โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตะกาฟุล : การส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 07.32 น.

โดย ผศ.ดร. วิศรุต เลาะวิถี ประธานกรรมการ คณะกรรมการชะรีอะฮ์ไทยประกันชีวิตตะกาฟุล

ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การสร้างหลักประกันและความมั่นคงในชีวิตคือสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนในสังคม“ตะกาฟุล” ซึ่งเป็นรูปแบบการประกันภัยที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามได้ก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่สำหรับชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนทั่วไปที่มองหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความโปร่งใส และการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม

จากความสำคัญและคุณค่าของหลักการตะกาฟุล จึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ตะกาฟุล” ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการวางแผนทางการเงิน ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักความเชื่อทางศาสนา โดยนำเสนอคุณค่าที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความคุ้มครองทางการเงิน แต่ยังมุ่งสร้างประโยชน์และความยั่งยืนคืนสู่สังคมในวงกว้าง

หลักการแห่งการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

หัวใจสำคัญของตะกาฟุลคือหลักการ “ตะอาวุน” (Ta’awun) หรือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างสมาชิกในกลุ่มผู้เข้าร่วมสัญญาตะกาฟุล (เรียกว่า ผู้เอาประกันตะกาฟุล) จะจ่ายเงินสมทบ (เรียกว่า ตะบัรรุอ์) เข้าสู่กองทุนกลาง ซึ่งกองทุนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อจ่ายผลประโยชน์ให้กับสมาชิกที่ประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝันตามที่ระบุไว้ในสัญญา เช่น การเสียชีวิต การเจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ

สิ่งที่ทำให้ตะกาฟุลแตกต่างจากการประกันภัยทั่วไปคือรูปแบบของสัญญาที่ผู้เข้าร่วมทุกคนเป็นเจ้าของกองทุนร่วมกัน และบริษัทประกันชีวิตทำหน้าที่เป็นเพียงผู้บริหารจัดการกองทุน (มุฎอริบ) เท่านั้น โดยจะได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไรในการนำเงินกองทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ถูกต้องตามหลัก ชะรีอะฮ์ (หลักศาสนาอิสลาม) ซึ่งหมายถึงการหลีกเลี่ยงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย (ริบา) การพนัน (มัยซิร) และ ความไม่แน่นอน (เฆาะรอร์) รวมถึงธุรกิจที่ขัดต่อศีลธรรม เช่น สุรา หรือผลิตภัณฑ์จากสุกร

หากสิ้นสุดปีสัญญา กองทุนตะกาฟุลมีเงินส่วนเกินเหลืออยู่หลังจากหักค่าใช้จ่ายและเงินสำรองต่าง ๆ แล้ว เงินส่วนเกินนั้นจะถูกจัดสรรคืนให้กับผู้เอาประกันตะกาฟุล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงหลักการแห่งการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง

การส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนสู่สังคมไทย

ดังนั้น ตะกาฟุลจึงไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่เป็นเครื่องมือในการสร้าง “คุณค่า” ที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยในหลากหลายมิติ ดังนี้

  • สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงหลักประกัน: ตะกาฟุลช่วยเปิดโอกาสให้ชาวมุสลิมและผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงการวางแผนทางการเงินและการสร้างหลักประกันชีวิตได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขัดต่อหลักความเชื่อทางศาสนา สิ่งนี้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัวจำนวนมากในสังคม
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมตามหลักธรรมาภิบาล: ด้วยการนำเงินกองทุนไปลงทุนในธุรกิจที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์ ตะกาฟุลจึงมีส่วนช่วยสนับสนุนและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่มีธรรมาภิบาล ปลอดจากการแสวงหาผลประโยชน์บนความเสี่ยงของผู้อื่น และมุ่งเน้นการลงทุนในภาคธุรกิจที่สร้างประโยชน์ที่แท้จริงต่อสังคม
  • ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการให้และการแบ่งปัน: แนวคิดของการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนกลางเพื่อช่วยเหลือสมาชิกคนอื่นที่เดือดร้อนเป็นการปลูกฝังจิตวิญญาณของการให้ (ทาน) และการแบ่งปันในสังคม ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน
  • สร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจ: การดำเนินงานของกองทุนตะกาฟุลต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส มีคณะกรรมการชะรีอะฮ์คอยกำกับดูแลให้ทุกกระบวนการเป็นไปตามหลักศาสนา ตั้งแต่การพิจารณารับประกัน การจัดการลงทุน ไปจนถึงการจ่ายผลประโยชน์ สิ่งนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้เอาประกันตะกาฟุลทุกคน

“จะเห็นได้ว่าตะกาฟุลคือภาพสะท้อนของการดำเนินธุรกิจที่ผสานหลักการทางศาสนาเข้ากับการสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างลงตัว เป็นมากกว่ากรมธรรม์ประกันชีวิต แต่คือคำมั่นสัญญาของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การลงทุนอย่างมีจริยธรรม และการแบ่งปันผลประโยชน์คืนสู่ผู้คนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...