โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุป “คนละครึ่งพลัส” ทั้งประชาชน-ร้านค้า ใช้ยังไงให้คุ้ม? คลังย้ำข้อมูลโครงการฯ ไม่ส่งต่อสรรพากร

Thairath Money

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 10.46 น.
ภาพไฮไลต์

ล่าสุด 7 ต.ค. 68 คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. มีมติเห็นชอบโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งคาดว่าจะทันให้ร้านค้า และประชาชนลงทะเบียนภายในเดือน ต.ค. นี้ และเริ่มใช้จ่ายภายในไตรมาส 4/68

แต่คำถามสำคัญที่เหล่าร้านค้ากังวลคือข้อมูลรายได้ การใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะถูกรายงานต่อสรรพากรไหม วันนี้ Thairath Money รวบรวมทุกข้อมูลและสรุปทุกข้อสงสัยไว้ที่นี่แล้ว

คนละครึ่งพลัส ต่างจากเดิมยังไง?

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงของรัฐบาลอนุทินที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจไทยแบบ "Quick Big Win" หลายคนสงสัยว่าจะต่างกับโครงการคนละครึ่งในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เบื้องต้นมี3 ข้อหลัก คือ

1. ลดอายุผู้เข้าร่วมโครงการมาอยู่ที่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (จากเดิม 18 ปีขึ้นไป)

2. เพิ่มวงเงินที่รัฐสมทบเป็น 200 บาท/วัน จากเดิมที่ 150 บาท/วัน

3. เพิ่มสัดส่วนเงินที่รัฐสมทบให้ "กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษี" เช่น รัฐอุดหนุน 60: จ่ายเอง 40 เป็นต้น

ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส มีอยู่ 5 ข้อ คือ

  • เป็นคนที่มีสัญชาติไทย
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูล)
  • ไม่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งระยะที่ 1-5 (ปี 2565)

โดยวงเงินที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • สำหรับผู้ที่ไม่ได้ยื่นแบบภาษี 2,000 บาท/คน ตลอดโครงการ
  • สำหรับผู้ยื่นแบบภาษี 2,400 บาท/คน ตลอดโครงการ

ส่วนที่หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสไม่ได้? นั่นเพราะคลังจะ “เติมเงิน” ให้คนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากเดิม 300 บาท/เดือน กลายเป็น 850 บาท/เดือน รวม 2 เดือนผู้มีบัตรจะได้รับเงิน 1,700 บาท/คน (ตั้งแต่เดือน พ.ย. - ธ.ค. 2568)

สบายใจได้! ร้านค้าที่เข้าโครงการไม่ถูกส่งข้อมูลให้สรรพากร

ปัญหาเดิมจากคนละครึ่งรอบที่ผ่านมา เหล่าพ่อค้าแม่ค้ามีข้อสงสัยว่าเมื่อเข้าโครงการแล้วข้อมูลรายได้ รายรับของร้านจะถูกส่งต่อไปที่สรรพากรมากแค่ไหน บางส่วนกังวลว่าจะเจอเรื่องภาษีย้อนหลังไหม ส่งผลให้หลายร้านค้ายังกังวลและลังเลว่า ควรจะลงทะเบียนร่วมคนละครึ่งพลัสหรือไม่

ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่า กรณีที่พ่อค้าแม่ค้ากังวลเหล่านี้ ข้อมูลต่าง ๆ จะเป็นข้อมูลลับไม่มีการเปิดเผยให้บุคคลภายนอก จะไม่มีการส่งให้กรมสรรพากร เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าจะได้สบายใจ

ทั้งนี้ ฝั่งร้านค้าจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 15 ต.ค. - 19 ธ.ค. 68 ร้านค้ากลุ่มเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ในปี 2565 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่หากเป็นร้านค้ากลุ่มใหม่นั้นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครผ่านร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com

นอกจากนี้ เอกนิติ ยังกล่าวต่อว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะให้โอกาส Micro SME หรือร้านค้ารายย่อยที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ให้เข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งต่างจากเดิมที่เคยให้แค่บุคคลธรรมดาเท่านั้น

เปิด Timeline ลงทะเบียนวันไหน - เริ่มใช้วันไหน?

ฝั่งประชาชนทั่วไปจะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนวันที่ 20 - 26 ต.ค. 68

ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และหากเป็นผู้ใช้ใหม่ให้ยืนยันตัวตนที่ G-Wallet ก่อน หลังจากนั้นจึงจะได้รับวงเงินตามสิทธิของตัวเอง

เปิดให้เริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68

สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ปี 68 เวลา 06:00 น. เป็นต้นไป และที่สำคัญคือต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย. ปี 68 ก่อนเวลา 23:59 น. ไม่งั้นสิทธิที่ได้มาจะถูกยกเลิกตามเงื่อนไขของโครงการ

ใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี 7 พ.ย. 68 - 31 ธ.ค. ปี 68

และอีกหนึ่งสิ่งใหม่ที่โครงการคนละครึ่งพลัสมีนั้นคือเราสามารถใช้สิทธิในการจ่ายฟู้ดเดลิเวอรีได้ โดยมีเวลาในการสั่งคือ 06:00 น. - 21.00 น. ของทุกวันจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ

ใช้คนละครึ่งยังไงให้ ‘คุ้ม’

ทั้งนี้ แม้ว่าการใช้จ่ายคนละครึ่งนั้นจะช่วยให้เราสามารถประหยัดไปได้ครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่าย ทว่า ในบางครั้งก็อาจทำให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัวได้ และจะดีกว่าไหมหากเรามีการวางแผนสำหรับใช้จ่าย เช่น

1. เลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็น : ถึงเราจะได้จ่ายแค่ครึ่งเดียว แต่ก็อย่าลืมที่จะถามตัวเองก่อนว่าเราต้องการจะซื้อสิ่งนี้จริง ๆ ไหม เพราะบางครั้งถ้าเราไม่ได้ใช้หรือวางทิ้งไว้เฉย ๆ อาจทำให้ตัวเองรู้สึกเสียดายทีหลังได้แม้จะเป็นเงินจำนวนน้อยก็ตาม

2. ระวังการซื้อเกินงบ : บางคนเผลอซื้อเยอะเกินเพราะคิดว่าจ่ายแค่ครึ่งเดียว ไม่เป็นไรหรอก จนกลายเป็นเผลอใช้จ่ายเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำ วิธีป้องกันคือกำหนดไปเลยว่าวันนี้เราจะใช้เท่าไหร่ เช่น ใช้จ่ายไม่เกินวันละ 200 บาทตามวงเงินคนละครึ่งที่ได้รับในแต่ละวัน

3. มองหาร้านที่ลดราคา : ถ้าเราซื้อของที่ลดราคาด้วยการจ่ายคนละครึ่งก็ยิ่งจะทำให้เราซื้อของได้คุ้มกว่าเดิม เช่น ร้านลดราคาจากเดิม 500 บาท เหลือ 400 บาท และเราจ่ายด้วยคนละครึ่งนั้นหมายความว่าเราจะได้ของชิ้นนั้นมาในราคา 200 บาทเท่านั้น

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุป “คนละครึ่งพลัส” ทั้งประชาชน-ร้านค้า ใช้ยังไงให้คุ้ม? คลังย้ำข้อมูลโครงการฯ ไม่ส่งต่อสรรพากร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...