โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่ากลยุทธ์ “YOLK” แบรนด์ทาร์ตไข่ร้อยล้าน เบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ได้มีแค่ความอร่อย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 03.26 น.

YOLK แบรนด์ทาร์ตไข่ชื่อดังที่เริ่มต้นจากย่านบรรทัดทอง สร้างปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในวงการเบเกอรี ด้วยยอดขายที่พุ่งทะยานถึงเดือนละ 9.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 แสนชิ้นต่อเดือน ภายในเวลาเพียง 4 เดือนเศษ ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพราะกระแสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เฉียบคมของ 2 หุ้นส่วน “อิน-สาริน รณเกียรติ” และ “ไทด์-วสุวัส คูหาเปรมกิจ” ผู้ก่อตั้ง “ฮอลิเดย์ กรุ๊ป”

ภายในเวลาเพียง 3 ไตรมาส (พฤศจิกายน 2567 - สิงหาคม 2568) แบรนด์ทาร์ตไข่ YOLK สามารถสร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายที่ทะลุ 100 ล้านบาท พร้อมตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดทาร์ตไข่ในไทย การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เกิดจากกลยุทธ์ที่วางแผนมาอย่างรอบด้านและเฉียบคม

1. กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation) : "Specialty is a New Normal"

YOLKเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีแบรนด์ทาร์ตไข่สัญชาติไทยที่แข็งแกร่ง โดยเลือกใช้กลยุทธ์ "Specialty is a New Normal" คือการยกระดับทาร์ตไข่ธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มตั้งแต่การพัฒนาสูตรที่ถูกปากคนไทยโดยเฉพาะ ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมไม่หวานจัด และการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ทำให้ YOLK ไม่ได้ขายแค่ขนม แต่ขายประสบการณ์และความพิเศษที่หาจากที่อื่นไม่ได้

YOLK

2. กลยุทธ์สร้างคุณค่าและประสบการณ์ (Value & Experience)

แม้จะมีราคาที่สูงกว่าทาร์ตไข่ทั่วไปที่ชิ้นละ 95 บาท แต่ YOLK ได้สร้างคุณค่าที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า ด้วยการให้ความสำคัญกับ คุณภาพและปริมาณ (ขนาดที่ใหญ่กว่า) รวมถึง ความสดใหม่ โดยทุกสาขามีเตาอบเพื่อส่งมอบทาร์ตไข่ที่อบใหม่ๆ ให้ลูกค้าทันที นอกจากนี้ การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียที่เข้าถึงง่ายและบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังอย่างเป็นกันเอง ยังช่วยสร้างความผูกพันและความเชื่อมั่นระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยม

3. กลยุทธ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด (Growth & Expansion)

การเติบโตอย่างรวดเร็วของYOLK มาจากแผนธุรกิจที่ชัดเจนและเป็นระบบ

1. การขยายสาขาในทำเลทอง: YOLKเลือกเปิดสาขาในทำเลที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอย่างบรรทัดทองและเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวและคนไทย ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวาง

2. การร่วมมือกับพันธมิตร (Collaboration): เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ YOLKเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น MTCH รวมทั้งโปรเจกต์ “Proudly, Made in Thailand” ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ 4 แบรนด์ไทยชั้นนำ คือ

  • โอ้กะจู๋: สร้างสรรค์ทาร์ตไข่รสชาติใหม่
    [    * **แก้ว Boutique:** สร้างสรรค์ทาร์ตไข่รสชาติใหม่ ,     * **Songwat Coffee Roaster:** สร้างสรรค์ทาร์ตไข่รสชาติใหม่ ,     * **JIANCHA:** สร้างสรรค์ทาร์ตไข่รสชาติใหม่ ]

โดยจะมีการทยอยเปิดตัวทาร์ตไข่รสชาติใหม่ทุกวันจันทร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไปซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้กับสินค้า แต่ยังช่วยขยายฐานลูกค้าซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การวางแผนลงทุนอย่างเป็นระบบ: การทุ่มทุนกว่า 18 ล้านบาทสร้างครัวกลางสำหรับทั้งYOLK และ Holiday Pastry แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ต้องการวางรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

YOLK

4. วิสัยทัศน์ "Local to Global" และการเป็นมากกว่าแค่ร้านทาร์ตไข่

“สาริน รณเกียรติ ผู้บริหารYOLK” ไม่ได้มองแค่การเป็นร้านทาร์ตไข่ที่ประสบความสำเร็จในไทย แต่มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น คือการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเมื่อนึกถึงทาร์ตไข่ และนำแบรนด์ไทยไปสู่ระดับโลกในที่สุด

ทั้งนี้แผนการขยายธุรกิจของ “ฮอลิเดย์ กรุ๊ป” ในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่ 3 ส่วนหลัก ได้แก่:

  • การปรับโครงสร้างธุรกิจอาหาร: เตรียมยุบไลน์อาหารคาวในร้าน Holiday Pastry เพื่อแตกแบรนด์ร้านอาหารไทยใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นในปี 2569
    • การขยายสาขาYOLK อย่างต่อเนื่อง: ตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มอีก 5 แห่งในปีนี้ โดยเน้นทำเลทองในโซน CBD ทั่วกรุงเทพฯ เช่น เลียบด่วนฯ ลาดพร้าว และปิ่นเกล้า โดยใช้งบลงทุนราวๆ 30 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ YOLKมีสาขารวมทั้งสิ้น 7 แห่ง
    • การเปิดตัวแบรนด์ขนมหวานใหม่: เตรียมเปิดตัวแบรนด์ขนมหวานอีก 1 แบรนด์ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

เพื่อรองรับการเติบโตนี้ บริษัทได้ทุ่มงบลงทุนไปแล้วกว่า 18 ล้านบาทเพื่อสร้างครัวกลางสำหรับทั้ง Holiday Pastry และ YOLK โดยเฉพาะ และยังวางแผนใช้งบลงทุนอีกราว 30 ล้านบาทสำหรับการขยายสาขาใหม่ของYOLK เพื่อให้ครอบคลุมทุกมุมเมืองของกรุงเทพฯและสเตปถัดไปจะขยายสาขาในหัวเมืองต่างจังหวัด

สำหรับเป้าหมายด้านรายได้ Holiday Pastry ซึ่งเปิดมา 5 ปีและทำยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทไปแล้ว ตั้งเป้าไว้ที่ 150 ล้านบาทในปีนี้ ขณะที่ YOLKคาดว่าจะทำยอดขายถึง 100 ล้านบาทได้สำเร็จจากการขยายสาขาใหม่ โดยตั้งเป้าขายให้ได้วันละ 1 ล้านชิ้น

นอกจากนี้อิน-สาริน ยังเผยถึงวิสัยทัศน์ในระยะยาวว่า หลังจากนี้มีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ Modern Trade และนำแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาในไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lead local to global” รวมทั้ง แผนรุกธุรกิจร้านอาหารไทยในอนาคตด้วย

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...