โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตัดให้ดูกันสดๆ พิสูจน์รอยตัด เหรียญพระเครื่อง แท้-เก๊ หลังดราม่าเหรียญหลวงปู่ทวดปี 08

Khaosod

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 10.01 น.
ตัดให้ดูกันสดๆ พิสูจน์รอยตัด เหรียญพระเครื่อง แท้-เก๊ หลังดราม่าเหรียญหลวงปู่ทวดปี 08

ตัดให้ดูกันสดๆ พิสูจน์รอยตัด เหรียญพระเครื่อง แท้-เก๊ หลังดราม่าเหรียญหลวงปู่ทวดปี 08 ยืนยันในวงการพระเครื่อง ต้องดูที่ตัวตัดเป็นหลัก

วันที่ 8 ต.ค.68 รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย เป็นการพูดคุยต่อเนื่องในประเด็นดราม่าวงการพระเครื่อง กรณีเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี 2508 เนื้อทองคำ ที่เกิดข้อถกเถียงกันอย่างดุเดือดระหว่าง บอย ท่าพระจันทร์ และ โอ๊ต บางแพ เกี่ยวกับสถานะของเหรียญว่าเป็นพระแท้หรือพระเก๊

โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการพระเครื่องอีกสองท่านมาร่วมให้ความรู้และหลักการในการพิจารณาพระแท้ คือ โทน บางแค นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และ อาจารย์รักษ์ ศรีเกตุ ผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่อง เพื่อมาอธิบายถึงหลักการที่เป็นมาตรฐานสากลในการตรวจสอบเหรียญพระเครื่อง เพื่อให้สังคมและผู้ที่สนใจได้เข้าใจถึงกระบวนการพิสูจน์ที่ไม่ใช่อาศัยเพียงความคิดเห็นส่วนตัว แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้

โทน บางแค และ อ.รักษ์ ศรีเกตุ อธิบายหลักการสำคัญที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลของวงการพระเครื่อง นั่นคือการพิจารณาจาก "รอยตัด" ที่ขอบของเหรียญ ซึ่งเกิดจาก "ตัวตัด" หลักการนี้ถือเป็นหัวใจของการดูเหรียญชนิดปั๊ม โดยกระบวนการผลิตเหรียญในสมัยก่อน จะเริ่มจากการปั๊มกระแทกแผ่นโลหะด้วยแม่พิมพ์ (บล็อก) เพื่อให้เกิดลวดลายด้านหน้าและด้านหลังขององค์พระ จากนั้นจะนำแผ่นโลหะที่ปั๊มแล้ว มาเข้าเครื่องตัดเพื่อให้ได้รูปทรงของเหรียญตามที่ออกแบบไว้ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ตัดนี้เรียกว่า "ตัวตัด"

ตัวตัดนี้ทำจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งมาก และในขั้นตอนการผลิตตัวตัดเองก็จะมีตำหนิหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวเกิดขึ้น อาจเป็นรอยบิ่น รอยเส้น หรือความไม่เรียบเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งตำหนิเหล่านี้จะเปรียบเสมือน "ลายนิ้วมือ" ของตัวตัด เมื่อนำตัวตัดนี้ไปใช้ตัดขอบเหรียญพระเครื่องซึ่งทำจากโลหะที่อ่อนกว่า เช่น ทองแดง ทองคำ หรือเงิน แรงกดมหาศาลจะทำให้ตำหนิที่เป็นเอกลักษณ์บนตัวตัด ถูกถ่ายทอดไปยังขอบของเหรียญทุกเหรียญที่ถูกตัดด้วยตัวตัดตัวเดียวกัน

ดังนั้น เหรียญแท้ที่ผลิตจากบล็อกเดียวกันและใช้ตัวตัดเดียวกันทั้งหมด จะต้องมีร่องรอยตำหนิที่ขอบเหรียญเหมือนกันทุกประการในตำแหน่งเดียวกัน สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ทั้งหมด นี่จึงเป็นหลักการสากลที่ใช้ในการชี้ขาด เพราะหากเป็นเหรียญปลอมที่ทำขึ้นมาทีหลังโดยการถอดพิมพ์หรือใช้ตัวตัดที่ทำขึ้นมาใหม่ รอยตัดที่ขอบเหรียญจะไม่มีทางเหมือนกับเหรียญแท้ดั้งเดิมได้อย่างแน่นอน

เพื่อทำให้ผู้ชมเห็นภาพและเข้าใจหลักการดังกล่าวอย่างชัดเจน ในรายการได้มีการสาธิตสดๆ โดยนำเครื่องตัดเหรียญมาทดลองตัดให้ดู เริ่มจากการนำแผ่นโลหะตะกั่ว ซึ่งเป็นโลหะเนื้ออ่อน มาเข้าเครื่องตัด เมื่อตัดออกมาแล้วก็ได้นำมาส่องกล้องให้ดูรอยตัดที่ขอบ จากนั้นได้นำแผ่นทองคำมาตัดด้วยเครื่องตัดและตัวตัดตัวเดียวกัน ผลปรากฏว่าเมื่อนำเหรียญที่ตัดทั้งสองมาส่องดูขอบ รอยตำหนิต่างๆ ที่ปรากฏบนขอบของเหรียญตะกั่วและเหรียญทองคำนั้น มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าเนื้อโลหะของเหรียญจะแตกต่างกันอย่างไร แต่ถ้าถูกตัดด้วย "ตัวตัด" ตัวเดียวกันแล้ว "รอยตัด" ที่ขอบเหรียญจะออกมาเป็นแบบเดียวกันเสมอ

โทน บางแค และ อ.รักษ์ ศรีเกตุ สรุปว่า การจะยุติข้อถกเถียงกรณีเหรียญหลวงปู่ทวด ปี 08 เนื้อทองคำที่เป็นประเด็นอยู่นั้น สามารถทำได้โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์นี้ คือการนำเหรียญทองคำองค์ที่ถกเถียงกันอยู่ มาเปรียบเทียบรอยตัดที่ขอบกับเหรียญรุ่นเดียวกันที่เป็นเนื้อมาตรฐานซึ่งวงการยอมรับว่าเป็นพระแท้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เช่น เนื้อทองแดง หากรอยตัดของเหรียญทองคำตรงกับรอยตัดของเหรียญทองแดงที่ได้รับการยอมรับ ก็สามารถสรุปได้ว่าเหรียญทองคำนั้นถูกตัดด้วยตัวตัดเดียวกันกับเหรียญแท้ในยุคนั้น และถือเป็นพระแท้ตามมาตรฐานสากล การพิสูจน์ด้วยวิธีนี้จะทำให้ข้อสรุปที่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบและยืนยันได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตัดให้ดูกันสดๆ พิสูจน์รอยตัด เหรียญพระเครื่อง แท้-เก๊ หลังดราม่าเหรียญหลวงปู่ทวดปี 08

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...