โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิก เดอะสตาร์ หายจากวงการไป 5 ปี หลังกินสิ่งนี้บ่อยทำค่ากรดยูริกพุ่ง จนเป็นโรคเกาต์

ไนน์เอ็นเตอร์เทน

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 06.58 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทย

ย้อนกลับไปเมื่อยุค 2000 ต้น ๆ คงจะไม่มีใครไม่รู้จักนักร้องเสียงนุ่ม นิก รณวีร์ หรือนิก เดอะสตาร์ 2 เจ้าของเพลงฮิตอย่าง เธอคือหัวใจของฉัน และยังได้สร้างชื่อให้จดจำอีกครั้งในบทของ หมวดหมู จากซิตคอมผู้กองเจ้าเสน่ห์ แต่อยู่ ๆ ก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้าเจ้าตัวในวงการบันเทิงมากหนักเพราะด้วยปัญหาสุขภาพ

ล่าสุดวันนี้(19 ส.ค. 2568) นิก เดะสตาร์ เผยกับไนน์เอ็นเตอร์เทน ขณะมาเดินสายโปรโมตเพลงใหม่ “เพราะรักสวยงามเสมอ” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ลบหลู่” เรียกว่าเป็นการกลับมาปล่อยเพลงอีกครั้งในรอบ 5 ปี เจ้าตัวเล่าว่าเหตุผลที่หายไปจากวงการบันเทิงเพราะตัวเองเป็นโรคเกาต์โดยตรวจพบโรคนี้เมื่อตอน 5 ปีที่แล้ว ในช่วงที่ตัวเองนั้นเป็นโควิด19 โดยสาเหตุเกิดจากตัวเองมักกินเครื่องในไก่และข้าวมันไก่อยู่บ่อย ๆ จนทำให้ค่ากรดยูริกในร่างกายพุ่งขึ้นสูง จนทำให้เริ่มมีอาการปวดตามข้อกระดูก เลยตัดสินใจไปพบหมอ จนทำให้ได้รู้ว่าตัวเองนั้นเป็นโรคเกาต์

ทำให้ไม่สามารถรับงานอะไรในวงการได้เลยตลอด 5 ปีที่ผ่าน โดยในช่วงนั้นก็มีงานละครติดต่อมาอยู่หลายเรื่อง แต่พอไปแคสดูแล้วก็คิดว่าด้วยปัญหาสุขภาพนี้เลยไม่สามารถรับงานละครเหล่านั้นได้จึงต้องเสียงานไปเลย ต้องพักรักษาตัวอยู่นานแล้วปี แต่ปัจจุบันอาการของโรคเกาต์ก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังไม่ได้หายขาด ตอนนี้ก็พยายามรักษาตัวอย่างจริงจังและทานอาหารที่จะไม่ทำให้ค่ากรดยูริกเพิ่มขึ้นอีก พร้อมยืนยันกับทีมข่าวไนน์เอ็นเตอร์เทนตอนนี้สามารถกลับมารับงานในวงการบันเทิงได้อย่างเต็มที่.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ภาพ : nick_thestar

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...