โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรคระบาดสุกรเสี่ยง 50 จังหวัด ฟาร์มหนีตายเทขายหมูขุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. 2564 เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 00.54 น.
(File Photo by RONALDO SCHEMIDT / AFP)

โรคระบาดหมูลามไม่หยุด พบเสี่ยงสูง 50 จังหวัด ฟาร์มรายเล็กรายกลางหวั่นตายยกเล้า ชิงขายหมูขุนทำราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มร่วงหนักจาก 80 เหลือ 72 บาท/กก. บริษัทยาสัตว์ไม่รอกรมปศุสัตว์เดินหน้าเปิดศูนย์ขายระบบพ่นฆ่าเชื้อ ASF ในคนและรถ เจาะศูนย์กลางการระบาดที่ชลบุรี-ราชบุรี

ผู้เลี้ยงหมูยังคงเผชิญกับโรคระบาดหมูต่อไป โดยล่าสุดโรคได้ลุกลามลงไปยังพื้นที่ภาคใต้ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง-สุราษฎร์ธานี เริ่มปรากฏหมูป่วย-ตายต่อเนื่อง ด้านหนึ่งผู้เลี้ยงสุกรส่วนใหญ่เชื่อว่า หมูตายจากโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร หรือ ASF แต่กรมปศุสัตว์ยัง “ไม่ยอมรับ” การระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย

แต่กลับแจ้งว่า หมูตายจากโรคพีอาร์อาร์เอส หรือ PRRS ทั้ง ๆ ที่โรคนี้มีการระบาดในไทยมาเป็น 10 ปี และมีวัคซีนสามารถป้องกันโรคได้ ไม่ใช่ลักษณะการระบาดใหญ่เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ฟาร์มหนีตายแห่ขายหมูทิ้ง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากการสอบถามฟาร์มเลี้ยงสุกรในพื้นที่เข้ามาว่า โรคระบาดลึกลับในสุกรที่กรมปศุสัตว์ระบุว่า เป็นโรค PRRS นั้นได้ระบาดลุกลามไปทั่วทุกภาคของประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยที่กรมปศุสัตว์ยังไม่สามารถควบคุมโรคได้

ประกอบกับผู้เลี้ยงสุกรเองก็กังวลว่า แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่การระบาดของโรค PRRS แต่อาจเป็นโรค ASF ซึ่งมีอาการของโรคใกล้เคียงกันมาก โดยเป็นที่เข้าใจกันดีว่า หากหมูเป็นโรค ASF แล้วไม่มีวัคซีนรักษา ต้องฆ่าหรือกำจัดทิ้งอย่างเดียว

ที่สำคัญหากยอมรับว่าเป็นโรค ASF แล้วจะกระทบการส่งออกหมูและผลิตภัณฑ์ “เป็นเรื่องที่ฟาร์มขนาดใหญ่และผู้ส่งออกกังวลมาก กลัวจะส่งออกไม่ได้”

ทั้งนี้เชื่อกันว่า การระบาดของโรคดังกล่าวได้ขยายวงกว้างไปถึง 50 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว โดยเฉพาะการแพร่ระบาดเข้าไปในพื้นที่เลี้ยงหมูในจังหวัดราชบุรี ซึ่งถือเป็นเมืองหลวงของผู้เลี้ยงสุกร มีปริมาณการเลี้ยงสุกรกว่า 2 ล้านตัวต่อปี ทั้งที่ อ.ปากท่อ และ อ.โพธาราม โดยการระบาดน่าจะมาจากการสั่งซื้อลูกสุกรจากต่างพื้นที่เข้าไปเลี้ยง

ล่าสุดพบว่าเชื้อไวรัสได้กลายพันธุ์จากเดิมทำให้หมูมีอัตราการตาย “ช้าลง” กว่าช่วงแรกที่พบการระบาดในจังหวัดเชียงรายเมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ที่หมูตายช้าลงทำให้เจ้าของฟาร์มรีบเทขายหมูมีชีวิตออกไปนอกพื้นที่ กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้โรคระบาดลุกลามอย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่กรมปศุสัตว์มีประกาศเฝ้าระวัง การเคลื่อนย้ายหมูข้ามเขตต้องมีใบรับรองการตรวจโรคชัดเจนและตั้งด่านตรวจ

แต่ก็ยังลักลอบนำสุกรที่มีโรคเคลื่อนย้ายออกไปต่อเนื่องในทุกภาค ทำให้โรคได้ลุกลามเข้าสู่ฟาร์มระดับกลางและระดับใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งฟาร์มระบบเปิดและระบบปิด หลายฟาร์มในพื้นที่ที่ยังไม่เกิดโรต่างเร่งเทขายสุกรออกมา เพราะเกรงจะควบคุมโรคไม่อยู่

ส่งผลให้ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มของผู้เลี้ยงรายย่อยเคลื่อนไหวระดับ 72-74 บาทหรือ “ต่ำกว่า” ระดับราคาที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศยืนที่ 80 บาทหลายสัปดาห์แล้ว ขณะที่ราคาลูกหมูและอาหารสัตว์ทุกชนิดช่วงนี้ปรับขึ้นสูง

“ล่าสุดมีข่าวว่ากรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างร่างหลักเกณฑ์ ASF Compartment เพื่อกำหนดมาตรการการเลี้ยงสุกรในอนาคต ซึ่งองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้ออกระเบียบมาเป็นแนวทางให้แต่ละประเทศนำไปปฏิบัติแล้ว แต่ไทยจะสามารถดำเนินการเข้มงวดได้ตามที่วางไว้หรือไม่ คงต้องติดตามต่อไป

โดยเฉพาะมาตรการที่ว่าหากตรวจพบมีโรคเข้าฟาร์มหมูทั้งหมดจะต้องถูกทำลาย หลักเกณฑ์ดังกล่าวผู้เลี้ยงรายย่อยคงทำได้ลำบาก เท่ากับในอนาคตอาชีพการเลี้ยงสุกรเหลือเพียงรายกลางค่อนไปทางใหญ่และรายใหญ่เท่านั้น” แหล่งข่าวกล่าว

แม้กรมปศุสัตว์ยังไม่ยอมประกาศการระบาดของโรค ASF ในไทย แต่กลับปรากฏรายงานข่าวจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี (ข่าวเด่นราชบุรี) ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาแล้วว่า จังหวัดราชบุรีได้ยกระดับพื้นที่เฝ้าระวังโรค ASF อย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น จังหวัดจึงได้ออกมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันโรค ASF เข้มงวด แต่ต่อมาต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จังหวัดราชบุรีได้ออกข่าวว่า ในพื้นที่ยังไม่มีการระบาดของโรคที่รุนแรงในฟาร์มหมูแต่อย่างใด

เสี่ยงสูงโรคระบาด 50 จังหวัด

อย่างไรก็ตามกรมปศุสัตว์ได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดลงพื้นที่เก็บข้อมูล (เจาะเลือด-swab) อย่างละเอียด รายงานการประเมินความเสี่ยงของโรคระบาดที่สำคัญในไก่และสุกรในระดับตำบลและระดับอำเภอ โดยเฉพาะอัตราการตาย พร้อมประเมินระดับความเสี่ยงต่ำ เสี่ยงปานกลาง เสี่ยงสูง และเสี่ยงสูงมาก

ในส่วนของการประเมินความเสี่ยงของโรคระบาดสำคัญในสุกรในช่วงครึ่งเดือนมีนาคม 2564 พบว่า ใน 77 จังหวัดมีจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงถึง 50 จังหวัด 243 อำเภอ มีจังหวัดที่เสี่ยงสูงมากถึง 32 จังหวัด 75 อำเภอ

โดยจังหวัดแรก ๆ ที่มีการเลี้ยงสุกรสูงสุดพบความเสี่ยงในจังหวัดราชบุรี เสี่ยงสูงมากที่ อ.โพธารามกับ อ.ปากท่อ, จังหวัดนครปฐม เสี่ยงสูงมากที่ อ.เมือง-อ.กำแพงแสน-อ.สามพราน-อ.พุทธมณฑล, จังหวัดฉะเชิงเทรา เสี่ยงสูงมากที่ อ.เมือง-อ.บางคล้า,

จังหวัดชลบุรี เสี่ยงสูงมากที่ อ.พนัสนิคม, จังหวัดตาก เสี่ยงสูงมากที่ อ.แม่สอด, จังหวัดนครราชสีมา เสี่ยงสูงมากที่ อ.โนนสูง-อ.สูงเนิน, จังหวัดบุรีรัมย์ เสี่ยงสูงมากที่ อ.นางรอง

จังหวัดสุราษฎร์ธานี เสี่ยงสูงมากที่ อ.กาญจนดิษฐ์ และจังหวัดพัทลุง เสี่ยงสูงมากที่ อ.บางแก้ว-อ.เขาชัยสน

เอกชนตั้ง ASF Car Center

ด้าน น.ส.อรวรรณ อำนรรฆสรเดช ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เวทโปรดักส์ รีเซิร์ช แอนด์ อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ VRI ในเครือเวทโปรดักส์ (VPG) กล่าวว่า โรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF) ได้แพร่ระบาดรอบประเทศเพื่อนบ้านของไทย ทั้งจีน -เวียดนาม-ฟิลิปปินส์-เมียนมา-กัมพูชา-สปป.ลาว ซึ่งในประเทศเหล่านี้มีบริษัทในเครือเวทโปรดักส์ตั้งอยู่ ส่งผลให้บริษัททราบว่า ตัวพาหะสำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ ASF อย่างรวดเร็ว 80% มาจาก “รถและคน” จึงได้หาวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว

และพบว่า หากมีกระบวนการล้างรถและทำความสะอาดคนขับรถ เพื่อฆ่าเชื้อ ASF อย่างมีประสิทธิภาพ จะลดการปนเปื้อนของเชื้อสู่สิ่งแวดล้อมอย่างได้ผล ดังนั้นนายสัตวแพทย์ธานินทร์ ชีวะผลาบูรณ์ กรรมการผู้จัดการเครือเวทโปรดักส์ จึงมีนโยบายเปิดบริการ “ASF Survive Car Center” ล้างอัดฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อให้รถและคนขึ้นแห่งแรกที่สถานีบริการน้ำมัน PT หนองเสม็ด จ.ชลบุรี

ทั้งนี้เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เกษตรกรหรือเจ้าของฟาร์มลดจุดเสี่ยงการแพร่เชื้อ และอยากซื้อระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปทำใช้ในฟาร์มของตัวเอง เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 และแห่งที่2 สาขาโพธาราม จ.ราชบุรี เป็นความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรปศุสัตว์ราชบุรีร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี และมีแผนขยายบริการไปในภาคต่าง ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...