7 อนุสาวรีย์ สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าของไทยในโบราณสมัยจอมพล ป.
7 อนุสาวรีย์ สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าของไทยในโบราณ โครงการสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม
ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สยามประเทศได้ก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทยไว้แล้วหลายแห่ง เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) หรือปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า
จวบจนถึงรัฐบาลคณะราษฎร สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้นเป็นหลวงพิบูลสงคราม) ก็มีความพยายามที่จะก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทยเพิ่มเติม
ราวเดือนกันยายน พ.ศ. 2482 มีผู้เสนอความเห็นต่อจอมพล ป. ว่าให้สร้างอนุสาวรีย์ของ “สมเด็จพระมหาวีระราชเจ้าของไทยในโบราณ” ตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ของประเทศ รวม 7 พระองค์ ประกอบด้วย
ขุนบรมมหาราช (สร้างที่เชียงราย), พระเจ้าพรหมมหาราช (สร้างที่เชียงใหม่), พระเจ้ารามคำแหงมหาราช (สร้างที่สุโขทัย), สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง (สร้างที่อยุธยา หน้าวัดพระศรีสรรเพชญ์), สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (สร้างที่อยุธยา หน้าวังจันทรเกษม),สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (สร้างที่ลพบุรี) และสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (สร้างที่ธนบุรี)
ไม่นานหลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีได้ประชุมหารือแนวทางการก่อสร้างอนุสาวรีย์ในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2482 ตอนหนึ่งจอมพล ป. ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหาทุนสร้างอนุสาวรีย์ว่า “เงินคิดว่าจะขอพระราชทานเอาบ้าง ในขั้นนี้ให้ส่งกรมศิลปากรพิจารณาว่าจะสร้างใครบ้าง สร้างที่ไหน สิ้นเงินเท่าใด สร้างรูปอย่างไร เมื่อตกลงแล้วคิดว่าจะส่งเรื่องให้ข้าหลวงประจำจังหวัดให้ช่วยกันคิดหาหนทาง หาเงินมาช่วยกันสร้าง…”
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้กรมศิลปากรไปพิจารณาเพิ่มเติมว่าจะสร้างอนุสาวรีย์ผู้ใดบ้าง และสร้างลักษณะอย่างไร จะสร้างที่ไหน และจะใช้เงินประมาณเท่าใด
ต่อมา ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 กรมศิลปากรได้นำเรื่องเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทย พร้อมทั้งลักษณะอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ ลงรายละเอียดว่าจะสร้างในลักษณะใด และมีประวัติศาสตร์ที่มาเป็นอย่างไร เช่น
1. พระเจ้าพรหมมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ไล่อำนาจจักรวรรดิขอม จึงควรทำเป็นพระรูปทรงพระแสงต่าง ๆ 2. พ่อขุนรามคำแหงมหาราชให้สร้างเป็นอนุสาวรีย์กำลังทรงว่าราชการแบบพ่อเมือง โดยที่ฐานของพระแท่นให้บอกอาณาเขตของไทยในยุคเดิมด้วย 3. พระเจ้าอู่ทองให้สร้างในลักษณะที่ชี้พระหัตถ์บัญชาการสร้างพระราชวัง
4. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเดิมทีไม่ปรากฏในข้อเสนอการสร้างเก่า แต่ทางกรมศิลปากรเห็นว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถด้านการบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างการตั้งจตุสดมภ์ และการรวมเมืองเหนือกับทางใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ตัดอนุสาวรีย์ของ “ขุนบรมมหาราช” ออกไป โดยให้เหตุผลว่า “เป็นบุรุษในนิยายมากกว่าในประวัติศาสตร์” จึงเสนอสร้างอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแทน
5. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชให้สร้างเป็นอนุสาวรีย์ทรงช้างศึกกลางวงเวียนรอบกรุงของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 6. สมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้สร้างในลักษณะที่ทรงออกต้อนรับทูตจากฝรั่งเศส 7. สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีให้สร้างในลักษณะทรงม้า ณ กรุงธนบุรี ซึ่งในช่วงเวลานั้นคณะกรรมการของกรมศิลปากรได้ดำเนินการอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในบรรดา 7 อนุสาวรีย์เหล่านี้ จอมพล ป. ไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่ากับการผลักดันให้ก่อสร้างอนุสาวรีย์อีกแห่งหนึ่งที่จะประดิษฐานอยู่ที่สวนลุมพินี นั่นคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
อ่านเพิ่มเติม :
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
พีระ เจริญวัฒนนุกูล. “อัจฉริยกษัตริย์พระองค์หนึ่งแห่งประเทศไทย : รัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม กับพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6” ใน, ศิลปวัฒนธรรม, ฉบับพฤศจิกายน 2566.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 อนุสาวรีย์ สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าของไทยในโบราณสมัยจอมพล ป.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com