“สหรัฐ” เริ่มบังคับใช้ “ภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น” แล้วที่อัตราใหม่ 15% มีผล 16 ก.ย.68
"สหรัฐ" เริ่มบังคับใช้ "ภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น" แล้วที่อัตราใหม่ 15% มีผล 16 ก.ย.68 ตั้งแต่เวลา 11.01 น. ตามเวลาไทย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจและการจ้างงาน
วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 10.07 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐจะเริ่มบังคับใช้อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จากญี่ปุ่นที่ระดับ 15% อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันอังคารที่ 16 กันยายน 2568 หรือเวลา 11.01 น. ตามเวลาไทย ตามข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ
เอกสารแนวทางของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (US Customs and Border Protection) ระบุว่าอัตราภาษีใหม่นี้ครอบคลุมรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก (automobiles) รวมถึงชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตจากญี่ปุ่นที่นำเข้าเพื่อการบริโภคตั้งแต่เวลาที่กำหนดข้างต้นเป็นต้นไป
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อลดภาษีลงสู่ระดับสูงสุดไม่เกิน 15% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น รวมถึงรถยนต์ จากเดิมที่อยู่ที่ 27.5% ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับญี่ปุ่น เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นภาคส่งออกหลักไปยังสหรัฐ และเป็นเสาหลักด้านการจ้างงานและการปรับขึ้นค่าแรง
เรียวเซ อากาซาวะ (Ryosei Akazawa) หัวหน้าคณะผู้แทนการค้าญี่ปุ่น กล่าวที่กรุงโตเกียวว่า “ญี่ปุ่นยินดีกับมาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อตกลงญี่ปุ่น–สหรัฐ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมอย่างต่อเนื่อง” แต่ย้ำว่า ภาษียังคงมีผลบังคับใช้แม้หลังจากการปรับลดครั้งนี้
ข้อตกลงการค้าครั้งนี้ยังรวมถึงคำมั่นของญี่ปุ่นที่จะจัดตั้งกองทุนการลงทุนมูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในสหรัฐ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ช่วยให้ได้อัตราภาษีที่ต่ำลง อย่างไรก็ตามกองทุนดังกล่าวยังเผชิญคำถามด้านแหล่งเงินทุน โดยทั้งสองประเทศให้คำอธิบายที่แตกต่างกันเกี่ยวกับพันธสัญญานี้ ขณะที่ฮาเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ เตือนว่าญี่ปุ่นอาจเผชิญภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น หากไม่จัดสรรเงินลงทุนตามที่รัฐบาลทรัมป์ต้องการ
นอกจากนี้ สหรัฐจะยกเลิกการซ้อนอัตราภาษีใหม่ 15% ทับกับภาษีที่มีอยู่เดิม หมายความว่า สินค้าที่เคยถูกเก็บภาษีต่ำกว่า 15% จะถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 15% แต่สินค้าที่ถูกเก็บภาษีสูงกว่าอยู่แล้ว เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม จะยังคงถูกเก็บภาษีที่ระดับ 50% ต่อไป
อากาซาวะ ยังระบุว่า ญี่ปุ่นจะพยายามผลักดันให้มั่นใจว่าในอนาคตจะไม่ถูกปฏิบัติแย่กว่าประเทศอื่น ๆ ในกรณีที่สหรัฐฯ กำหนดภาษีรายสาขาใหม่ เช่น ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเภสัชภัณฑ์ โดยอ้างอิงตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (safety clause) ในข้อตกลงเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.bloomberg.com