ผู้ว่าฯ สระแก้ว ลงพื้นที่หนองจาน กินข้าวเย็นร่วมกับชาวบ้าน ยืนยันหลัง 10 ต.ค.นี้ นายกฯ รู้ข้อมูลทั้งหมดและมอบอำนาจการติดสินใจปฏิบัติการให้ ก.กลาโหม และก.ต่างประเทศ แล้ว
สระแก้ว – ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เดินทางลงพื้นที่หนองจาน กินข้าวเย็นร่วมกับชาวบ้าน วิงวอนชาวบ้านอย่ามารวมตัวกันในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นเส้นตายที่จังหวัดขีดเส้นให้ชาวกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยออกจากพื้นที่ ยืนยัน นายกฯ รู้ข้อมูลในพื้นที่ทั้งหมดจากทุกหน่วยแล้ว และมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับทางกระทรวงกลาโหมในการปฏิบัติการ และให้กับกระทรวงการต่างประเทศที่จะตอบชาวโลก เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 8 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรานงานว่า ที่ศาลาประชาคม ม.3 บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ และ ฉก.12 ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ โดยมี ผู้นำท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ให้การต้อนรับ ซึ่งการเดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจานของผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชนบ้านหนองจาน หนองญ้าแก้ว และชาว อ.โคกสูง กรณีปัญหาชาวกัมพูชารุกล้ำดินแดนอธิปไตยไทยมานานกว่า 40 ปี โดยทางจังหวัดสระแก้วได้ขีดเส้นตายให้ชาวกัมพูชา ออกจากพื้นที่รุกล้ำ ภายในวันที่ 10 ต.ค.68 หลังจากนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะ พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการกินข้าวของผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับชาวบ้าน มีการเตรียมอาหารพื้นบ้าน อาทิ น้ำพริก ผักแกล้ม ต้มจืดมะระ แกง และผัด ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้าน โดยมีชาวบ้านกลุ่มที่ได้รับการรังวัดและเตรียมออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ชายแดน 8 รายแรก ร่วมนั่งโต๊ะพูดคุยกับผู้ว่าฯ ด้วย อาทิ ป้าคำผิน โอปั่น ,นางสมพร จันทะศร นางสมจิตร จันทะมา ซึ่งนั่้งกินข้าวอยู่ใกล้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ,และ ผบ.ฉก.อรัญประเทศ ซึ่งมีการพูดคุยซักถามสารทุกข์สุกดิบกัน
ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้มีการนำหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน สำหรับครอบครัวที่เลี้ยงสัตว์เช่นวัวและควาย ซึ่งปกติสามารถนำไปเลี้ยงฝั่งถนนศรีเพ็ญด้านตะวันออกได้ แต่ปัจจุบันหลังมีการประกาศกฏอัยการศึก จะไม่สามารถนำสัตว์ไปเลี้ยงได้ จึงนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนด้วย
โดยนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ได้ร้องขอให้ชาวบ้านช่วยกันออกข่าวออกไปว่า วันที่ 10 ต.ค.นี้ ขอให้มวลชนอย่ามารวมตัวกันที่บ้านหนองจาน กลัวกระแสมวลชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เกรงว่า จะเกิดปัญหาขึ้น ขณะเดียวกัน ทางผู้ว่าฯ ยังระบุด้วยว่า การแจกจ่ายหญ้าให้กับชาวบ้าน เพราะหลังเราปิดถนนศรีเพ็ญ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถนำวัว 700-800 ตัว ไปเลี้ยงอีกฝั่งของถนนศรีเพ็ญได้ เพราะมีรั้วลวดหนาม ทำให้วัวผอมและเสียราคา จึงแจ้งท่านอธิบดีไป และเมื่อเช้าเห็นข่าว ก็เลยต้องบอกท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ให้นำอาหารสัตว์มามอบให้กับชาวบ้าน ซึ่งเป็นผลกระทบและเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นอาชีพของคนพื้นที่ โดยปกติแล้วหากไม่มีสถานการณ์อะไร ใครขับรถแถวถนนศรีเพ็ญ จะเห็นฝูงวัว เป็นจำนวนมาก
นายปริญญา กล่าวถึงเส้นตายวันที่ 10 ต.ค.68 ว่ามาอย่างไร ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ประชุม JBC ที่รัฐมนตรีกลาโหมของไทยและกัมพูชา ประชุมกันที่ เกาะกง ตรงข้าม จ.ตราด แล้วมีข้อตกลงให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 2 จังหวัด มาคุยกัน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน 2 จังหวัดที่ติดกัน จึงข้ามฟากไปคุยกับ ผู้ว่าฯ อุม เรียไตร เดิมถือข้อเสนอไป 8 ข้อ ซึ่ง 1 ใน 8 ข้อก็คือเรื่องของวันที่ 10 ต.ค. ซึ่งทำไมต้องวันที่ 10 เพราะว่า ขณะนั้นก็คุยกันไปเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่เกาะกง จึงไปคุยว่า เค้ารับข้อเสนอเราหรือไม่รับ ซึ่งพอเค้าไม่รับอะไรเลย ก็เป็นเรื่องที่ตนจะต้องบอกกับทาง รมว.กลาโหม ไปว่า ทางฝั่งกัมพูชาในระดับจังหวัด ไม่รับข้อเสนอของตน แต่ตนก็ยืนยันว่าเค้าจะต้องออกจากพื้นที่อธิปไตยไทย ภายในวันที่ 10 ต.ค. หรือ ต้องส่งแผนอพยพพี่น้องชาวกัมพูชา เพราะวันที่ 10 ต.ค.เราต้องรายงานไปที่ JBC ซึ่งกัมพูชาไม่ตอบว่า จะอพยพหรือไม่ แล้วก็ไม่ส่งหนังสือมาตอบทางจังหวัดสระแก้วว่า จะมีแผนอพยพเมื่อไหร่อย่างไร จึงเป็นที่มาของวันที่ 10
ขณะเดียวกัน ผู้ว่า สระแก้ว ยังกล่าวอีกว่า ตนไปยื่นคำขาดกับเค้าว่า ยังไงเค้าก็ต้องออก ซึ่งกระบวนการออก ออกอย่างไร ซึ่งตนและผู้รับผิดชอบชายแดนทั้งหมด และทางกองกำลังบูรพา ได้ไปพบท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามที่ท่านให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าวันอังคาร หลังประชุม ครม.แล้วว่า ได้พูดคุยกันแล้ว การทำงานในพื้นที่นี้ วันนี้บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว วันนี้ มันไม่ได้เป็นปัญหาระดับจังหวัดแล้ว มันถูกยกขึ้นไปเป็นระดับภูมิภาคแล้ว ตอนนี้มันไม่ใช่ระดับจังหวัดกับจังหวัดแล้ว มันเป็นปัญหาระหว่างประเทศกับประเทศแล้ว ซึ่งภาษาที่นักวิชาการใช้คือ ทวิภาคี มีมือที่สามเข้ามาแล้ว ทำไมถึงมีคณะ IOT ซึ่งมีทั้งสองประเทศ ซึ่งตนเคยพา IOT ไปชายแดนมั้ย ขณะที่ประเทศกัมพูชา ใครเป็นคนพา IOT มาลงพื้นที่ ทุกวันที่มีเส้นตายของป่าไม้ หรือสถานการณ์ เค้าจะพามาตลอด ซึ่งพี่น้องที่ติดตามสถานการณ์อยู่ ท่านคิดว่า วันที่ 10 ที่จะถึงนี้ เค้าจะพา IOT มามั้ย เค้าก็ต้องพามา เพราะเราประกาศชัดเจน
“เราทำแบบเปิดเผย เพราะเราเป็นประเทศที่เคารพข้อตกลงสัญญาระดับโลก จึงเรียนว่า วันที่ 10 ต.ค. ไม่ได้หมายความว่า เราจะเอารถไถไปไถเค้าเลย ซึ่งทำได้มั้ย การทำงานระหว่างประเทศ มันเริ่มต้นที่จังหวัดก็จริง แต่วันนี้ ท่านนายกฯ รู้แล้ว ซึ่งตนไปเรียนให้ทราบ ซึ่งท่านบอกว่า ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในท่านนายกฯอนุทิน วันนี้ท่านทราบข้อมูลจากผม จากกองกำลังฯ จากกองทัพภาคที่ 1 ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งข้อมูลพ่อแม่พี่น้องที่เดือดร้อนด้วย ขอให้เชื่อมั่นท่าน เพราะท่านได้รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว แล้วท่านให้สัมภาษณ์ว่า ท่านมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับทางกระทรวงกลาโหมในการปฏิบัติการ ให้กับกระทรวงการต่างประเทศที่จะตอบชาวโลก ว่า เราทำตามข้อตกลงและกฏหมาย