โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มุมมองการบริโภคแมลง โปรตีนแหล่งใหม่ ‘Food Security’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. 2564 เวลา 16.15 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2564 เวลา 01.06 น.

คอลัมน์นอกรอบ พิเชษฐ์ ณ นคร

ความมั่นคงทางอาหาร หรือ “food security” เป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นในฐานะเป็นปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ ซึ่งกระทบคนทั่วโลก ไม่แปลกที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) จะยกระดับเรื่องเป็นวาระสำคัญ เพื่อรับมือวิกฤตขาดแคลนอาหารจากจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว

หนึ่งในทางเลือกที่ FAO มองว่า จะช่วยแก้ปัญหาคือการบริโภคแมลง แหล่งสร้างโปรตีน แหล่งอาหารแห่งใหม่ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้สรุปผลการสัมมนา (online) “มุมมองการบริโภคแมลงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อความมั่นคงอาหารในอนาคต” จัดขึ้นเมื่อ 13 มกราคม 2564 โดยมี Mr.Shinjiro SAEKI ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริโภคแมลง ประธานกลุ่มศึกษาวิทยาศาสตร์การบริโภคแมลง (NPO)เป็นผู้ให้ข้อมูล

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโตเกียวระบุว่า ในการสัมมนาMr.Shinjiro SAEKI ซึ่งเป็นผู้จัดการโครงการของ JICA Partnership Programing “โครงการพัฒนาเลี้ยงแมลงเพื่อยกระดับด้านอาหารในหมู่บ้านเกษตรใน สปป.ลาว” และเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิค บริษัท TAKEO ได้กล่าวถึงรายงานของ FAO เรื่อง โอกาสในอนาคตของการบริโภคแมลงและความมั่นคงด้านอาหารฯ ซึ่งมีปัจจัย 4 ประการ

(1) มีปริมาณอาหารที่พอเพียง

(2) สามารถเข้าถึงอาหารที่เหมาะสม

(3) สามารถใช้ประโยชน์จากอาหารได้อย่างเต็มที่

(4) มีเสถียรภาพทางอาหารได้ทั่วโลก

โดยชี้ว่า เมื่อพิจารณาแหล่งอาหารแห่งใหม่ แมลงมีแนวโน้มความเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อเทียบระหว่างสัตว์และแมลง เป็นเพราะ (1) จิ้งหรีด หนอน ตั๊กแตน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าสุกร (2) ประสิทธิภาพทางโภชนาการของโปรตีนไม่แตกต่างระหว่างไก่และจิ้งหรีด (3) วัฏจักรชีวิตทั้งไก่และจิ้งหรีด กระทบสิ่งแวดล้อมในการผลิตอาหารสัตว์ไม่ต่างกัน (4) มีงานวิจัยการนำไปใช้ประโยชน์โดยผสมผงจิ้งหรีดในโยเกิร์ต ส่งผลให้ลำไส้มีการทำงานดีขึ้น

Mr.SAEKI รายงานผลงานวิจัยความมั่นคงทางอาหารในหมู่บ้าน สปป.ลาว จากการเก็บข้อมูลการวิจัยพบว่ามีปัญหาทั้ง 4 ประการของปัจจัยความมั่นคงด้านอาหาร โดยเฉพาะการขาดแคลนสารอาหารในเด็ก ซึ่งมาจากปัญหานโยบายด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา จึงเสนอวิธีการแก้ปัญหาขาดแคลนสารอาหาร โดยการบริโภคแมลง

จากการสันนิษฐานในการวิจัยตอนแรกว่า การเพิ่มการบริโภคแมลงสามารถแก้ปัญหาขาดสารอาหารได้ แต่ใน สปป.ลาว มีพฤติกรรมการบริโภคแมลงอยู่ จึงจัดโครงการประชาสัมพันธ์การเลี้ยงแมลงเพื่อพัฒนาชีวิต อบรมการเลี้ยงแมลงให้ชาวบ้านมีรายได้ และแก้ปัญหาขาดสารอาหาร เช่น เลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว เนื่องจากเลี้ยงง่าย ใช้เวลา 35 วัน ราคาขายดี (350 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม)

นอกจากนี้ ได้อธิบายนโยบายส่งเสริมการบริโภคแมลงที่กำลังดำเนินการ กรณีประเทศไทย เช่น รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมธุรกิจสำหรับการบริโภค ในปี 2560 มีประกาศแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับฟาร์มจิ้งหรีด (มกษ. 8202-2560) ปัจจุบันมีฟาร์มจิ้งหรีดหลายแห่งผลิตจำหน่ายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ กลายเป็นธุรกิจที่มีเอกลักษณ์ในประเทศเขตร้อน และเทรนด์พัฒนาแบบยั่งยืน

ในญี่ปุ่นมีการกินแมลง เช่น ตั๊กแตน Inago ในบางพื้นที่ แต่ Mr.SAEKI กำลังทำวิจัยร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Hirosaki จังหวัด Aomori เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงแมลง เช่น ตั๊กแตน Tonosama-batta และจัดการประชาสัมพันธ์การชิมเพื่อเก็บข้อมูลรสนิยมสำหรับแมลงต่าง ๆ

สรุปว่า การบริโภคแมลงเป็นวิธีหนึ่งส่งผลต่อการพัฒนาแบบยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากแมลงเป็นอาหารแบบยั่งยืนได้ตามปัจจัย 4 ประการ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการบริโภคแมลงยังไม่ได้รับความนิยมจากคนทั่วไป ผู้ประกอบการจึงยังไม่กล้าลงทุน การประชาสัมพันธ์จึงน่าจะเป็นก้าวแรกเพื่อพัฒนาการบริโภคแมลง เสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้คนทั้งโลก

ขณะที่นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เผยผ่านเฟซบุ๊ก มกอช. ว่า หลังไทยโดย มกอช.กับกรมปศุสัตว์ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ผลักดันให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าจิ้งหรีดหลักของโลก โดยจัดทำข้อมูลทางเทคนิค และเจรจากับสำนักงานแห่งชาติด้านสุขอนามัยความปลอดภัยและคุณภาพของการเกษตรและอาหารของเม็กซิโก เพื่อเปิดตลาดผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด ล่าสุดประสบความสำเร็จแล้ว เป็นการเปิดทางยกระดับอาหารภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่ตลาดโลก สร้างรายได้เกษตรกร กระตุ้นเศรษฐกิจไทย

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เม็กซิโกได้ประกาศอนุญาตการนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจากไทยเป็นทางการ โดยได้ประกาศข้อกำหนดด้านสุขอนามัยสัตว์ (Zoosanitary Requirement Sheet หรือ HRZ) สำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ผงแป้งจิ้งหรีดสายพันธุ์สะดิ้งจากไทย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการผลักดันสินค้าแมลงกินได้ของไทยสู่ตลาดโลก

สายพันธุ์จิ้งหรีดที่ไทยได้รับอนุญาตส่งออกไปยังเม็กซิโกได้ คือ จิ้งหรีดทองแดงลาย หรือสะดิ้ง (Acheta domesticus) ในลักษณะผลิตภัณฑ์ผงแป้งจิ้งหรีด โดยมีเงื่อนไขต้องเลี้ยงในฟาร์มที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP (การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มจิ้งหรีด หรือ มกษ. 8202-2560) สินค้าต้องไม่มีการปนเปื้อนโปรตีนจากสัตว์เคี้ยวเอื้อง ต้องได้ใบรับรองสุขอนามัย (health certificate) จากกรมปศุสัตว์ประกอบการส่งออก

ถือเป็นการเปิดประตูสู่ภูมิภาคละตินอเมริกาที่มีการยอมรับบริโภคสินค้ากลุ่มแมลงกินได้ในระดับสูง และอาจนำไปสู่การขยายตลาดไปในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ต่อไปได้ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...