โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศรษฐกิจกัมพูชาแย่แล้วหรือยัง และความขัดแย้งกับไทยบ่อนทำลายการเติบโตแค่ไหน?

The Better

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 07.01 น. • THE BETTER

ท่ามกระแสต่อต้านการเปิดด่านที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทีมีความคาดหวังจากคนไทยจำนวนหนึ่งว่าการปิดด่านแบบยืดเยื้อจะยิ่งบั่นทอนสภาพเศรษฐกิจของกัมพูชา และเมื่อเศรษฐกิจกัมพูชาอ่อนแอลงจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จนกระทั่งนำไปสู่การยุติความขัดแย้งกับไทย

แต่สภาพเศรษฐกิจของกัมพูชาในเวลานี้เป็นอย่างไรกันแน่?

อนาคตไม่สดใสเหมือนเดิม
เมื่อไม่นานมานี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ว่าเศรษฐกิจกัมพูชากำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่รุนแรง เช่น ความขัดแย้งทางการค้า ความตึงเครียดในภูมิภาค และความเปราะบางทางการเงินภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัวลงจาก 6% ในปี 2567 เหลือ 4.8%

คณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นำโดยนายเคนิชิโร คาชิวาเสะ ระหว่างการปรึกษาหารือประจำปีตามมาตรา 4 ของกองทุน ณ กรุงพนมเปญ คณะผู้แทนได้หารืออย่างกว้างขวางกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC) ผู้นำธุรกิจ และพันธมิตรเพื่อการพัฒนา

เคนิชิโร คาชิวาเสะ ระบุว่า เศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2567 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการส่งออกเครื่องนุ่งห่มและสินค้าเกษตร และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว แรงผลักดันนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงต้นปี 2568

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปี 2568 การเติบโตจะชะลอตัวลง เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าและข้อพิพาทชายแดนกับไทย แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม เริ่มส่งผลกระทบต่ออุปสงค์จากต่างประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งเงินกลับประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.8% แต่ความเสี่ยงด้านลบยังคงสูงอยู่

ปัญหากับไทยปัญหากับทรัมป์
เคนอิจิโร คาชิวาเสะ ยอมรับถึงความพยายามของรัฐบาลกัมพูชาในการกำหนดอัตราภาษีให้เอื้ออำนวยมากขึ้นกับการค้า โดยอัตราภาษี 19% มี่โดนนัลด์ ทรัมป์กำหนดกับกัมพูชาแม้ว่ายังต่ำกว่าที่ประกาศไว้ในตอนแรกอย่างมาก และใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกในกัมพูชายังคงต้องแบกรับต้นทุนบางส่วน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้ภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ความตึงเครียดบริเวณชายแดนเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ การลดลงของเงินโอนและรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสองปัจจัยหลักที่นำมาพิจารณาในการคาดการณ์ที่ปรับปรุงใหม่ของเรา แม้ว่าการคาดการณ์การเติบโต 4.8% จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปีที่แล้ว แต่การลดภาษีของรัฐบาลที่ประสบความสำเร็จก็ช่วยลดผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง

IMF เตือนว่าความขัดแย้งทางการค้าและชายแดนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจยิ่งทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสองเสาหลักของเศรษฐกิจกัมพูชาอ่อนแอลง ซึ่งการท่องเที่ยวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของกัมพูชา แต่จำนวนนักท่องเที่ยวกลับลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 และยังคงประสบปัญหาในการฟื้นตัว ปีที่แล้ว กัมพูชาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.7 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

หวังทำเงินจากสนามบินเตโช
ความคาดหวังที่จะทำเงินจากการท่องเที่ยวมีเพิ่มมากขึ้น หลังจากกัมพูชาเพิ่งเปิดให้บริหารท่าอากาศยานนานาชาติเตโชตาเขมา โดยรัฐบาลกัมพูชาหวังว่าท่าอากาศยานแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการบินหลักแห่งใหม่ของเมืองหลวง และจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ท่าอากาศยานแห่งใหม่นี้จะสามารถรองรับผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศได้มากถึง 13 ล้านคนต่อปี โดยมีเป้าหมายที่จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง 50 ล้านคนภายในปี 2593

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต กล่าวบนโซเชียลมีเดียว่า สนามบินแห่งใหม่จะให้บริการเที่ยวบินคุณภาพสูงแก่ผู้โดยสารในและต่างประเทศ ขยายการเชื่อมต่อทางอากาศของกัมพูชากับโลก และสร้างแรงกระตุ้นใหม่ๆ ให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจไม่ง่ายนัก เพราะอีกความเสี่ยงสำคัญมาจากภาวะทรุดตัวของการท่องเที่ยว ก็คือ สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6% ของสินเชื่อทั้งหมด โดยกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์

และยังหวังรายได้จากจีน
จากรายงานของ NAI 500 ระบุว่า ที่ผ่านมา การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนไหลเข้าจากจีนเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเติบโตทาเศรษฐกิจของกัมพูขา แต่การไหลกลับของกระแสเงินทุนทำให้เกิดแรงกดดันด้านสินค้าคงคลังในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองชายฝั่ง ขณะเดียวกัน แม้ว่าการท่องเที่ยวจะดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีความไม่สมดุลในทุกตลาด โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับปี 2562 ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญเนื่องจากกระแสเงินสดจากการเข้าพักโรงแรมถูกนำไปใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ธนาคาร ซึ่งมักได้รับการค้ำประกันโดยอิงจากสมมติฐานเชิงบวกก่อนปี 2563 อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นการก่อสร้าง (ที่อิงกับทุนจีน) ถูกระงับ และมูลค่าที่ดินไม่สามารถรองรับได้เหมือนในอดีตอีกต่อไป

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ขณะเข้าร่วมงาน Belt and Road Forum ครั้งที่ 10 ในประเทศจีน ซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและรองประธานสภาพัฒนาคนที่ 1 ของกัมพูชา กล่าวในบทสัมภาษณ์พิเศษกับผู้สื่อข่าวจากส "สำนักข่าวธุรกิจแห่งศตวรรษที่ 21" 《21世纪经济报道》 ของจีนว่า กัมพูชามีนโยบายการลงทุนที่เสรีและเปิดกว้างที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ 100% ทำให้กัมพูชาเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่เหมาะสำหรับบริษัทจีน

ซุน จันทอล ยืนยันความสำคัญและความสำเร็จของกรอบความร่วมมือ “หกเหลี่ยมเพชร” จีน-กัมพูชาอย่างเต็มที่ โดยได้นำเสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญให้เป็นต้นแบบของความร่วมมือจีน-กัมพูชา ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้มีบริษัทประมาณ 200 แห่ง และได้สร้างงานหลายพันตำแหน่งให้แก่ชุมชนท้องถิ่น

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...