อย่าพลาด! ชมฝนดาวตกโอไรออนิดส์ 21-22 ต.ค.นี้ เศษฝุ่นจากดาวหางฮัลเลย์
วันที่ 17 ตุลาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยว่า คำทักทายจาก “ดาวหางฮัลเลย์” ที่แวะมาเยี่ยมโลกทุกปี
“ขออยู่ในชีวิตที่เหลือของเธอได้ไหม”
ท่อนหนึ่งจากเพลง ดาวหางฮัลเลย์ ของวง fellow fellow
ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ได้ยิน ก็ชวนให้นึกถึงเจ้าดาวหางดวงนี้ทุกครั้ง…
สำหรับใครที่ยังอินกับเพลง และเฝ้ารอการกลับมาของ “ดาวหางฮัลเลย์” แม้เราจะต้องรออีกกว่า 36 ปี (ค.ศ. 2061) กว่าจะได้เห็นดาวหางดวงนี้กลับมาเยือนใกล้โลกอีกครั้ง แต่ความจริงแล้ว “เศษฝุ่นของมัน” ยังเดินทางมาแวะเวียนที่โลกอยู่เป็นประจำในทุกปี ในรูปแบบของปรากฏการณ์ฝนดาวตกอันสวยงาม นั่นก็คือ ฝนดาวตกอีตาอควอริดส์ (Eta Aquariids) ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (Orionids) ช่วงปลายเดือนตุลาคม
ดาวหางฮัลเลย์ มีชื่อทางการว่า 1P/Halley เป็นดาวหางที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก มีบันทึกการปรากฏนานกว่า 2,000 ปี ตั้งชื่อตาม เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ (Edmond Halley) นักฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้คำนวณว่าดาวหางนี้จะกลับมาปรากฏซ้ำทุก ๆ ประมาณ 76 ปีได้เป็นคนแรกเมื่อปี ค.ศ. 1705
ดาวหางฮัลเลย์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 11 กิโลเมตร มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี และแต่ละรอบมีคาบไม่เท่ากัน เนื่องจากแรงโน้มถ่วงจากดาวเคราะห์อื่น ๆ คอยรบกวนอยู่ตลอดเวลา
โดยธรรมชาติแล้ว ดาวหางเปรียบเสมือน “ก้อนน้ำแข็งสกปรกในอวกาศ” ประกอบด้วยน้ำแข็งผสมแก๊ส เช่น น้ำ มีเทน แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ รวมกับเศษหินและฝุ่นละเอียด เมื่อดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ความร้อนจะทำให้สารเหล่านี้ระเหิดกลายเป็นไอ รวมถึงเศษหินและฝุ่นที่ถูกพ่นออกมาเป็นหางยาวพาดท้องฟ้า เป็นที่มาของภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของดาวหางที่เราเห็น
ครั้งล่าสุดที่ดาวหางฮัลเลย์เฉียดดวงอาทิตย์ คือเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1986 และจะกลับมาอีกครั้งใน ค.ศ. 2061 (พ.ศ. 2604) แต่ระหว่างที่มันโคจรผ่านอวกาศ ดาวหางได้ทิ้งเศษหินและฝุ่นไว้ตลอดทาง เมื่อโลกเคลื่อนที่ตัดผ่านเส้นทางนั้น แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงเศษฝุ่นให้เข้าสู่บรรยากาศ เกิดการเสียดสีและลุกไหม้ จนเห็นเป็นแสงวาบสวยงามพาดผ่านท้องฟ้า ซึ่งจะเป็นช่วงมีอัตราการเกิดดาวตกสูงกว่าปกติ จึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ฝนดาวตก” (Meteor Shower) โดยดาวหางฮัลเลย์เป็นต้นกำเนิดของฝนดาวตก “อีตาอควอริดส์” (Eta Aquariids)ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และฝนดาวตก “โอไรออนิดส์ (Orionids)” ในช่วงปลายเดือนตุลาคมของทุก ๆ ปี
ความโดดเด่นของฝนดาวตกที่มีต้นกำเนิดจาจากเศษฝุ่นของดาวหางฮัลเลย์ คือ อัตราเร็วของดาวตกประมาณ 66 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งสูงกว่าฝนดาวตกหลายกลุ่ม อัตราเร็วที่สูงแบบนี้เกิดจากการที่โลกและเศษฝุ่นดาวหางเคลื่อนที่สวนทางกัน ทำให้เกิดแสงวาบที่สว่างชัดและบางดวงทิ้งแสงไว้เป็นทางบนท้องฟ้า
และในช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2025 นี้ เป็นช่วงที่โลกกำลังเข้าสู่สายธารสะเก็ดดาวจากเศษฝุ่นของดาวหางฮัลเลย์อีกครั้ง ซึ่งก็คือที่มาของปรากฏการณ์ "ฝนดาวตกโอไรออนิดส์" ที่จะเกิดขึ้นคืนวันที่ 21 ต่อเนื่องถึงรุ่งเช้า 22 ตุลาคม ค.ศ. 2025 เริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 22:30 น. โดยจุดศูนย์กลางการกระจายตัวของฝนดาวตกจะอยู่บริเวณแขนของกลุ่มดาวนายพราน ปรากฏขึ้นทางทิศตะวันออก จากนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนสูงขึ้นสู่บริเวณกลางท้องฟ้า และสามารถเฝ้าชมได้ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า
ผู้สนใจชมฝนดาวตกโอไรออนิดส์ แนะนำเลือกสถานที่มืดสนิท ปราศจากแสงรบกวนหรือห่างจากแสงเมืองให้มากที่สุด แม้จะมีอัตราการตกสูงสุดเพียง 20 ดวงต่อชั่วโมง แต่ก็เป็นฝนดาวตกที่สังเกตได้ง่าย ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์ คือ หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เนื่องจากเวลาดังกล่าว กลุ่มดาวนายพรานจะปรากฏบริเวณกลางท้องฟ้า ส่งผลให้มองเห็นฝนดาวตกได้ชัดเจน มีโอกาสเห็นได้ทั่วทั้งท้องฟ้า นับเป็นข้อดีของฝนดาวตกที่มีจุดศูนย์กลางการกระจายตัวในกลุ่มดาวในแถบเส้นศูนย์สูตรฟ้า
แม้เราจะยังไม่มีโอกาสเห็น “ดาวหางฮัลเลย์” ตัวจริงอีกครั้ง (จนกว่าจะถึงปี ค.ศ. 2061) แต่เศษฝุ่นของมัน…ก็ยังกลับมาทักทายเราอยู่เสมอ บางที…แสงวาบนั้น อาจพา “ความทรงจำของใครบางคน” กลับมาด้วยก็ได้