ฤดูหนาวเดือนไหน 2568 เปิด 3 เกณฑ์ อุณหภูมิเย็นถึงหนาวจัด
ฤดูหนาว 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดเริ่มต้นปลายเดือนตุลาคมนี้ และไปสิ้นสุดราวเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉลี่ยอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 21 องศาเซลเซียส ชี้อากาศจะหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ไม่นับรวมอุณหภูมิบนเทือกเขา ยอดดอย ยอดภู ที่จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอยู่แล้ว เปิด 3 เกณฑ์ อุณหภูมิเย็น หนาว และหนาวจัด
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ปี 2568 ว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะเริ่มต้นฤดูหนาวประมาณปลายเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งจะช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนประมาณ 21 องศาเซลเซียส จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส) และจะมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา (อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยปีที่ผ่านมา 20.7 องศาเซลเซียส)
สำหรับอุณหภูมิต่ำที่สุดประมาณ 7-8 องศาเซลเซียส ส่วนมากจะอยู่ตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนอุณหภูมิต่ำที่สุดบริเวณ กรุงเทพมหานคร 18-20 องศาเซลเซียส และบริเวณจังหวัดปริมณฑล 16-18 องศาเซลเซียส
ส่วนช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุด ประมาณกลางเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สำหรับยอดดอยและยอดภูรวมทั้งเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง
ส่วนภาคใต้จะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางช่วง ส่วนมากตอนบนของภาค แต่ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออกในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่ สำหรับคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะมีกำลังแรงเป็นระยะ ๆ ในบางช่วงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
เกณฑ์อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงฤดูหนาว
- อากาศเย็น หมายถึง อุณหภูมิต่ำสุด 16.0-22.9 องศาเซลเซียส
- อากาศหนาว “อุณหภูมิต่ำสุด 8.0-15.9 องศาเซลเซียส”
- อากาศหนาวจัด “อุณหภูมิต่ำสุด ต่ำกว่า 8.0 องศาเซลเซียส”
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำ และมีโอกาสสูงที่จะพัฒนาตัวเป็นพายุหมุนเขตร้อนแล้วเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่น รวมทั้งคลื่นลมจะมีกำลังแรง และอาจมีคลื่นพายุซัดฝั่ง ความสูงของคลื่นประมาณ 4-5 เมตร
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนธันวาคมจะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางวัน กับมีหมอกในตอนเช้า โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน
และตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับจะมีหมอกหนาหลายพื้นที่ในบางช่วง จากนั้นลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น และมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน โดยมีฝนบางแห่งในบางวัน
ทั้งนี้คาดว่าอุณหภูมิเย็นสุดเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ประมาณ 21-23 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนช่วงเดือนธันวาคม 2568 และกุมภาพันธ์ 2569 จะอยู่ที่ระดับ 22-24 องศาเซลเซียส (ดูตารางคาดหมายอุณหภูมิแต่ละพื้นที่ประกอบ)
กรมอุตุฯ : ข้อควรระวัง
1.เดือนตุลาคม บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับจะมีน้ำเหนือไหลบ่าลงมา และในบางช่วงจะมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่
2.เดือนธันวาคม 2568 และมกราคม 2569 บริเวณยอดดอยและยอดภูมักจะเกิดน้ำค้างแข็งขึ้นได้ กับจะมีหมอกหนาเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น ผู้ใช้ยวดยานพาหนะควรเพิ่มความระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
3.เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2569 อาจมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนตัวจากประเทศเมียนมาผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ช่วงดังกล่าวเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่
4.เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 มักมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนและเคลื่อนเข้ามาใกล้ หรือเคลื่อนผ่านบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่น รวมทั้งคลื่นลมจะมีกำลังแรงและอาจเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง โดยมีความสูงของคลื่นประมาณ 4-5 เมตร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฤดูหนาวเดือนไหน 2568 เปิด 3 เกณฑ์ อุณหภูมิเย็นถึงหนาวจัด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net