โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาลัย “หมอพี” แพทย์-นักบิน-นักร้อง ใจแกร่งต่อสู้มะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย

อีจัน

อัพเดต 17 ก.ย 2568 เวลา 16.38 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 09.06 น. • อีจัน

หลายครั้งที่เราต้องสูญเสียบุคลากรคนสำคัญ ไม่ใช่เพราะลาออก แต่เพราะโรคร้ายอย่างมะเร็ง ภัยเงียบใกล้ตัวที่หลายคนก็คาดไม่ถึง

วานนี้ (16ก.ย.68) เฟซบุ๊ก Kittikhun Can Tortainchai ออกมาโพสต์เรื่องราวของหมอพี หรือกัปตันนายแพทย์พีรวัฒน์ นักเรียนเตรียมอุดมรุ่น 69 , ศิษย์เก่าแพทย์จุฬารุ่น 65 , นักบินสายการบินแอร์เอเชีย และนักร้องวง chilling romance เพลงลำดับก่อนหลัง

โดยเพื่อนของหมอพี เล่าว่า หมอเป็นคนที่มีความสามารถมากมาย และใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่ายออกแนวธรรมะธรรมโมด้วยซ้ำ ไม่ใช้ของหรูติดแบรนด์แต่อย่างใด ชีวิตของหมอกำลังไปได้สวยมีทั้งหน้าที่การงานที่ดี มีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนและสังคมที่ดี และเพิ่งจะแต่งงานได้ไม่กี่เดือน

จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ หมอพีรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 4 แพร่ไปตับในวัยแค่ 35 ปีเท่านั้น ซึ่งมีแค่อาการกินได้น้อย กินนิดเดียวก็อิ่มเลยไปตรวจดูที่โรงพยาบาลตามปกติ และกินยาลดกรดโรคกระเพาะก็ไม่ดีขึ้น เลยไปตรวจ CT scan ก็ได้พบก้อนในตับเยอะมาก โดยทั่วไปมะเร็งลำไส้จะพบในคนที่ครอบครัวมีประวัติเคยเป็น เช่น คุณพ่อคุณแม่คุณปู่คุณย่าหรือมีอาการนำมาก่อนเช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย,ถ่ายเป็นเลือดเบื่ออาหารน้ำหนักลดเป็นต้น แต่หมอไม่ได้มีอาการอะไรมาก่อนรวมถึงไม่ได้มีประวัติในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ด้วยแต่ดันไปตรวจเจอโดยบังเอิญ

ซึ่งหมอพีได้ต่อสู้กับโรคมะเร็ง ด้วยการทำคีโมจนครบทุกคอร์ส รวมถึงมีแพลนว่าจะผ่าตัดเปลี่ยนตับ แต่โชคไม่เข้าข้าง พอตรวจร่างกายกลับพบว่ามะเร็งได้แพร่ไปที่ปอดอีก 1 จุด ทำให้ต้องเปลี่ยนการรักษามาเป็นการรักษาแบบประคับประคอง

วันที่รู้ว่าหมอพีไม่สบาย ก็โทรไปหาทันทีถามว่า “เป็นยังไงบ้างวะ” หมอตอบว่า “โรคห่าเนี่ยทำอะไร ไม่ได้หรอก ไม่ต้องห่วง ไม่ยอมแพ้หรอก” เพื่อนฟังแล้วถึงกับร้องไห้ เพราะรู้ว่า ปลายทางมันจะเป็นยังไงและเชื่อว่าหมอก็คงรู้ด้วยเช่นกัน แต่หมอไม่ได้แสดงความอ่อนแอให้เพื่อนของหมอเห็นกลับปลอบใจเพื่อนด้วยซ้ำ หรือแม้กระทั่งวันที่เสียสุนัขไป 1 ตัวที่เลี้ยงมา 10 ปี หมอพีโทรมาปลอบใจพร้อมกับแนะนำให้อ่านหนังสือคู่มือมนุษย์เพื่อทำให้ใจ ทุกคนคิดว่าคุณหมอมีเมตตาและจิตใจแข็งแกร่งแค่ไหน ทั้งที่ร่างกายก็ป่วยหนักแต่ก็มาปลอบคนที่ร่างกายแข็งแรง

แม่ของหมอเล่าว่า “คุณหมอพีมักจะชอบมาจับมือคุณแม่แล้วบอกคุณแม่เสมอว่า แม่ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวพีจะนำไปก่อนแล้ววันหนึ่งเราคงได้เจอกัน พีรักแม่นะ ”

ภรรยาหมอพี เล่าว่า “ช่วงสุดท้ายที่หมอเริ่มไม่ไหว หมอพีก็ยังปลอบใจภรรยาด้วยคำว่าไม่ต้องร้องไห้ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวอีก 6 เดือน ทุกอย่างก็จะเข้าที่เอง และหมอพีเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างเป็นธรรมชาติและเข้าใจโลกมาก โดนเป็นคนเลือกรูปหน้าศพด้วยตัวเองและเป็นคนไปจัดเตรียมของชำร่วยงานศพของตัวเองด้วยตัวเอง อย่างพิถีพิถันและมอบหมายให้ภรรยาบอกกับแขกที่มาทุกท่านว่าให้อ่านหนังสือที่ชื่อว่าคู่มือมนุษย์ของพระพุทธทาสภิกขุให้จบ”

โดยเพื่อนถามหมอพีว่า กลัวตายไหม? หมอพีบอกว่า “ไม่กลัวตายเลยความตายเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่เรื่องผิดบาปหรือผิดปกติเรากลัวเพราะเราไม่เข้าใจเฉยๆ เราแค่เห็นว่าความตายเป็นเรื่องผิดปกติและไม่ควรเกิดขึ้นกับเรา แต่ถ้าเราเข้าใจมันแล้วเราจะไม่กลัวเลย” นี่ก็เป็นเพียงแค่ 1 เรื่องราวที่น่าเสียใจและประทับใจของหมอพีให้ได้สอนให้เข้าใจชีวิตและเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างกล้าหาญ หมอพีได้สู้อย่างเต็มที่

หมอพี “ได้ทิ้งท้ายว่าทุกคนอย่าลืมไปตรวจสุขภาพกันนะ อย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาทคิดว่าโรคนี้คงไม่เกิดกับเราหรอกหรือความตายกว่าจะมาถึงเราอีกนาน” และอีกหนึ่งสิ่งที่เรื่องราวของหมอพีสอนเรา คือ “ถ้าสิ่งไหนใช้เงินแก็ปัญหาได้ สิ่งนั้นคือเรื่องเล็กเรื่องขี้หมา แต่ถ้าสิ่งไหนใช้เงินแก็ปัญหาไม่ได้ สิ่งนั้นคือของจริงแล้วนะ”

เพื่อนของหมอพี กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “มาถึงตรงนี้แล้วขอให้ทุกคนจดจำหมอพีในฐานะบุคคลที่มากด้วยความสามารถ และเป็นผู้เดินทางกลับด้วยชัยชนะของชีวิต แล้วถ้าใครอยากฟังเสียงของหมอพีก็ให้ไป search เพลงลำดับก่อนหลังใน YouTube ฟังได้เลยครับ”

เรื่องของหมอพีถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่าโรคร้ายไม่เคยเลือกคน และมักมาโดยไม่ทันตั้งตัว “อีจัน” อยากให้ลูกเพจหมั่นตรวจสุขภาพอย่าประมาทกับชีวิต และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวหมอพีอย่างสุดซึ้งด้วยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...