โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สลด! อดีตคู่ม้าทรง ดวลมีดเดือด เมียโดนแทงสวนดับคาที่ ด้านผัวรอมอบตัว

สยามนิวส์

อัพเดต 12 ส.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 06.06 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สลด! อดีตคู่ม้าทรง ดวลมีดเดือด เมียโดนแทงสวนดับคาที่ ด้านผัวรอมอบตัว

เมื่อเวลา 06.30น.วันที่ 12สิงหาคม2568 พ.ต.ท.กล้าหาญ ใจกระจ่าง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุผัวฆ่าเมียตายคาบ้านที่บ้านเลขที่ 163/1 ม.3 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก., พ.ต.ท.จรินทร์ ขาวเอี่ยม รอง ผกก.(สอบสวน),พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.วรเศรษฐ์ ศรีใหม่ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.ณัฐภัทร พุทธังกุโร สว.สส.,กำลังตำรวจชุดสืบสวน,แพทย์เวร และจนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง ไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเจ้าของบ้านนั่งรอมอบตัวกับตำรวจในสภาพมีร่องรอยถูกฟันเข้าใบหูซ้าย แขนซ้ายและนิ้วมือซ้าย รวม 4แผล สอบสวนทราบผู้ก่อเหตุชื่อนายบุญชิดหรือด้วง เวชพัฒน์ อายุ 64ปี เจ้าของบ้าน ดังกล่าว

โดยจนท.พบว่าที่ศาลาหน้าบ้านมีการตกแต่งเป็นศาลารูปปั้นของขลังต่างๆสำหรับบูชาไว้เป็นจำนวนมากและมีการธูปเทียนสำหรับกราบไว้ของคนทั่วไปอีกด้วย

และภายในบ้าน บริเวณลานห้องโถงหลังบ้าน พบศพผู้ตายนอนหงายตายบนพื้น สอบสวนทราบชื่อนางฐานิตาหรือติ๋ม แดงพรม อายุ 58ปี เป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ สภาพศพมีบาดแผลถูกแทงเข้าบริเวณหน้าท้องและลำตัวจำนวนหลายแผล โดยข้างศพผู้ตายพบมีดพร้าเปื้อนเลือดตกอยู่จำนวน 1เล่ม และห่างไปเล็กน้อยใกล้เตียงที่นอนพบอาวุธมีดปลายแหลมที่ผู้ก่อเหตุใช้แทงเมียตายเปื้อนเลือดวางอยู่ 1เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

จากการสอบสวนปากคำนายบุญชิดหรือด้วงฯผู้ก่อเหตุและเป็นสามีของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ปกตินางฐานิตาหรือติ๋มฯภรรยาของตนจะเป็นร่างทรงในหมู่บ้านมานานแล้วจนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของคนทั่วไปที่ชอบมาให้เมียของตนเข้าทรง และปกติตนและภรรยาจะมีปัญหาทะเลาะกับเมียของตนเป็นประจำด้วยปัญหาทางครอบครัว โดยตนได้อาศัยอยู่กับคนตายเพียง2คนส่วนลูกชาย2คนได้แยกไปมีครอบครัวด้านนอก

ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมาช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา นางฐานิตาฯหรือติ๋ม ภรรยายตนได้มีปากเสียงทะเลาะกับตน และตนได้ไล่ภรรยาออกจากบ้านโดยบอกว่าค่อยมาคุยกันใหม่พรุ่งนี้ ก่อนที่ตนจะล็อคปิดประตูไม่ให้ภรรยาเข้าบ้าน จนกระทั่งเวลา05.00น.นางฐานิตาหรือติ๋มฯได้มาเคาะกระจกเรียกให้ตนเปิดประตูอยู่นานตนก็ไม่ยอมเปิดประตูให้ จนกระทั่งภรรยาของตนมีเปิดหน้าต่างกระจกข้างเตียงนอนของตนได้ ก่อนที่ภรรยาของตนจะมีมีดพร้าเคาะที่ขาตน ตนจึงเดินไปเปิดประตูให้ แล้วกลับมานอนที่เตียงนอนตามปกติ

ปรากฏว่าเมื่อภรรยาของตนเข้าบ้านได้แล้ว ภรรยาของตนได้ใช้มรดพร้าฟันตนเข้าใบหูแขนและลำตัวหลายครั้ง ตนจึงคว้ามีดหลายวแหลมที่วางอยู่ข้างตัวแทงสวนเข้าหน้าท้องและลำตัวภรรยาไปหลายครั้ง

จนเกิดการกอดรัดฟันเหวี่ยงและทำให้ภรรยาของตนทนพิษบาดแผลไม่ไหวทำให้เสียชีวิตคาบ้านดังกล่าว ก่อนตนตัดสินใจโทรแจ้งลูกชายและกู้ภัยและตำรวจมาที่เกิดเหตุโดยรอมอบตัวแต่โดยดี ยอมรับว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเพราะทะเลาะกันเป็นประจำจนมาจบด้วยชีวิตดังกล่าว นายบุญชิดหรือด้วง กล่าวกับผู้สื่อข่าวในที่สุด ก่อนจนท.กู้ภัยนำตัวไปยังรพ.มหาราชนครศรีธรรมราชเพื่อให้แพทย์รักษาบาดแผลและตำรวจไ/ด้อายัดตัวดำเนินคดีตามกม.ต่อไป โดยตนและภรรยาได้จดทะเบียนหย่ากันหลายวันแล้ว เพราะทเลาะกันบ่อย

ด้านนายบุญยฤทธิ์ ลูกชายวัย 40ปี เล่าว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมาแม่โทรหาตนว่าทะเลาะกับพ่อและพ่อได้ไล่แม่ออกจากบ้านตและปิดปตูล้อคไม่ยอมให้แม่เข้าบ้าน ตนและน้องชายก็มาคุยกับพ่อก็ไม่ยอม จนกระทั่ง05.00น.พ่อก็โทรมาหาตนว่าได้แทงแม่เลือดเต็มหมดแล้วมาดูแม่ด้วยเมื่อตนมาดูที่บ้านก็พบรถกู้ภัยเต็มไปหมดและก็พบว่าแม่ถูกแทงตายเสียแล้ว

นายชัยวัฒน์ ลุกชายวัย38ปีเล่าว่าช่วงค่ำ ประมาณ20.00น.ที่ผ่านมาแม่โทรหาตนว่าทะเลาะกับพ่อและพ่อไม่ยอมให้เข้าบ้านและนั่งรออยู่หน้าบ้านเนื่องจากพ่อล็อคประตู เนื่องจากทะเลาะมีปากเสียงกับพ่อซึ่งเป็นปกติเหมือนทุกวัน จนเช้าก็ทราบว่าพ่อได้ใช้มีดแทงพ่อตายเสียแล้วดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...