โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แค่ 5 ข้อจริงเหรอ?! วิกฤติปัญหาลิเวอร์พูลตอนนี้มีอะไรบ้าง

SIAMSPORT

เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 19.37 น.
ปัญหาของลิเวอร์พูลกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัญหาไหนที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ

ความสำเร็จและความมั่นคงที่ ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ช่วงเริ่มต้นอันย่ำแย่ของซีซั่นนี้ยิ่งน่ากังวลมากขึ้น โดยสาวก "เดอะ ค็อป" ได้เห็นถึงปัญหาหลายประการที่เกิดขึ้นกับสโมสร

โค้ชอาร์เน่อ ยอมรับว่าเขายังไม่สามารถหาคำตอบสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะมีคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าตัวควรทำต่อไปเพื่อหยุดฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ของ "เดอะ เร้ดส์" แต่นั่นจะเป็นทางแก้ไขได้จริงหรือไม่ ?

แล้วปัญหาใหญ่ๆ ที่น่ากังวลมีอะไรบ้าง ? นี่คือสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลอยากรู้มากๆ

1. ไม่แกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ

สำหรับปัญหาใหญ่สุดของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ก็คือพวกเขาไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าในเกมพรีเมียร์ลีกในยุคที่เกมลูกหนังเน้นความแข็งแกร่งของร่างกายมากขึ้น

ในขณะที่ อาร์เซน่อล ของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า เสริมแนวรับในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก และแดนกลางด้วยการเซ็นผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ส่วน "หงส์แดง" กลับเพิ่มกองกลางหมายเลข 10 ที่ตัวเล็กและฟูลแบ็กที่มีดีแค่วิ่งเร็วเท่านั้น

ผลลัพธ์จากการเสริมทัพไม่ตรงจุด โดยเฉพาะการเล่นในลีกที่เน้นลูกตั้งเตะ, บอลโยนยาว และการทุ่มไกล นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่มีโอกาสที่จะได้แสดงศักยภาพของทีมออกมาอย่างเต็มที่

มันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเซ็นนักเตะไม่ดี หรือว่ารากฐานของทีมพังทลาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ โค้ชอาร์เน่อ ต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจให้กับลูกทีม

2. แนวทางของ โค้ชอาร์เน่อ ขาดความต่อเนื่อง

ถ้าหากฟังบทสัมภาษณ์ของ โค้ชอาร์เน่อ จะรู้ว่าเขาฉลาดแค่ไหน ไอเดียของเขาเกี่ยวกับการเล่นฟุตบอลฟังดูยอดเยี่ยม และในทางทฤษฎีก็ดูสมเหตุสมผลทั้งหมด แต่ปัญหาคือทุกๆ สัปดาห์ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถทำได้ตามแนวคิดที่เขาต้องการ

จุดสำคัญที่ นายใหญ่หัวใสชาวดัตช์ ต้องปรับเปลี่ยน ก็คือเมื่อ ลิเวอร์พูล เสียบอล ไม่มีแผงมิดฟิลด์ที่จะเข้ามาบดบี้คู่แข่งเพื่อแย่งบอลกลับคืนมา ซึ่งสิ่งนี้แฟนบอล "หงส์แดง" คงเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"เดอะ เร้ดส์" ไร้มิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติที่มีสัญชาตญาณรับรู้ถึงความอันตราย, คุมพื้นที่ไม่ได้ และไม่สามารถสร้างเกมให้กับนักเตะตัวรุก ทุกครั้งที่ต้องการประตูวิธีแก้เกมของ โค้ชอาร์เน่อ กํคือกับส่งผุ้เล่นแนวรุกลงสนาม ซึ่งบางครั้งก็แก้ปัญหาได้ แต่ช่วงหลังทำไม่ได้ !!

แม้ว่า โค้ชอาร์เน่อ จะพยายามชี้ให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล มีค่า xG (ค่าความคาดหวังในการทำประตู) สูง แต่ปัญหาใหญ่ก็คือพวกเขาไม่สามารถครองเกมได้เหนือกว่าคู่แข่ง

หลายคนอาจเลือกโทษผลงานของส่วนตัวของนักเตะแต่ละคน แต่หน้าที่ของผู้จัดการทีมคือการดึงศักยภาพของลูกทีมออกมาให้ได้มากที่สุด และตอนนี้เขายังทำไม่สำเร็จ

ทีมไม่มีความต่อเนื่อง เวลาแก้ปัญหาก็เอาแต่เลือกที่จะเปลี่ยนตัวไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะการถอดฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งออกหลังเกมผ่านไป 1 ชั่วโมงในทุกๆ สัปดาห์ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงทุกอย่างของทีมในเวลานี้

เมื่อมีการเปลี่ยนตัวถึง 5 คนในทุกๆ เกม แถมยังเลือกวิธีจับผู้เล่นสลับตำแหน่งไปมา และการเปลี่ยนตัวแต่ละครั้งดูเหมือนเป็นการเสี่ยงโชค มันก็ชี้ชัดว่าทุกอย่างผิดพลาดตั้งแต่ต้นแล้ว

3. เสียประตูบ่อยโดยเฉพาะลูกตั้งเตะ

ลิเวอร์พูล เสียประตูจากลูกตั้งเตะถึง 6 ประตูจาก 9 เกมในพรีเมียร์ลีก จริงๆ แล้วโค้ชอาร์เน่อ กำลังเผชิญปัญหามากมาย แต่ในฤดูกาลที่ทีมต่างๆ เน้นความแข็งแกร่งในการเล่นลูกเซตพีซ แต่ "หงส์แดง" กลับล้มเหลวอย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสูงของนักเตะ และความแข็งแกร่งทางร่างกาย หรือการจัดระเบียบเกมรับในการรับมือกับลูกตั้งเตะ เห็นได้ชัดว่า ลิเวอร์พูล ไม่สามารถหาคำตอบสำหรับปัญหาเหล่านี้ได้เลย

ทั้งๆ ที่ โค้ชอาร์เน่อ ยอมรับหลังจากพ่าย เบรนท์ฟอร์ด ว่า การรับมือกับการเล่นบอลโยนยาวเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาซ้อมอย่างหนักก่อนวันแข่ง แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถหยุดคู่แข่งจากการทำประตูได้

จะเห็นได้ชัดว่าทุกครั้งที่คู่แข่งได้ลูกตั้งเตะหรือทุ่มไกล แฟนบอล "หงส์แดง" สามารถคาดการณ์ได้ว่าทีมรักของพวกเขามีสิทธิ์เสียประตูสูง และนี่คือจุดอ่อนที่คู่แข่งใช้ประโยชน์มาตลอด

ถ้าหาก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถหาทางแก้ไขเรื่องนี้ได้ ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องน่ากังวลมากๆ

4. นักเตะแกนหลักบาดเจ็บ

จากสถานการณ์เรื่องผลงานที่ย่ำแย่ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากการที่ผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บ และฟอร์มการเล่นต่ำกว่ามาตรฐานจากผู้เล่นเกมหลัก นั่นส่งผลกระทบกับผลงานโดยรวมของทีม

อิบราฮิม่า โกนาเต้ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ผลงานโดยรวมต่ำกว่ามาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด แม้ "อิบู" จะยกระดับฟอร์มการเล่นได้ดีขึ้นในช่วงหลังๆ แต่ "แม็คก้า" ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาเหมือนกับฤดูกาลที่แล้ว

ขณะที่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ผลงานก็ไม่อยู่กับร่องกับรอย แถมตอนนี้โดนโรคเดี้ยงเล่นงานเข้าไปอีก นั่นทำให้แดนกลางของ ลิเวอร์พูล มีปัญหาอย่างหนัก และจะเห็นได้ว่าในทุกๆ เกมแผงมิดฟิลด์ไม่เคยเล่นได้เหนือกว่าคู่แข่งเลย

นอกจากนี้ เคอร์ติส โจนส์ ซึ่งกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี ก็เจอปัญหาบาดเจ็บที่โคนขาหนีบเล่นงาน นั่นส่งผลกระทบอย่างยิ่งกับแดนกลางของ "เดอะ เร้ดส์" และเป็นสิ่งที่ กุนซือชาวดัตช์ ต้องขบคิดเพื่อหาตัวแทนจากขุมกำลังที่มีอยู่ในทีมให้ได้

5. แข้งใหม่ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้

ตอนนี้คงไม่ต้องบอกว่านักเตะใหม่ที่ ลิเวอร์พูล ดึงตัวเข้ามาใหม่โดยเฉพาะ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, อเล็กซานเดอร์ อีซัค, เจเรมี่ ฟริมปง และ มิลอส เคอร์เคซ ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ตามที่หลายคนคาดหวังเอาไว้

เวียร์ตซ์ ต้องเจอกับสถานการณ์ในการปรับตัวกับลีกที่เต็มไปด้วยความเร็วและความแข็งแกร่ง ขณะที่ อีซัค ต้องเจอกับแรงกดดันเรื่องค่าตัวมหาศาลและสภาพความฟิตทำให้เขายังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด

สำหรับ ฟริมปง ฟอร์มยังไม่คงเส้นคงวา แถมเจอกับอาการบาดเจ็บเล่นงานเข้าไปอีก แต่ที่น่าผิดหวังที่สุดคงหนีไม่พ้น เคอร์เคซ ซึ่งฟอร์มต่างกันราวฟ้าเมื่อเทียบกับตอนที่เล่นให้ บอร์นมัธ

อีกหนึ่งปัญหาที่ลืมไม่ได้นั่นก็คือ นักเตะจอมเก๋าอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก แต่ฟอร์มย่ำแย่เหลือเกินในซีซั่นนี้ นั่นอาจเป็นเพราะอายุ และการโดนคู่แข่งขับทางได้ จึงทำให้ "บังโม" แทบไม่มีบทบาทกับทีมเลยในช่วงที่ผ่านมา

2 เกมสำคัญที่จะพบกับ คริสตัล พาเลซ (คาราบาว คัพ) กับ แอสตัน วิลล่า (พรีเมียร์ลีก) ในสัปดาห์นี้ ถ้า โค้ชอาร์เน่อ แก้ไขปัญหาไม่ได้ ขาเก้าอี้กุนซือของเขามีสิทธิ์ขาดสะบั้นได้เลย !!!

✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...