โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากแม่ทัพหญิงแห่งดุสิตธานีสู่เก้าอี้รัฐมนตรีพาณิชย์

Reporter Journey

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2568 เวลา 07.12 น. • Reporter Journey

ทำความรู้จัก 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' แม่ทัพหญิงแห่งดุสิตธานี ตำนาน CEO อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ IBM

ถ้าให้พูดถึงหนึ่งใน Movement ที่ประชาชนคนทั่วไปจับตามองอย่างมากเพราะถือเป็นก้าวแรก ๆ ในการปักธงของรัฐบาลอนุทิน คือการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีประจำกระทรวง และก็ดูเหมือนว่าก้าวแรกนี้ก็สร้างจุดสนใจเป็นวงกว้างกับการแต่งตั้งคุณ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” CEO กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย

ทำไมการแต่งตั้ง ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ (คุณแต๋ม) ถึงเป็นที่ฮือฮามากขนาดนี้ เธอคนนี้เป็นใครและเก่งแค่ไหน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กัน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

คุณศุภจี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน และการบัญชีต่างประเทศ มหาวิทยาลัย Northrop สหรัฐอเมริกา การศึกษาของคุณศุภจีไม่ได้หยุดอยู่แค่ใบปริญญาในระดับมหาวิทยาลัย แต่ยังมีการอบรมในหลักสูตรระดับสูงต่าง ๆ อีกมากมาย ถ้าให้เขียนบรรยายให้ครบ บทความนี้คงกินความยาวมากเกินไป

เรียกได้ว่าคุณศุภจีเป็นหนึ่งในคนคนไทยที่เติมเต็มความรู้ตลอดเวลา ซึ่งตรงนี้เป็นเหมือนคาแรคเตอร์และแพสชันของเธอ

คุณศุภจีเคยสัมภาษณ์กับทาง ‘Gen ยัง Active’ ไว้ว่า การมองหาเรื่องใหม่ ๆ เปิดใจที่จะยอมรับและเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองเหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้ว ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต คือการเติมเต็มแพสชันของคุณศุภจี เธอยังนิยามตัวเองว่าตนคือคน ‘ธรรมดา ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ได้รอบรู้ทุกอย่าง’ แต่เธอคือคนที่พยายามที่จะเรียนรู้

ถึงแม้คุณศุภจีจะนิยามว่าตนจะธรรมดายังไง ไม่เก่งยังไง แต่ดูเหมือนว่า บริษัทระดับโลกจากอเมริกาอย่าง International Business Machines (IBM) จะไม่คิดเช่นนั้น

CEO ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาษสตร์ของ IBM

IBM คือบริษัทดับโลกด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และบริการด้านไอที ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1911 และคุณศุภจีคือคนไทยคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ IBM ประเทศไทยในวัยเพียง 38 สร้างชื่อเป็น CEO ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IBM

อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนไทยคนแรก ๆ ที่ทำงานกับบริษัทบิ๊กเทคฯ ระดับโลกก็ว่าได้ และการทำงานกับบริษัทระดับโลกแบบนี้เป็นเครื่องสะท้อนว่าความสามารถของคุณศุภจีได้รับการยอมรับแค่ไหน

คุณศุภจีให้สัมภาษณ์ถึงประสบการณ์การทำงานกับบริษัทบิ๊กเทคฯ ระดับโลกไว้ใน The Momentum ว่าการทำงานกับบริษัทระดับโลกนานกว่า 23 ปี ทำให้เธอเข้าใจความคิดพื้นฐานของคนหลากหลายเชื้อชาติ ได้เห็นกระบวนการทำงานของบริษัทที่ต้องทำงานร่วมกับหลาย ๆ ประเทศ

กล่าวได้ว่าเห็นทั้ง “มาตรฐาน” “ระเบียบ” และ “แนวคิด” ในระดับโลก และแน่นอนการทำงานกว่า 23 ปี ในสภาพแวดล้อมนี้ทำให้คุณศุภจีเป็นมากกว่าคนธรรมดาที่เธอนิยามตัวเอง

ในประเทศไทยจะมีคนไทยซักกี่คนที่ได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานเช่นนี้ เป็นคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการกำหนดนโยบายและบริหารบริษัทระดับโลก แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญของคุณศุภจีก็มาถึง

คุณศุภจีไม่ได้อยากเป็นคนไทยในบริษัทระดับโลก แต่อยากเป็นคนไทยที่พาบริษัทของไทย “ไปสู่ระดับโลก”

เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางกลับมายังประเทศไทย ในการเข้าร่วมกับบริษัท ไทยคม จํากัด (มหาชน) ในปี 2554

คนไทยที่พาบริษัทไทย ไปสู่ระดับโลก

ในตอนที่คุณศุภจีเข้าร่วมทีมบริหารไทยคม (บริษัทแรกและบริษัทเดียวของประเทศไทยที่เป็นผู้ให้บริการธุรกิจดาวเทียมเชิงพาณิชย์) ก่อนหน้านั้นไทยคมขาดทุนสะสมติดต่อกัน 5 ปีติด เป็นช่วงเวลาที่ถือว่าบริษัทกำลังเข้าขั้นวิกฤต เป็นงานที่ท้าทายและยากมากสำหรับคุณศุภจี

ทว่าภายหลังการบริหารไปได้แค่ช่วงสั้น ๆ 1 ไตรมาส ไทยคมภายใต้การบริหารของคุณศุภจีก็พลิกฟื้นกลับมามีกำไร และภายในระยะเวลา 4 ปี คุณศุภจีก็สามารถนำพาไทยคมฟื้นตัวจากภาวะขาดทุนไปสู่ความมั่นคงทางธุรกิจได้ในปี 2559 เรื่องนี้เธอคือหนึ่งในคนที่ควรได้รับเครดิตเต็ม ๆ แต่คุณศุภจีกลับพูดถึงเรื่องนี้อย่างถ่อมตัวว่า

“เราโชคดีที่มีทีมงานที่ดี ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้”

คุณศุภจีไม่ลืมที่จะให้เครดิตและชื่นชมคนในทีม เรื่องนี้ถูกบอกเล่าไว้ในบทสัมภาษณ์กับทาง The Momentum

นี่เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ตัวตนของคุณศุภจีสะท้อนออกมา จากช่วงแรกที่เธอบอกว่าตนคือผู้หญิงธรรมดา ไม่ได้เก่งอะไร มาตอนนี้เธอก็ไม่ลืมที่จะยกเครดิตความสำเร็จให้กับคนในทีมอีก

จากอุปนิสัยที่เราสัมผัสได้ ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานกับ IBM กอปรกับการเป็นคนที่ทำงานหนัก ใช้ชีวิตการทำงานด้วยแนวคิด Work-Life Integration’ เราในฐานะคนไทยสามารถเชื่อได้เลยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยคนนี้ #ไม่ธรรมดา

คนระดับนี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ ต้องคุยเอง

ภายหลังจากการดำรงตำแหน่งเป็น CEO ที่ไทยคม คุณศุภจีได้เข้าไปเป็นกรรมการบริหารของดุสิตธานี แรก ๆ คุณศุภจีตั้งเป้าเป็นเหมือนโค้ชผู้ให้ความรู้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ และเป็นกรรมการฯ แต่ไม่นานคณะกรรมการบริษัทก็เชิญให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร จากที่ทำบริษัทด้านเทคมาทั้งชีวิต พลิกผันมาทำงานกับบริษัทด้านการบริการ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับ GDP ของประเทศไทยโดยตรง

วันที่คุณศุภจีเข้ารับตำแหน่ง CEO ของดุสิตธานี โรงแรมในเครือมีเพียง 20 แห่งจาก 8 ประเทศ แต่พอสิ้นปี 2024 ดุสิตธานีมีโรงแรมในเครือ 300 แห่งจาก 20 ประเทศ จากผลงานที่เป็นที่ประจักษ์เชื่อได้ว่า ณ จุดนี้ไม่มีใครสงสัยในความสามารถของคุณศุภจีแน่ ๆ

ทว่าในเวลานี้ดุสิตธานีกลับมีปัญหาเกิดขึ้นภายใน (ที่ไม่ได้มาจากการบริหาร) สื่อไทยใช้คำว่าศึกสายเลือด, ดราม่าบ้านใหญ่, เลือดข้น หุ้นขม ฯลฯ คือปัญหาที่ดุสิตธานีเผชิญอยู่คือเรื่องของการแบ่งมรดก ถ่ายโอนความั่งคั่งของคนในตระกูลระหว่าง 3 พี่น้อง

ซึ่งปัญหานี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะไม่กระทบกับการบริหารของคุณศุภจี แต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็เป็นเหมือนโอกาสให้คุณศุภจีเช่นกัน และอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญของคนไทยทุกคนเลยด้วยซ้ำ เพราะนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทาบทามคุณศุภจีเป็นการส่วนตัวให้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผลลัพธ์ก็เป็นที่ปรากฎในข่าววงกว้าง คุณศุภจี ตอบรับคำเชิญ ก้าวเท้าเข้าสู่การบริหารประเทศอย่างเต็มตัวครั้งแรก

สู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

การตัดสินใจของคุณศุภจีครั้งนี้อาจถือเป็นก้าวสำคัญอย่างมากในชีวิตเลยก็ว่าได้ จากเดิมที่บริหารบริษัทเอกชนมาตลอด มาวันนี้ตอบรับเป็น รมว.กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการค้า ธุรกิจบริการ ทรัพย์สินทางปัญญา ดูแลผู้บริโภค ฯลฯ เป็นการทำงานที่มีผลกับชีวิตคนไทยโดยตรง

จริง ๆ งานลักษณะนี้เป็นเหมือนงานที่ ‘ทำดีเสมอตัว ทำไม่ดีโดนด่า’ ต้องเคารพหัวจิตหัวใจของคุณศุภจีจริง ๆ ที่ตอบตกลงเข้ามารับงานบริหารตรงนี้แม้อาจจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็เป็นงานที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากหลายปัจจัยที่จะต่างจากการบริหารงานเอกชนอย่างมาก

Movement นี้ในการแต่งตั้งคนที่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์มาบริหารประเทศถือเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคน ในมุมหนึ่งยังเป็นการพิสูจน์ฝีไม้ลายมือของคุณศุภจีอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งงานยากที่คุณศุภจีจะต้องเผชิญ

แต่เรื่องนี้กลับเป็นสิ่งที่คุณศุภจียินดีจะทำ เป็นเหมือนคุณค่าชีวิตที่คุณศุภจียึดถือ

“ตอนที่ยังอายุไม่มาก เป้าหมายคือการประสบความาสำเร็จ
แต่ตอนนี้เป้าหมายของแต๋ม คือการทำอย่างไรที่จะสร้างผลกระทบที่ดีให้คนรุ่นหลังต่อไป”

ปัจจุบัน ครม.อนุทิน1 ที่เป็นการดึงสายตรงมืออาชีพมาร่วมทัพที่น่าจับตามองมาก ๆ มีดังนี้

  • รภัค ธันยาวงษ์ อดีตเบอร์ 1 ธ.กรุงไทย นั่ง รมช.คลัง

  • อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตเบอร์ 1 ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน

  • สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัด ก.ต่างประเทศ นั่ง รมต.

  • และคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ CEO ดุสิตธานี นั่ง รมว.พาณิชย์

ถ้าจะต้องบริหารประเทศในระยะเวลาสั้น ๆ ให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ทันตาก็ต้องเริ่มจากก้าวแรกแบบนี้แหละ เอาคนที่มีความสารถจริง ๆ เก่งจริง ๆ มาบริหารประเทศ และถ้าผลลัพธ์สุดท้ายออกมาดี นี่อาจเป็นการอยู่สั้นเพื่ออยู่ยาวของนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เป็นได้

อ้างอิง
Capitalread
The Momentum
Gen ยัง Active
The Matter
Thai PBS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...