โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ประกันตนเช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ เงินบำนาญปรับขึ้นอีก กรณีส่งเกิน 180 เดือน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 09.45 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ในทุกเดือนต้องส่งเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งก็คือเงินที่ผู้ประกันตน นายจ้าง

ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ในทุกเดือนต้องส่งเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งก็คือเงินที่ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาลร่วมกันจ่ายเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยสำนักงานประกันสังคมจะนำเงินนี้ไปบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดกองทุนที่นำมาใช้ดูแลผู้ประกันตนในกรณีต่าง ๆ เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน ทุพพลภาพ เสียชีวิต และชราภาพ โดยผู้ประกันตนตามแต่ละมาตราจะได้รับสิทธิประกันสังคมไม่เหมือนกัน แบ่งเป็นดังนี้

1. ผู้ประกันตนมาตรา 33 คุ้มครอง 7 กรณี

2. ผู้ประกันตนมาตรา 39 คุ้มครอง 6 กรณี

โดยมีเงื่อนไขการคุ้มครองดังนี้

1.กรณีเจ็บป่วย

ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์

2.กรณีคลอดบุตร

ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนที่คลอดโดยมีสิทธิได้รับค่าคลอดบุตรโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

3.กรณีทุพพลภาพ

ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนทุพพลภาพ

4.กรณีสงเคราะห์บุตร

ส่งเงินสมทบครบ 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิ

5.กรณีเสียชีวิต

ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนถึงแก่ความตาย

6.กรณีว่างงาน ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน (เฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33)

7.กรณีชราภาพ

บำเหน็จชราภาพ

- กรณีจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จ เท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตน

- กรณีจ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จ เท่ากับจำนวนเงินสมทบที่สมทบ ส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ทดแท

นตามที่สำนักงานกำหนด

บำนาญชราภาพ

- ได้รับบำนาญชราภาพร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

หากมีการจ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน จะปรับเพิ่มขึ้นให้อีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน

สูตรกรณีนำส่งเกิน 180 เดือน

- จะได้รับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ฐานเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 15,000 บาท)

และได้เพิ่ม อีก 1.5% ของทุกปี = 20% + (1.5 x จำนวนปี)

ตัวอย่าง: ผู้ประกันตนอายุ 60 ปี จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 35 ปี (420 เดือน)

มีรายได้เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 15,000 บาท

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญ เดือนละ 7,500 บาท

วิธีตรวจสอบเงินบำนาญ

ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ว่าส่งเงินบำนาญชราภาพมาแล้วกี่เดือน ซึ่งประกันสังคมมีช่องทางให้ตรวจสอบดังนี้

วิธีตรวจสอบส่งเงินบำนาญชราภาพมาแล้วกี่เดือน / เหลืออีกกี่เดือนจะเกิดสิทธิเงินบำนาญชราภาพ

1.ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม

เช็คผ่านเว็บไซต์ของประกันสังคมได้ดังนี้

- เข้าเว็บไซต์ https://www.sso.go.th/

- เลือก ผู้ประกันตน

- ถ้าไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน เลือก สมัครสมาชิก

- เข้าสู่ระบบด้วยการกรอก เลขบัตรประจำตัวประชาชน และ รหัสผ่าน

- เข้าสู่หน้าตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน เลือก ข้อมูลการส่งเงินสมทบ

- จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลของแต่ละคน ทั้งงวดเงินสมทบ, วันที่ชำระเงิน, % เงินสมทบ และจำนวนเงินที่ผู้ประกันตนนำส่ง

- สำหรับการเช็กยอดเงินชราภาพประกันสังคม เลือก การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ

- จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลจำนวนเงินสมทบของผู้ประกันตน, จำนวนเงินสมทบของนายจ้าง, จำนวนเงินสมทบของรัฐ, ยอดเงินรวม (รายปี)

2.ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus

ผู้ประกันตนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus ใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android เพื่อตรวจสอบเงินบำนาญชราภาพ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ผ่านทางสมาร์ตโฟนได้ทันที วิธีใช้งานดังนี้

- ลงทะเบียนยืนยันตัวตนด้วย เลขบัตรประจำตัวประชาชน และ เบอร์โทรศัพท์

หรือ หากผู้ประกันตนได้สมัครตรวจสอบข้อมูลทางเว็บไซต์ https://www.sso.go.th/ มาแล้ว สามารถใช้รหัสผ่านเดียวกันได้เลย

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคมได้ที่ https://www.sso.go.th/ หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลจาก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Office

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...