โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 อนุสาวรีย์ สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าของไทยในโบราณสมัยจอมพล ป.

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 07.53 น.
จอมพล ป. พิบูลสงคราม (ภาพถ่ายโดย Jack Birns เมื่อ พ.ศ. 2491 / จาก LIFE Photo Collection, United States)

7 อนุสาวรีย์ สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าของไทยในโบราณ โครงการสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม

ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สยามประเทศได้ก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทยไว้แล้วหลายแห่ง เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) หรือปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า

จวบจนถึงรัฐบาลคณะราษฎร สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้นเป็นหลวงพิบูลสงคราม) ก็มีความพยายามที่จะก่อสร้างอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทยเพิ่มเติม

ราวเดือนกันยายน พ.ศ. 2482 มีผู้เสนอความเห็นต่อจอมพล ป. ว่าให้สร้างอนุสาวรีย์ของ “สมเด็จพระมหาวีระราชเจ้าของไทยในโบราณ” ตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ของประเทศ รวม 7 พระองค์ ประกอบด้วย

ขุนบรมมหาราช (สร้างที่เชียงราย), พระเจ้าพรหมมหาราช (สร้างที่เชียงใหม่), พระเจ้ารามคำแหงมหาราช (สร้างที่สุโขทัย), สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง (สร้างที่อยุธยา หน้าวัดพระศรีสรรเพชญ์), สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (สร้างที่อยุธยา หน้าวังจันทรเกษม),สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (สร้างที่ลพบุรี) และสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (สร้างที่ธนบุรี)

ไม่นานหลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีได้ประชุมหารือแนวทางการก่อสร้างอนุสาวรีย์ในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2482 ตอนหนึ่งจอมพล ป. ได้กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหาทุนสร้างอนุสาวรีย์ว่า “เงินคิดว่าจะขอพระราชทานเอาบ้าง ในขั้นนี้ให้ส่งกรมศิลปากรพิจารณาว่าจะสร้างใครบ้าง สร้างที่ไหน สิ้นเงินเท่าใด สร้างรูปอย่างไร เมื่อตกลงแล้วคิดว่าจะส่งเรื่องให้ข้าหลวงประจำจังหวัดให้ช่วยกันคิดหาหนทาง หาเงินมาช่วยกันสร้าง…”

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้กรมศิลปากรไปพิจารณาเพิ่มเติมว่าจะสร้างอนุสาวรีย์ผู้ใดบ้าง และสร้างลักษณะอย่างไร จะสร้างที่ไหน และจะใช้เงินประมาณเท่าใด

ต่อมา ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 กรมศิลปากรได้นำเรื่องเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทย พร้อมทั้งลักษณะอนุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ ลงรายละเอียดว่าจะสร้างในลักษณะใด และมีประวัติศาสตร์ที่มาเป็นอย่างไร เช่น

1. พระเจ้าพรหมมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ไล่อำนาจจักรวรรดิขอม จึงควรทำเป็นพระรูปทรงพระแสงต่าง ๆ 2. พ่อขุนรามคำแหงมหาราชให้สร้างเป็นอนุสาวรีย์กำลังทรงว่าราชการแบบพ่อเมือง โดยที่ฐานของพระแท่นให้บอกอาณาเขตของไทยในยุคเดิมด้วย 3. พระเจ้าอู่ทองให้สร้างในลักษณะที่ชี้พระหัตถ์บัญชาการสร้างพระราชวัง

4. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเดิมทีไม่ปรากฏในข้อเสนอการสร้างเก่า แต่ทางกรมศิลปากรเห็นว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถด้านการบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างการตั้งจตุสดมภ์ และการรวมเมืองเหนือกับทางใต้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ตัดอนุสาวรีย์ของ “ขุนบรมมหาราช” ออกไป โดยให้เหตุผลว่า “เป็นบุรุษในนิยายมากกว่าในประวัติศาสตร์” จึงเสนอสร้างอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแทน

5. สมเด็จพระนเรศวรมหาราชให้สร้างเป็นอนุสาวรีย์ทรงช้างศึกกลางวงเวียนรอบกรุงของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 6. สมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้สร้างในลักษณะที่ทรงออกต้อนรับทูตจากฝรั่งเศส 7. สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีให้สร้างในลักษณะทรงม้า ณ กรุงธนบุรี ซึ่งในช่วงเวลานั้นคณะกรรมการของกรมศิลปากรได้ดำเนินการอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในบรรดา 7 อนุสาวรีย์เหล่านี้ จอมพล ป. ไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่ากับการผลักดันให้ก่อสร้างอนุสาวรีย์อีกแห่งหนึ่งที่จะประดิษฐานอยู่ที่สวนลุมพินี นั่นคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พีระ เจริญวัฒนนุกูล. “อัจฉริยกษัตริย์พระองค์หนึ่งแห่งประเทศไทย : รัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม กับพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6” ใน, ศิลปวัฒนธรรม, ฉบับพฤศจิกายน 2566.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 อนุสาวรีย์ สมเด็จพระมหาวีรราชเจ้าของไทยในโบราณสมัยจอมพล ป.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...