โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกเบื้องหลัง A PALE VIEW OF HILLS กับ KEI ISHIKAWA

DACO THAI

อัพเดต 16 ต.ค. 2568 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 11.07 น.

เจาะลึกเบื้องหลัง A PALE VIEW OF HILLS กับผู้กำกับมากความสามารถ KEI ISHIKAWA

‘I probably don’t understand everything about you and your time…’ (หนูอาจจะไม่เข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับแม่และช่วงเวลาของแม่…) ประโยคหนึ่งจากภาพยนตร์ที่กล่าวโดยนิกิ อีกหนึ่งประโยคที่สามารถสรุปความตั้งใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง‘A Pale View of Hills’ (ลางรักที่กลางเขา หรือ遠い山なみの光) โดย เคย์ อิชิคาวะ (Kei Ishikawa) ได้เป็นอย่างดี เพราะถึงแม้เราจะไม่สามารถเข้าใจอดีตได้อย่างถ่องแท้ แต่เราสามารถเรียนรู้และสืบทอดสิ่งสำคัญบางอย่างจากอดีตได้

A Pale View of Hills สร้างจากนิยายของนักเขียนรางวัลโนเบล ‘คาซึโอะ อิชิงุโระ’ (Kazuo Ishiguro) ที่ถูกตีความใหม่ สะท้อนความรู้สึกและความสับสนที่ฝังใจในความทรงจำหลังสงครามที่เลือนลางของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เรียกเสียงปรบมือสแตนดิงโอเวชันใน ‘เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025’ ยาวนานถึง 7 นาที

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของ 'นิกิ' หญิงสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-อังกฤษ นักเขียนไฟแรงที่กลับมาเยี่ยมแม่ ณ บ้านหลังเก่า นิกิกำลังเริ่มต้นเส้นทางของตัวเองด้วยการเขียนหนังสือเล่มแรก หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวของแม่ 'เอ็ตสึโกะ' หญิงผู้สงบนิ่งที่เก็บซ่อนบางสิ่งไว้ในดวงตาแสนเศร้า

หลังการจากไปของลูกสาวคนโตที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เอ็ตสึโกะจึงยอมเล่าเรื่องราวในอดีตให้นิกิฟัง ย้อนกลับไปยังนางาซากิ ปี ค.ศ.1952 ช่วงเวลาที่เอ็ตสึโกะยังเป็นสาวสวย 7 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ที่นั่น เธอได้พบกับ 'ซาจิโกะ' หญิงสาวผู้หวังจะหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดนพร้อมกับ 'มาริโกะ' ลูกสาวตัวน้อยที่ชอบพูดถึง 'ผู้หญิงประหลาด' ที่ไม่มีใครรู้จัก

แต่ยิ่งฟังเรื่องราวที่แม่เล่า นิกิก็ยิ่งสงสัยว่าแท้จริงแล้ว 'ความทรงจำของแม่' คือ 'ความจริงที่ถูกลืม' หรือเป็นเพียง 'เรื่องเล่าที่ถูกแต่งขึ้น' เพื่อปกป้องความเจ็บปวดบางอย่างที่ไม่อาจพูดออกมา

หลังชมภาพยนตร์จบ ความรู้สึกหลากหลายยังคงติดอยู่ในใจของผู้ชมอย่างเรา ผ่านบทภาพยนตร์ที่แฝงไว้ด้วยอารมณ์เฉียบคม กับฉากหลังของนางาซากิบรรยากาศเรียบง่ายที่ถูกอาบด้วยแสงสวย ๆ โทนสีอบอุ่น ตัดกับชุดสีม่วงและสีชมพูสะดุดตาของ เอ็ตสึโกะ (รับบทโดย ซึสึ ฮิโรเสะ) และ ซาจิโกะ (รับบทโดย ฟุมิ นิไคโด) ที่ภาพยนตร์เผยให้เห็นเคมีระหว่างทั้งคู่ ผ่านสายตาอันเฉียบคมของนิไคโดที่ตัดกับสีหน้าอ่อนโยนฮิโรเสะได้อย่างงดงาม

และในโอกาสที่คุณเคย์ อิชิคาวะ ได้ร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่ไทยในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพมหานคร 2025 นี้ DACO THAI จึงไม่พลาดโอกาสที่จะพูดคุยกับผู้กำกับมากความสามารถท่านนี้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเบื้องลึกเบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา ‘A Pale View of Hills’ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมชาวไทยมากมายในรอบเปิดตัว

เจาะลึกเบื้องหลัง A PALE VIEW OF HILLS กับผู้กำกับมากความสามารถ KEI ISHIKAWA

เมื่อผมมอบนิยายเรื่องนี้ให้คุณนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว ผลงานเรื่องนี้ย่อมเป็นผลงานของคุณ

- ก่อนอื่นเลย อยากให้ช่วยเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจและตัดสินใจที่จะสร้างภาพยนตร์ซึ่งดัดแปลงจากนวนิยายเรื่องนี้
ผมเองชอบผลงานของคุณคาซึโอะ อิชิงุโระเป็นการส่วนตัว และมีความสนใจที่อยากจะสร้างภาพยนตร์จากผลงานของเขาอยู่แล้ว แต่เพราะคุณอิชิงุโระเองนั้นมีชื่อเสียงมาก ๆ ในหมู่คนญี่ปุ่น ดังนั้นการจะเข้าถึงและมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณอิชิงุโระจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมเองก็รอโอกาสและจังหวะมาโดยตลอด ซึ่งประจวบเหมาะกับที่โปรดิวเซอร์เสนอและชวนสร้างภาพยนตร์จากหนังสือเล่มนี้ของคุณอิชิงุโระซึ่งมีฉากหลังเป็นญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องราวในช่วงยุค 1950 พอดี เลยตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ในทันที

(หนังสือของคุณอิชิงุโระที่มีฉากหลังเป็นญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องราวในช่วงยุค 1950 มีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ An Artist Of The Floating World ซึ่งเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ในปี ค.ศ.2019 และ A Pale View of Hills)

- ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณมีโอกาสได้พูดคุยและปรึกษากับคุณคาซึโอะ อิชิงุโระด้วย คิดว่าอะไรคือคำแนะนำที่สำคัญที่สุดที่คุณได้รับจากคุณคาซึโอะ อิชิงุโระ
ผมพูดคุยและได้รับคำแนะนำดี ๆ มากมายจากคุณคาซึโอะ อิชิงุโระ ดังนั้น หากจะให้เลือกว่าคำแนะนำไหนเป็นคำแนะนำที่สำคัญที่สุดอาจจะเลือกได้ยาก แต่คำแนะนำที่ผมจำได้ขึ้นใจเป็นอย่างดีก็คือ “หลังจากที่นิยายถูกตีพิมพ์ออกมาเรียบร้อยแล้วนั้น นิยายดังกล่าวจะไม่ใช่ผลงานของผมคนเดียวอีกต่อไป เพราะนิยายเรื่องดังกล่าวจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการตีความและจินตนาการของผู้อ่านแต่ละคน ดังนั้น เมื่อผมมอบนิยายเรื่องนี้ให้คุณนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว ผลงานเรื่องนี้ย่อมเป็นผลงานของคุณ ไม่ต้องมองว่าเป็นผลงานของผม คุณจะตีความเรื่องราวอย่างไร ก็สามารถตีความในแบบของคุณได้อย่างเต็มที่”

- การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถ่ายทำทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศอังกฤษด้วย มีเรื่องราวหรือประสบการณ์อะไรที่น่าสนใจระหว่างการถ่ายทำ หรือมีความทรงจำอะไรที่คุณจำได้ไม่ลืมมาจนถึงตอนนี้ที่พอจะเล่าให้เราฟังได้ไหม
สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กอง คือ ที่ญี่ปุ่นซึ่งใช้เวลาในการถ่ายทำประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง และที่อังกฤษ ซึ่งค่าครองชีพที่อังกฤษ ณ ตอนนั้นค่อนข้างสูง จำเป็นต้องกระชับเวลาการถ่ายทำให้ถ่ายเสร็จได้เร็วที่สุด จึงใช้เวลาการถ่ายทำเพียง 10 วันเท่านั้น ซึ่งถึงแม้จะค่อนข้างลำบากแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ เพราะจุดหนึ่งที่ถือเป็นจุดร่วมเดียวกันของทั้งกองญี่ปุ่นและกองอังกฤษ คือทีมงานทุกคนตั้งใจเป็นอย่างมากเพื่ออุทิศให้กับผลงานของคุณอิชิงุโระที่ตนชื่นชอบนั่นเอง

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องราวที่ผมประทับใจคือในระหว่างที่หาโลเคชั่นที่อังกฤษ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับคนในพื้นที่ ซึ่งพอรู้ว่าจะถ่ายทำภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากผลงานคุณอิชิงุโระ พวกเขาต่างก็ให้กำลังใจและบอกว่าชื่นชอบผลงานของคุณอิชิงุโระมาก ๆ มันเลยทำให้ผมได้รับรู้ว่าผลงานของคุณอิชิงุโระนั้นได้รับความนิยมและมีแฟนผู้อ่านอยู่มากมายทั่วโลกเลย

- ความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง ฮิโรเสะ ซึสึ และ ฟูมิ นิไคโด เป็นอย่างไรบ้าง
สำหรับทั้ง 2 คนนั้นถือได้ว่าเป็นนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมาก ๆ และเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะหน้าตาและทักษะการแสดง ที่ช่วยทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาดูสวยงามมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่ได้ฮิโรเสะ ซึสึ และ ฟูมิ นิไคโด มาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยกันเป็นครั้งแรกจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ และเชื่อว่าไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นเท่านั้นที่ตื่นเต้น แต่แฟน ๆ ทั่วโลกของทั้งสองคนก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นทั้งคู่แสดงภาพยนตร์ด้วยกันเช่นกัน

- แล้วถ้าหากไม่ได้ ฮิโรเสะ ซึสึ มาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้มองนักแสดงท่านอื่น ๆ ที่จะมารับบทเอ็ตสึโกะไว้ด้วยไหม
ถ้าไม่ได้ ฮิโระเสะ ซึสึ มาร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมมองว่า ฮานะ ซูกิซากิ ก็เหมาะกับบทเอ็ตสึโกะ ทักษะการแสดงของเธอนั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร แต่บังเอิญว่าเธอมีผลงานละครพีเรียดที่ถ่ายทอดเรื่องราวช่วงหลังสงครามผ่านการเล่าเรื่องของคุณยายที่มีความคล้ายคลึงกับเรื่องนี้ ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับช่วงที่กำลังเตรียมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยพอดี ดังนั้นบทบาทของตัวละครในสองเรื่องอาจจะใกล้เคียงกันเกินไป

เจาะลึกเบื้องหลัง A PALE VIEW OF HILLS กับผู้กำกับมากความสามารถ KEI ISHIKAWA

ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแสงซึ่งเปรียบเสมือน ‘แสงแห่งความหวัง’

-ภาพยนตร์เรื่องนี้แสงสวยมาก ๆ อยากให้เล่าถึงเรื่องแสงด้วยหน่อย
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า ‘遠い山なみの光’ ซึ่งมีคำว่า ‘光’ (ฮิคาริ) ที่แปลว่า ‘แสง’ อยู่ด้วย ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงจะเน้นการเล่นแสง โดยจะเล่นแสงแตกต่างกันไปในแต่ละฉาก เพื่อเป็นเสริมบรรยากาศให้กับเนื้อเรื่อง

เมื่อพูดถึงแสงและนางาซากิ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงแสงตอนที่ระเบิดปรมาณูถูกทิ้งลงที่นางาซากิซึ่งสื่อถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากสงครามครั้งนั้น แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมอยากจะถ่ายทอดแสงที่เป็น ‘แสงแห่งความหวัง’ ออกมามากกว่า อย่างในฉากที่เอ็ตสึโกะและซาจิโกะยืนชมวิวบนที่สูงซึ่งใช้แสงเพื่อถ่ายทอดถึงความหวังของคนทั้งคู่เป็นต้น

แต่แน่นอนว่าเมื่อมีแสงก็ย่อมมีเงา มันจึงเหมือนเป็นการเปรียบเปรยด้วยว่าทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อมีด้านดีก็ย่อมมีด้านไม่ดี ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองแต่ด้านมืดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ควรมองด้านสว่างของสิ่งเหล่านั้นด้วย

- แล้วได้มีส่วนร่วมในเรื่องเครื่องแต่งกายที่มีการออกแบบอย่างสวยงาม รวมทั้งสีสันโดดเด่นด้วยไหม
ผมมีโอกาสได้ร่วมรีเสิร์ชข้อมูลด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องราวในภาพยนตร์เป็นช่วง 7 ปีหลังจากที่ผ่านสงครามมาแล้ว พอได้ค้นหาข้อมูลก็ทำให้พบว่าญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าวเริ่มพัฒนาแล้ว และผู้คนต่างให้ความสนใจทั้งเรื่องแฟชั่นรวมทั้งเรื่องดนตรีเป็นอย่างมากด้วย ทำให้บริเวณรอบ ๆ สถานีรถไฟในตอนนั้นจะเต็มไปด้วยร้านตัดเสื้อผ้า เพราะยังไม่มีการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปจำหน่าย ผู้คนในช่วงเวลานั้นจำเป็นจะต้องหาแบบที่สนใจและผ้าที่ชื่นชอบ เพื่อส่งให้ร้านตัดเย็บให้หรือต้องตัดเย็บเอง ดังนั้นมันจึงทำให้ผมเห็นและทึ่งกับความสนใจและความใส่ใจในเรื่องแฟชั่นของคนยุคนั้นมาก ๆ

- เพราะภาพยนตร์เป็นเรื่องราวในช่วงหลังสงคราม และในภาพยนตร์ได้มีการเจาะลึกถึงสงครามมากขึ้นจากต้นฉบับด้วย คุณอิชิคาวะมีมุมมองอย่างไรกับการถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นออกมาให้คนในยุคปัจจุบันได้รับรู้ หรืออะไรคือสิ่งที่คุณคาดหวังจากการถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้
ในปีที่นิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกคือปี ค.ศ.1982 ซึ่งยังเป็นช่วงที่เรื่องราวของสงครามยังคงคุกรุ่นอยู่ ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากช่วงสงครามยังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นทางคุณอิชิงุโระจึงเลือกที่จะไม่แตะเรื่องสงครามมากนัก เพื่อไม่ให้ความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลาดังกล่าวปะทุมากขึ้นกว่าเดิม

แต่ ณ จุดนี้ที่ผ่านเรื่องราวของสงครามมากว่า 80 ปีแล้วและผ่านจากช่วงที่ตีพิมพ์หนังสือครั้งแรกมากว่า 40 ปีแล้ว ผมมองว่ามันนานมากพอแล้วที่คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเหตุการณ์ในครั้งนั้นหรือรู้สึกได้เลือนราง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงสงครามให้มากขึ้นจากตัวหนังสือ เพื่อให้คนดูได้รับรู้และเข้าใจถึงความรู้สึก ณ ตอนนั้นได้ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง

เจาะลึกเบื้องหลัง A PALE VIEW OF HILLS กับผู้กำกับมากความสามารถ KEI ISHIKAWA

- สำหรับคุณเคย์ อิชิคาวะเองก็ได้พูดคุยกับคุณยายของตนซึ่งผ่านเหตุการณ์ช่วงสงครามมาด้วย ได้นำเรื่องราวส่วนใดส่วนหนึ่งจากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับคุณยายมาใช้ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยไหม
อาจจะไม่ใช่ประสบการณ์ที่ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่คงเป็นความรู้สึกที่ให้ความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่นิกิพูดคุยกับคุณแม่ (เอ็ตสึโกะ) มากกว่า การที่นิกิฟังเรื่องที่แม่เล่าตั้งแต่ต้นจบจนแล้วทำความเข้าใจได้ว่าเอ็ตสึโกะ แม่ของเธอ และ ซาจิโกะ ผู้หญิงที่แม่เอ่ยถึงคือคนคนเดียวกัน ตอนนั้นนิกิไม่ได้มีความรู้สึกโกรธแม่ที่แม่แต่งเรื่องหรือโกหก ในทางตรงกันข้าม นิกิกลับรู้สึกเอ็นดูและเข้าใจแม่ เข้าใจว่าการที่แม่แต่งเรื่องราวขึ้นมาก็เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองจากความเจ็บปวดที่เคยเผชิญมา ดังนั้น นั่นจึงเหมือนกับความรู้สึกของผมตอนที่ได้ฟังเรื่องราวจากคุณยาย คุณยายเองก็ต้องเผชิญความเจ็บปวดและเรื่องราวมามากมายเหมือนกัน ดังนั้น สิ่งที่ยายเล่าอาจไม่ใช่ความจริง 100% แต่คุณยายก็สามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้แล้ว ผมจึงรู้สึกเอ็นดูและเข้าใจยายมากกว่า

หวังว่าผู้ชมจะให้ความสนใจและชมภาพยนตร์เรื่อง A Pale View of Hills ในโรงภาพยนตร์กันเยอะ ๆ

- แล้วตอนที่เขียนบทภาพยนตร์ มีความรู้สึกร่วมกับตัวละครไหนหรือประทับใจตัวละครไหนมากเป็นพิเศษไหม
ตัวละครทุกตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ล้วนมีความพิเศษเฉพาะตัวที่ทำให้เลือกได้ยาก แต่ถ้าต้องเลือกจริง ๆ ผมประทับใจตัวละคร ‘โอกาตะ’ พ่อสามีของเอ็ตสึโกะเป็นพิเศษ เพราะในผลงานของคุณอิชิงุโระมักจะมีตัวละครหนึ่งที่มีบุคลิกลักษณะแบบโอกาตะซึ่งเป็นคุณลุงหัวโบราณหรือหัวแข็งอยู่ด้วยเสมอ เลยรู้สึกว่าคาแรกเตอร์หรือตัวละครนี้ถือเป็นอีกตัวแทนของผลงานของคุณอิชิงุโระได้เป็นอย่างดี

- สำหรับคุณอิชิคาวะที่อ่านนวนิยายของคุณคาซุโอะ อิชิกุโระแทบทุกเล่มเลย นอกจากนวนิยายเรื่อง A Pale View of Hills แล้ว ถ้ามีโอกาสได้สร้างภาพยนตร์จากนวนิยายเหล่านั้นอีก อยากจะนำนวนิยายเรื่องไหนมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มากที่สุด เพราะอะไร
มี 2 เรื่องคือ The White Countess ที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์โดย James Ivory และเรื่อง Klara and the Sun ที่ถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์โดย Taika Waititi แล้ว ซึ่งก็เรียกได้ว่าแทบไม่เหลือเรื่องไหนให้ผมนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ได้แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องที่อยากจะสร้างจริง ๆ หากมีโอกาสได้สร้างภาพยนตร์เองคงเป็น わたしを離さないで (Never Let Me Go) และะเรื่อง ‘Nocturnes’ ที่รวมเรื่องสั้น 5 เรื่องเกี่ยวกับบทเพลงและราตรีกาลเอาไว้

เจาะลึกเบื้องหลัง A PALE VIEW OF HILLS กับผู้กำกับมากความสามารถ KEI ISHIKAWA

- สุดท้ายนี้ อยากให้ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้กับคนดูชาวไทยหน่อยค่ะ
สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ที่เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านนักแสดงมากฝีมือ ความใส่ใจในเรื่องเครื่องแต่งกาย ภาพ และแสงที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงาม รวมทั้งเพลงประกอบที่ไพเราะและสดใส ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากภาพของสงครามที่ผู้คนอาจจะมองว่ามีความหม่นหมองหรือเศร้าสร้อย แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้อยากจะถ่ายทอดในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยการเล่าผ่านมุมมองของชีวิตผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตและก้าวต่อไปหลังจากที่ผ่านช่วงสงครามมา เพื่อให้เห็นมุมมองด้านอื่น ๆ ของสงครามด้วย

หวังว่าผู้ชมจะให้ความสนใจและชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์กันเยอะ ๆ และหากเป็นไปได้ก็หวังว่าจะได้อ่านความคิดเห็นจากทุกคนผ่านช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ด้วยเช่นกันครับ

https://www.youtube.com/watch?v=V4g9ZInNKlA

ชมภาพยนตร์ A Pale View of Hills ลางรักที่กลางเขา ได้ในโรงภาพยนตร์
ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป

อ่าน "KeNN ศิลปินญี่ปุ่นหน้าใหม่มาแรงกับเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่หล่อหลอมให้เขาก้าวมาเป็นศิลปินในแบบที่เขาเป็น" คลิก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...