“เจรจาการค้าเกาหลีใต้–สหรัฐ” สะดุด ค่าเงินวอนร่วงทะลุ 1,400 ต่อดอลลาร์ วิตกวิกฤตซ้ำรอย
"เจรจาการค้าเกาหลีใต้–สหรัฐ" เผชิญอุปสรรคการเมือง ค่าเงินวอนอ่อนค่าหนักหลุดระดับจิตวิทยา 1,400 ต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงิน
วันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 14.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าการเจรจาการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับรัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญอุปสรรคทางการเมืองมากขึ้นในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ตลาดการเงินวิตกว่าการเจรจาอาจจบลงด้วยข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมต่อโซล หรืออาจไม่มีข้อตกลงเลย
เมื่อวันพฤหัสบดี ค่าเงินวอนทะลุระดับจิตวิทยาที่ 1,400 ต่อดอลลาร์ ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นเส้นแบ่งสำคัญที่ทางการจะป้องกันไม่ให้ถูกเก็งกำไรขาลง และยังเปิดทางให้ค่าเงินอ่อนค่าลงต่อได้
แรงเทขายเร่งตัวขึ้นหลังจากอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า หากประเทศยอมตามข้อเรียกร้องของสหรัฐในการลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐ ก็จำเป็นต้องมีข้อตกลงสวอปเงินตรากับสหรัฐเพื่อป้องกันความเสี่ยง ซึ่งคำพูดดังกล่าวได้สร้างความกังวลในสังคมว่า ข้อเรียกร้องของสหรัฐอาจนำไปสู่วิกฤตการเงินเช่นเดียวกับปี 1997 หรือทำให้การเจรจาล้มเหลว ซึ่งจะเป็นผลเสียร้ายแรงต่อเกาหลีใต้ในฐานะประเทศผู้ส่งออก
นักวิเคราะห์ของ KB Securities ประเมินว่าหากต้องทำการลงทุนโดยตรงตามข้อเรียกร้องสหรัฐจะทำให้เกิดความต้องการดอลลาร์ใหม่ราว 100,000–120,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งจะกดดันค่าเงินวอนให้อ่อนค่าลงมากขึ้น
หากไม่มีข้อตกลงสวอป KB Securities คาดว่าการลงทุนโดยตรงดังกล่าวจะทำให้ค่าเงินวอนอ่อนลงปีละประมาณ 100 วอนต่อดอลลาร์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประธานาธิบดีอีเรียกร้องให้มีสวอปเงินตรากับธนาคารกลางสหรัฐ คล้ายกับที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นทำไว้ อย่างไรก็ดี ซิตี้กรุ๊ปมองว่าสหรัฐไม่น่าจะยอมรับสวอปแบบไม่จำกัด แต่จะเสนอทางเลือกผ่านโครงการ FIMA Repo Facility ที่ใช้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐค้ำประกันแทน
ปัจจุบันเกาหลีใต้และสหรัฐยังคงชะงักงันในการออกแบบกองทุนการลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตกลงในหลักการไว้ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้าร่วมที่กำหนดเพดานภาษีนำเข้าไว้ที่ 15% หากไม่สามารถสรุปได้ทันเวลา สินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้อาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 25% เทียบกับ 15% ของสินค้าจากญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งจะทำให้สินค้าจากเกาหลีใต้เสียเปรียบอย่างมากในตลาดสหรัฐ
แม้รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เสนอให้การลงทุนเป็นการผสมผสานระหว่างเงินลงทุนและการค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงินภาครัฐ แต่สหรัฐฯ ต้องการให้เกาหลีใต้ยอมรับเงื่อนไขแบบเดียวกับญี่ปุ่น ที่ต้องโอนเงินสดภายใน 45 วันหลังจากสหรัฐคัดเลือกโครงการแล้ว
อาจารย์คิมแท-ฮวัง จากมหาวิทยาลัยมยองจิ อธิบายว่าคำพูดของประธานาธิบดีอีที่อ้างถึงความเสี่ยงต่อการถูกถอดถอน อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อชี้ให้เห็นว่าข้อตกลงในรูปแบบปัจจุบันไม่สามารถทำได้จริง อย่างไรก็ตามโอกาสที่เขาจะถูกถอดถอนมีน้อย เนื่องจากพรรครัฐบาลยังครองเสียงข้างมากในสภา
บรรดานักลงทุนกังวลว่าความเสี่ยงทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ห้อมล้อมการเจรจา อาจกลายเป็นสถานการณ์แพ้-แพ้สำหรับเกาหลีใต้ และสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินวอนมากขึ้น
นักค้าค่าเงินรายหนึ่งระบุว่า หากการลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์ถูกสะท้อนเข้าราคา ตลาดค่าเงินวอนอาจร่วงลงไปถึง 1,450 ต่อดอลลาร์ โดยเสริมว่า “ตอนนี้ค่าเงินวอนเปราะบางจากความไม่แน่นอน หากการโอนเงินเริ่มขึ้นจริง ค่าเงินจะร่วงทันทีอย่างแน่นอน”
อ้างอิง : reuters.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- (15 ก.ย. 68) “เกาหลีใต้” ล้มเลิกแผนขึ้นภาษีกำไรหุ้น ครั้งแรกที่รัฐบาลอี แจ-มยองกลับลำเชิงนโยบาย
- (12 ก.ย. 68) “เกาหลีใต้” หารือ “สหรัฐ” ขอแนวทางวีซ่าชัดเจน หลังเหตุบุกโรงงานแบตฯ
- (11 ก.ย. 68) ปธน.เกาหลีใต้ ชี้บริษัทเอกชนลังเลลงทุนสหรัฐ หลังเหตุบุกจับแรงงานโรงงานฮุนได
- (11 ก.ย. 68) ปธน.เกาหลีใต้ กังวลเหตุสหรัฐจับแรงงานกว่า 300 คน อาจกระทบการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์
- (9 ก.ย. 68) “เกาหลีใต้-สหรัฐ” เจรจาการค้าติดขัด ปมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน