันทร์ส่งยิ้มให้คุณ ขอให้นึกถึง นีล อาร์มสตรอง และหลิ่วตาให้เขาเถิด

คำไว้อาลัยของครอบครัวที่มีต่อสาธารณชน หลังนีล อาร์มสตรอง เสียชีวิต

1

นีล อาร์มสตรองไม่ได้เป็นเพียงมนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์เท่านั้น แต่ความตายของเขายังเป็นเรื่องลึกลับต่อเนื่องยาวนานหลายปีอีกด้วย

ต้นเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2012 เมื่อเขาอายุได้ 82 ปี นีล อาร์มสตรองเข้ารับการผ่าตัดหัวใจในซินซินนาติ การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ภรรยาของนีลบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขา “ฟื้นตัวได้ดีอย่างน่าทึ่ง” และสามารถเดินไปตามโถงทางเดินในโรงพยาบาลได้แล้ว

แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะเมื่อพยาบาลถอดสายเครื่องกระตุ้นหัวใจชั่วคราวออก เลือดก็เริ่มซึมออกมาสู่เยื่อหุ้มหัวใจ และนั่นก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนลุกลามมากมาย

แล้วในที่สุด นีล อาร์มสตรอง ก็เสียชีวิตลงในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 2012

ใช่! ชายผู้เป็นฮีโร่ของแผ่นดินอเมริกาและของโลก ชายผู้เหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรก ชายที่เป็นอมตะในทุกสื่อ ทุกหนังสือเรียน และทุกความทรงจำ—ที่สุดก็ได้จากไป

แต่มันไม่ใช่การจากไปธรรมดา

2

หลังเหยียบดวงจันทร์แล้ว นีล อาร์มสตรองยังคงทำงานกับองค์การนาซาต่อเนื่องมาจากจนถึงปี ค.ศ. 1971 หลังเกษียณจากนาซ่า เขาไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยซินซินนาติในสาขาวิศวกรรมยานอวกาศ และอยู่ที่นั่นนานถึงแปดปี ก่อนจะกลายมาเป็นประธานบริษัท Computing Technologies for Aviation ในช่วงปี ค.ศ. 1982-1992

พูดได้ว่า เขาอยู่กับ ‘อวกาศ’ ในรูปแบบต่างๆ แทบจะชั่วชีวิต

เมื่อเกิดอุบัติเหตุโศกนาฏกรรมร้ายแรงขึ้นกับยานชาเลนเจอร์ในปี ค.ศ. 1986 นีล อาร์มสตรองเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเพื่อสืบสวนการระเบิดของยานชาเลนเจอร์ด้วย เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เขาเป็นที่รักของประเทศและของโลก รวมทั้งกลายเป็นชายที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกด้วย

แต่กระนั้น นีลก็มักหลบหน้าจากสาธารณะ เขาแทบไม่ออกมาหน้ากล้องเลย มีบันทึกให้สัมภาษณ์ของเขาเพียงไม่กี่ครั้ง ในช่วงหลังๆ มีเพียงรายการ 60 Minutes เท่านั้น ที่เคยสัมภาษณ์เขาไว้ในปี ค.ศ. 2005

ในตอนนั้น เขาเล่าถึงดวงจันทร์ให้พิธีกรฟังว่า

“มันคือพื้นผิวสุกใสในแสงอาทิตย์ เส้นขอบฟ้าดูอยู่ใกล้กับเรามาก เพราะเส้นโค้งนั้นโค้งกว่าบนโลก มันคือที่ที่น่าไปเยือนมากๆ ผมขอรับรอง”

เขายังคงทุ่มเทอุทิศตัวให้กับการสำรวจอวกาศแม้ในขวบปีท้ายๆ ของชีวิต โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 2010 เมื่อประธานาธิบดีบารัก โอบามา ตัดสินใจจะยกเลิกโครงการสำรวจอวกาศ เขาเข้าไปให้การในสภาคองเกรสเพื่อต่อต้านแนวคิดนี้ นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โอบามาต้องไปเสาะหาบริษัทเอกชนเพื่อมาทำงานนี้แทนรัฐบาล

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นีล อาร์มสตรองเป็นที่รักของผู้คนมากเพียงใด

แต่ยิ่งเป็นที่รักมากเท่าไหร่—การจากไปของเขาก็ยิ่งสร้างความสูญเสียให้โลกมากเท่านั้น

โดยเฉพาะเมื่อมันคือความผิดพลาด

3

แม้คำไว้อาลัยของครอบครัวที่มีต่อนีล อาร์มสตรอง จะฟังดูน่ารักและกระทั่งเปี่ยมอารมณ์ขัน แต่แท้จริงแล้ว ภายในครอบครัวนั้นปั่นป่วน

ลูกชายของนีลสองคน คือมาร์คกับริค เห็นว่าการตายของพ่อเกิดขึ้นเพราะโรงพยาบาลทำงานไม่ดี พวกเขาจึงลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยข้อหาร้ายแรง นั่นคือโรงพยาบาลดูแลพ่อของพวกเขาหลังผ่าตัดไม่ดีและไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยมีหลักฐานและคำให้การของผู้เชี่ยวชาญหลายรายประกอบ

ในปี ค.ศ. 2014 ลูกชายทั้งคู่ตั้งให้ เวนดี้ อาร์มสตรอง ซึ่งเป็นทนายความและเป็นภรรยาของมาร์คเป็นตัวแทนในการต่อสู้คดีนี้ โดยส่งอีเมลมาถึงทนายความของโรงพยาบาล

ในตอนนั้น ใกล้จะถึงวาระฉลองครบรอบ 45 ปี ของการเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก ทั้งมาร์คและริคจึงให้ทนายความแจ้งแก่โรงพยาบาลว่า พวกเขาจะเดินทางไปร่วมพิธีที่เคนเนดี้สเปซเซนเตอร์ และหากโรงพยาบาลไม่ยอมรับหรือไม่ชดใช้ให้กับการตายของพ่อพวกเขา พวกเขาก็จะพูดเรื่องนี้ที่นั่น

แน่นอน การพูดเรื่องนี้ย่อมเป็นข่าวใหญ่ ที่จริงแล้ว ทั้งมาร์คและริคต่างก็ได้รับการติดต่อจากนักเขียนและนักทำหนังมากมายเพื่อล้วงลึกถึง ‘ข้อมูล’ เกี่ยวกับนีลประเภทที่ ‘ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน’ ซึ่งก็แน่นอนว่า—การตายของนีลที่เกิดจากความบกพร่องของโรงพยาบาลจะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่แน่ และโรงพยาบาลก็ต้องเสียชื่อเสียงป่นปี้

นั่นทำให้โรงพยาบาลยอมทำข้อตกลงบางอย่าง—เป็นข้อตกลงที่ไม่มีใครรู้เลยว่าคืออะไร, จนกระทั่งวันนี้

ที่จริงแล้ว การโต้แย้งเรื่องนี้เกิดขึ้นมาตลอดหลังการตายของนีล แต่มันถูกเก็บเป็นความลับ จนเมื่อมีการฉลองการเหยียบดวงจันทร์ครบ 50 ปี หนังสือพิมพ์ The New York Times ได้รับเอกสารความหนา 93 หน้า จากผู้ส่งที่ไม่ระบุตัวตน เป็นเอกสารที่เล่าถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยว่าเป็นความผิดของโรงพยาบาล

บางความเห็นก็ไปไกลถึงระดับบอกว่า—อย่าว่าแต่ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเลย กระทั่งการผ่าตัดหัวใจเองก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดด้วยซ้ำ

ในตอนนั้น การถกเถียงเรื่องราวของนีล อาร์มสตรอง ของโรงพยาบาล ยังต้องใช้ชื่อปลอม โดยเรียกนีล อาร์มสตรอง ว่า เน็ด แอนเดอร์สัน เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นล่วงรู้ข่าวนี้ โดยฝั่งครอบครัวอาร์มสตรองเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับครอบครัวเป็นเงิน 7 ล้านเหรียญฯ

ทุกอย่างดำเนินไปไม่จบสิ้น คลับคล้ายการต่อรองกับโรงพยาบาลในบางข่าว จนกระทั่งครอบครัวต้อง ‘ขู่’ จะเปิดโปงสดๆ ต่อหน้าธารกำนัลในงานฉลองครบรอบ 45 ปีนั่นแหละ โรงพยาบาลถึงได้ยอมตกลงด้วย

เอกสารล่าสุดบอกว่า โรงพยาบาลได้จ่ายเงินให้กับครอบครัวราว 6 ล้านเหรียญ โดย 5.2 ล้านเหรียญนำมาแบ่งเท่าๆ กัน ระหว่างมาร์คกับริค ในขณะที่คนอื่นๆ เช่น พี่น้องของนีล ต่างได้รับไปคนละ 250,000 เหรียญ และหลานๆ อีก 6 คน ได้รับไปคนละ 24,000 เหรียญ

คำถามก็คือ—เกิดอะไรขึ้นกับการตายของนีล อาร์มสตรอง กันแน่?

จากเอกสารล่าสุดที่ได้รับมานั้น มีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสามคน ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกัน ก็ทำให้เราได้เห็นภาพใหญ่ว่า ครอบครัวส่งนีลเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนี้ และแพทย์ก็ตัดสินใจผ่าตัดบายพาสหัวใจในทันที ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นว่า ‘เร็วไป’

เมื่อผ่าตัดเสร็จ แพทย์จะฝังเส้นลวดชั่วคราวเพื่อกระตุ้นให้หัวใจของเขาเต้นเป็นปกติ ครั้นเมื่อนางพยาบาลถอดเส้นลวดนี้ออก นีลเริ่มเลือดออกภายใน ความดันเลือดตก แพทย์นำเขาเข้าไปสแกน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเลือดกำลังไหลออกมาอย่างรวดเร็วในปริมาณมาก แพทย์จึงถ่ายเลือดออกจากหัวใจของเขาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันเนื่องจากของเหลวไปสะสมตัวอยู่มาก บันทึกไม่ได้บอกชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง แต่นีลมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกเพียงราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะเสียชีวิต

ปิดฉากชีวิตของชายที่มีคนรักมากที่สุดในโลกคนหนึ่งลง

4

นีล อาร์มสตรองควรมีชีวิตยืนยาว สิ่งที่ควรมีชีวิตสั้น—คือชุดนักบินอวกาศของเขาต่างหาก

ชุดนักบินอวกาศที่นีลใส่เหยียบดวงจันทร์นั้น ถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์อวกาศของสมิธโซเนียนครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 มันอยู่ที่นั่นนานถึง 30 ปี ก่อนจะถูกนำไปเก็บในปี ค.ศ. 2006 เพราะหวั่นเกรงว่าชุดจะเสื่อมสลายลง

ที่จริงแล้ว ชุดนักบินอวกาศของนีลได้รับการออกแบบมาให้มีอายุใช้งานเพียงราวหกเดือน คือใช้สำหรับเดินทางไปดวงจันทร์แล้วกลับเท่านั้น ดังนั้น การที่ชุดอยู่ต่อมาอีกสามสิบปีหรือกว่านั้นให้คนได้ชื่นชม จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา

หลังนำชุดกลับไปเก็บแล้ว ก็มีการฟื้นฟูชุดอวกาศนี้อย่างยากลำบาก มีการระดมทุนผ่าน Kickstarter จนได้เงินกว่า 7 แสนเหรียญฯ เพื่อนำมาบูรณะชุด ที่ต้องใช้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะชุดที่ว่านี้บอบบางมาก และยังมีฝุ่นจากดวงจันทร์ฝังอยู่ตามเนื้อผ้าด้วย

ฝุ่นดวงจันทร์ที่ว่านี้แม้จะเล็กจิ๋วจนมองไม่เห็น แต่มีความคมกริบ และสามารถบาดชุดให้ฉีกขาดได้ถ้าหากเคลื่อนที่ไปมา การฉีกขาดจะยิ่งไปเร่งการฉีกขาดให้มากขึ้นไปอีก ส่วนภายในบางส่วนที่ทำจากยางก็เริ่มแข็งตัวและเสื่อมสลาย ปล่อยก๊าซพิษบางชนิดออกมา เป็นก๊าซที่แม้ไม่ได้ตั้งใจ—แต่ก็ทำลายตัวเอง

มันคือกระบวนการธรรมชาติ คล้ายการแก่ตัวของมนุษย์ที่จะเกิดอนุมูลอิสระขึ้นมาเร่งวันวัยของมนุษย์ให้เดินหน้าไปสู่ความตาย

ด้วยเหตุนี้ การจัดชุดอวกาศนี้ให้เข้าที่เหมือนมีคนใส่อยู่เพื่อนำออกจัดแสดงอีกครั้งหนึ่งฉลองการเหยียบดวงจันทร์ครบ 50 ปีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย สมิธโซเนียนต้องใช้ท่อปล่อยอากาศเข้าไปขับดันก๊าซที่เกิดขึ้น จากนั้นก็ดูดก๊าซดังกล่าวออก พร้อมกับกรองเอาอนุภาคที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ทิ้งไป กระบวนการนี้ต้องทำช้าๆ ใช้เวลาสามวันกว่าอากาศจะเข้าไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่ว่าได้สมบูรณ์ และต้องเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง

ความเปราะบางของชุดนักบินอวกาศจึงได้รับการทะนุถนอมไว้ด้วยเทคโนโลยี

ชุดที่ควรมีอายุเพียงหกเดือน จึงยังดำรงคงอยู่มาครบ 50 ปี

ไม่เหมือนผู้ที่เคยสวมใส่มัน

5

ตัวเลข 6 ล้านเหรียญฯ ฟังดูมากมายมหาศาล แต่ที่จริงแล้วอาจไม่มากเลยเมื่อเทียบกับชื่อเสียงของนีล อาร์มสตรอง

เมื่อลูกชายของนีลนำข้าวของส่วนตัวของพ่อออกประมูล ยอดรวมของข้าวของเหล่านั้นทำรายได้รวมสูงถึง 12 ล้านเหรียญฯ แสดงให้เห็นว่า คนอเมริกัน ‘ให้คุณค่า’ กับนีลมากมายเพียงใด

แล้วไม่ใช่แค่นีล กระทั่งกับ บัซ อัลดริน ผู้เหยียบดวงจันทรเป็นคนที่สอง ก็สามารถทำรายได้มหาศาลด้วยเช่นกัน เขารับเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าต่างๆ เวลาไปปรากฏตัวในแต่ละงานจะได้ค่าตัวตั้งแต่ 50,000 ถึง 75,000 เหรียญฯ โดยเรียกร้องการบินเครื่องบินส่วนตัวและที่พักหรูหราระดับวีไอพี ที่เขาสามารถเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ได้ก็เพราะผู้คนอยากพบเขา จับมือกับเขา และมองตาเขาในค่ำคืนที่มีแสงจันทร์สาดส่อง

แต่นีล อาร์มสตรอง ไม่เหมือนบัซ อัลดริน เขาไม่ได้อยากได้สิ่งเหล่านี้นัก อย่างที่รู้กัน ในช่วงหลังของชีวิต เขาอยู่เงียบๆ เรียบง่าย ทั้งที่ชื่อของเขาน่าจะทำเงินได้มหาศาลกว่าบัซ อัลดริน มากนัก

เมื่อนีลจากไปแล้ว มีผู้สร้างหนังเรื่อง First Man โดยให้ไรอัน กอสลิง เล่นเป็นนีล อาร์มสตรอง หลายคนอาจไม่ได้สังเกตว่า—ลูกชายของเขาทั้งมาร์คและริค, ได้เล่นในหนังเรื่องนี้ด้วย

แน่นอน—พวกเขาย่อมได้ค่าตัวไปไม่น้อย

ความตายอันเกิดจากความผิดพลาดของนีล อาร์มสตรอง ทำให้เราเห็นว่า ชีวิตนั้นเปราะบางเพียงใด

แต่ถึงชีวิตจะเปราะบาง ชุดอวกาศก็กลับเปราะบางกว่า

แต่กระนั้น เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นได้เพราะเงินและการระดมทุน—ก็กลับทำให้สิ่งที่เปราะบางกว่า, ยังอยู่คงทนมาจนถึงปัจจุบัน

โลกเป็นอย่างนี้นี่เอง

โตมร ศุขปรีชา

โตมร ศุขปรีชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...