โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เศร้าใจ! เจอซาก "สรณ์สืบ" เสือวัยรุ่นลูกแม่อภิญญา-พ่อพงษ์ ขาติดแร้วดักสัตว์นอนตายในป่าห้วยขาแข้ง

สวพ.FM91

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 01.40 น.

8 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช เปิดเผยว่า ระหว่างที่ทีมวิจัยเสือโคร่ง ออกติดตาม การใช้ชีวิตของบรรดาเสือที่ติดเครื่องหมายดาวเทียม หรือคอลลา ปรากฏได้พบภาพที่ไม่มีใครอยากเห็น นั่นคือ ซากของเสือโคร่ง สอนสืบ ลูกชายคลอกแรก ของแม่เสืออภิญญากับพ่อเสือพงศกร ที่เพิ่งตายไปก่อนหน้านี้ไม่นาน

“ภาพที่เห็นมันบาดตาทุกคน เพราะเป็นซากของเจ้าสรณ์สืบ เสือวัยรุ่นที่เราติดตาม และเขียนเรื่องราวผ่าน ทางเว็บเพจให้แฟนคลับเสือในป่าห้วยขาแข้งให้รัลทราบตลอด ที่เราไม่คิดคือ สอนสืบตายเพราะติดบ่วงแร้ว ที่คาดว่า มีคนลักลอบเอาไปวางเพื่อดัก เก้ง กวาง วัวแดง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้น ติดกับพื้นที่สวนป่าที่มีชาวบ้าน ทำมาหากินอยู่ เราสำรวจซากแล้ว สันนิษฐานว่า สอนสืบน่าจะตายหลายวันแล้ว เพราะก่อนหน้าที่สัญญาณจากคอลลา หายไป เพิ่งมาเจอวันนี้ ซากขาเพิ่มจะเน่าแล้ว”ดร.อัจฉรา กล่าว

หัวหน้ากลุ่มนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กล่าวว่า สรณ์สืบ เป็นเสือวัยรุ่น ที่กำลังคึกคะนอง เป็นความหวังในการกระจายพันธุ์ของเสือโคร่งในห้วยขาแข้ง เพราะผู้เป็นแม่ คือ อภิญญา เป็นแม่ที่เก่ง เลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่มีใครคิดว่า สรณ์สืบ จะมาจบชีวิตแบบนี้ ยอมรับว่า ตอนนี้ ตัวเอง และนักวิจัยที่ติดตามชีวิตของสอนสืบต่างมีความเศร้าใจอย่างมาก

การพลาดท่าให้กับดักครั้งนี้ของสรณ์สืบนั้น อาจเป็นเพราะบังเอิญแวะหาแหล่งน้ำในขณะที่เดินสัญจรเพื่อหาหลักแหล่ง โดยที่เจตนาเดิมของกับดักนั้นอาจมุ่งหมายเพียงแค่สัตว์กีบที่มีรอยตีนปรากฏตลอดเส้นทางด่านก่อนแยกลงลำห้วยก็เป็นได้ แต่ความโชคร้ายได้กลายเป็นของสรณ์สืบ

“จุดจบของสรณ์สืบครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งบทที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า การดำเนินชีวิตของเสือโคร่งวัยรุ่นเพศผู้เพื่อให้อยู่รอดจนถึงขั้นตั้งถิ่นฐานมีทายาทสืบสายพันธุ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพฤติกรรมการเดินทางลัดเลาะทางไกลที่ต้องข้ามไปมาระหว่างแนวเขตซึ่งแบ่งโดยมนุษย์นั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต ด้วยว่าพื้นที่ป่าแต่ละประเภทนั้นมีการดูแล จัดการ ตามวัตถุประสงค์และการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน จุดสุดท้ายของชีวิตสรณ์สืบอยู่ห่างจากพื้นที่ปลูกสร้างสวนป่า มีสภาพเป็นสวนป่าผสมไร่ข้าวโพด ในระยะขจัด 40 เมตรเท่านั้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคาดว่าจะมีบรรดาสัตว์ป่าน้อยใหญ่ออกมาหากินในไร่ข้าวโพดแห่งนี้ ทว่าจะเป็นปัญหา หรือ ไม่ใช่ปัญหา ก็คงแล้วแต่มุมมองและความคิดของผู้ที่มีโอกาสได้รู้เห็น”

ขณะที่ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ขยายแนวลาดตระเวนเชิงคุณภาพด้วยระบบ Smart Patrol ออกไปยังพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่รอยต่อ (Buffer Zone) โดยเน้นการป้องปรามการลักลอบวางกับดักและล่าสัตว์ป่า รวมถึงสั่งให้มีการเคาะประตูบ้านเพื่อขอความร่วมมือจากชาวบ้านให้ช่วยกันเฝ้าระวังและห้ามวางกับดักสัตว์ป่า

ทั้งนี้กรมอุทยานฯจะได้เพิ่มมาตรการป้องกันให้ครอบคลุมพื้นที่ที่อยู่นอกเขตอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ เพื่อคุ้มครองสัตว์ป่าหายากให้ปลอดภัยในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมกันนี้ จะเร่งดำเนินการสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด รวมถึงการสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...