โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทศกาล ‘เจนนี่’ ฟีเวอร์ ไลฟ์ 4 วันทำยอดขายกว่า 260 ลบ. แจงดราม่าค่าจ้าง ‘บูม เทยกะทะ’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ต.ค. 2568 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. 2568 เวลา 08.53 น.

เทศกาล ‘เจนนี่’ ฟีเวอร์ ไลฟ์ 4 วันทำยอดขายกว่า 260 ลบ. แจงดราม่าค่าจ้าง ‘บูม เทยกะทะ’

กลายเป็นกระแสที่คนให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้ สำหรับเรื่องราวของนักร้องสาว เจนนี่ รัชนก ที่สร้างปรากฏการณ์ไลฟ์สดขายของมาราธอน 4 วัน ทำยอดขายได้ 264,915,221 บาท ทำให้หลายๆ แบรนด์รวมถึงดาราและคนดังหลายๆ คน ถึงกับต่อคิวมาให้เจนนี่ช่วยไลฟ์ขายของ จนถูกขนานนามว่าเป็นเทศกาลเจนนี่ โดยล่าสุดเจนนี่มาเปิดใจในรายการโหนกระแสถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า

จุดเปลี่ยนที่ทำให้มาไลฟ์?

“เรียกว่าเทศกาลเจนนี่ มันเป็นเทศกาล ไลฟ์สดที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นเหมือนแบบปีใหม่ สงกรานต์ที่มันสร้างความสุขให้คนหลายๆ คนได้ เขาก็เลยตั้งชื่อว่าเทศกาลเจนนี่”

ตอนแรกคุณแม่ขึ้นไลฟ์ก่อน คุณแม่มีการพูดรายละเอียดไปแล้ว หนูมีความรู้สึกว่าสังคมคาใจ หนูก็เลยคิดอะไรในมุมของหนู แล้วหนูก็พูดมุมทุกอย่างตามข้อเท็จจริงที่หนูอึดอัดมาตลอด พูดทั้งหมด จนหนูรู้สึกว่าอยากให้มันจบภายในวันนี้ แล้วทีนี้พอหนูพูดจบ คนดูก็ยังอยู่ที่ 3 แสน แล้วมันสายเลือดแม่ค้า มันหิวเงิน คือร้องไห้อยู่ก็เลยบอกว่าขอขายของได้ไหม เขาก็บอกว่าได้ ขอตะกร้า ซึ่งหนูขายสินค้าของหนู คือ ส้มเจน แล้วมันก็หมดทุกอย่างที่หนูขาย มีหลายอย่างมาก แต่ก็หมดเกลี้ยง หมดแล้วหนูก็บอกว่าใครมีอะไรให้หนูขายก็เข้ามาได้เลย แล้วทีนี้เจ้าของแบรนด์ก็ทักหาผู้จัดการเลย หนูก็เลยบอกว่าเท่าไหร่ดีนะ เพราะปกติดูไลฟ์ 1 ชั่วโมง 200,000 บาท หนูก็เลยคิด 10 นาที 50,000 บาท พอหนูลองขึ้นขายได้คนแรกประมาณ 3 ล้านบาท กลายเป็นว่าคนในไลฟ์เห็นก็เอามาให้เราขาย

ไลฟ์แรกยังจับจุดไม่ค่อยเป็นไลฟ์แบบงูๆ ปลาๆ ก็เลยได้ 24 ล้าน วันที่ 11 ตุลาคม ยอดทั้งวันหนูทำไปได้เกือบ 200 แบรนด์ ไลฟ์ทั้งวัน คือทุกอย่างมันเร็วมาก น้ำก็ยังไม่อาบ ฟันก็ยังไม่แปรง พอกำลังจะไปแปรงฟัน เขามาส่งสินค้าอีกหนูก็เอาเงินก่อนอีก ก็ไลฟ์ต่อเลย เขาก็ล้อว่าจะไปอาบน้ำตอนไหน คนไปส่งลูกก็ให้สามีไปส่งแทน”

“พอมันขายได้ 24 ล้าน ตอนตี 4 หนูมีร้องไห้อีกรอบนึง เพราะตอนนั้นหนูคิดถึงแม่อีกแล้ว เพราะเรื่องมันเพิ่งเกิดขึ้นแล้วทีนี้ หนูรู้สึกว่าถ้าอย่างนั้นเราทำอย่างนี้ดีไหมช่วงนี้ฮีลใจเราไปด้วย ถ้าหนูไม่ได้ขายของ หรือไม่ได้ทำอะไรก็คงฟุ้งซ่าน เพราะก่อนหน้านี้หนูก็เหมือนกินยาซึมเศร้านิดหน่อย หนูก็เลยรู้สึกว่าอย่าปล่อยให้มันครอบงำ เหมือนที่ผ่านมา เราต้องชนะให้ได้อะไรที่เป็นความสุขเราต้องทำ และนี่คือความสุขเราก็ทำไปเลย”

“แล้วทีนี้พอเราขายไป 200 แบรนด์ ความน่าเชื่อถือมันก็เริ่มไม่มี เพราะเราพูดทุกตัวไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเราเปลี่ยนให้แบรนด์เขาเป็นคนพูดเองดีกว่า เราเหมือนเป็นช่องทาง เป็นหัวตลาดให้เขามาขาย ใครจะขายอะไรขายเลย เพราะว่าแบรนด์เขามีรีวิว เขารู้ว่าสินค้าช่วยอะไรทำอะไรเขาพูดได้ดีกว่าเรา เราก็เลยปรับแผนการตลาดกลายเป็นว่ามีการวิดีโอคลอแบรนด์ สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่เป็นคนปกติทั่วไป แต่สำหรับพี่ๆ ดาราที่สามารถเพิ่มเอนเกจเมนต์ในการไลฟ์ได้เราก็จะเชิญมาที่บ้าน”

คิดเงินยังไง?

“จะดีลสดต่อหน้าไลฟ์ หนูรู้สึกว่าการดีลสดตรงนี้มันแสดงถึงความจริงใจต่อผู้บริโภค เริ่มต้นโดยเฉลี่ยก่อนว่าหนูไลฟ์ให้ลูกค้า 1 ชั่วโมงต่อ 200,000 บาท แล้ววันนั้นมันเริ่มคนทักเยอะมาก แล้วก็คิดในใจว่าเราจะทำยังไงให้โอกาสเราไม่หลุดมือ เพราะเรานั่งไลฟ์ วันละ 1 ชั่วโมงเราจะได้แค่นี้ เพราะฉะนั้นเราปรับแผนการตลาดไลฟ์ 10 นาทีได้ 50,000 แต่มันมีกติกาเข้าเพิ่มเติมคือหนูให้แค่ 1,000 ออเดอร์ คือหนูขอออเดอร์ละ 50 บาท แต่ถ้ามันขายหมดใน 2 นาที แล้วแบรนด์นี้เหลืออีก 8 นาที หนูจะถามแบรนด์ดีลสดเลยว่าจะไปต่ออีก 1,000 ออเดอร์ ไหม งั้นแสดงว่าต้องจ่ายอีก 50,000 บาทก็เป็นแสนนึง ทีนี้มันกลายเป็นว่าบางแบรนด์ต้องจ่ายหนูสูงสุด 8 ล้านใน 10 นาที มันกลายเป็นว่าที่เรานั่งไลฟ์ 1 ชั่วโมง 2 แสน แต่ ณ วันนี้ 10 นาที บางที 3-8 ล้านแล้ว คิดว่าแบบนี้ดีกว่า”

คิดเปอร์เซ็นต์ยังไง?

“1,000 ออเดอร์ 50,000 บาท 10,000 ก็ 500,000 บาท”

“แล้วนักแสดงเขาเริ่มรู้ตรงที่พอวันถัดมา วันนั้นหนูรู้สึกว่าจากคนดู 300,000 คนดูเริ่มเหลือแสนกว่า แล้วเราเลยเริ่มคิดในใจว่าเราจะปรับแผนยังไงให้คนดูกลับมาเหมือนเดิม โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม เราก็เลยคิดว่าเรารู้จักแบรนด์ที่เป็นคนดังอยู่ใกล้ๆ ตัวเราเยอะมาก และเราการันตียอดขายขนาดนี้ยังไงเขาก็มา เราก็เลยให้ผู้จัดการดีลมา พอดีลมาก็เป็นตัวอย่างให้พี่ๆ แล้วเขาก็รู้จัก บอกต่อกัน เขาก็ขอคิวกันมา เพราะว่าหนูพูดตรงๆ กับลูกค้าหนูทุกท่านว่าสำหรับพี่ๆ ที่เป็นดาราทำไมถึงให้เขาแทรกคิวได้ ทำไมถึงให้เขาไลฟ์ไปก่อนได้ทั้งๆ ที่เขามาทีหลัง เพราะมันเป็นการเพิ่มเอนเกจเมนต์ ซึ่งล่าสุดมีคนมาต่อคิวถ้าเป็นที่บ้านเรารับมากสุดไม่เกิน 200 แบรนด์ แต่ถ้าพี่ๆ ดาราเราให้วันนึงไม่เกิน 30 คน ซึ่งทุกคนจะได้ คนละ10 นาที”

เจนนี่ไม่หวงวิชาเลย?

“การที่มานั่งพูดแบบนี้มันเป็นการตลาดอีกอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะ ณ วันนี้หนูเชื่อว่าหลายๆ ท่านที่เป็นนักธุรกิจก็เข้ามาดูหนู เพราะเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นหนูอยากให้การที่ทุกคนมาดูหนูไม่ใช่แค่เจ้าของแบรนด์หรือลูกค้าทั่วไป หนูอยากได้แฟนคลับทุกๆ แบบ เผื่อวันหนึ่งอนาคตหนูตกงาน หนูขายของไม่ได้ แล้วเขาเห็นประโยชน์ในตัวหนูว่าจะต่อยอดให้กับพี่ๆ ได้

ก็จะมีบางทีขอจ่ายตอนนี้ได้ไหม 2 ล้านแต่ขอขึ้นตอนนี้ได้ไหมที่คนดู 4 แสน คือจ่ายแยกจากค่าคอมมิชชั่น แต่หนูก็ไม่ได้ทำแบบนั้น ซึ่งหนูจะเอาก็ได้ แต่ทำแบบนี้กลายเป็นว่าเราไม่ซื่อสัตย์กับแบรนด์อื่นๆ ที่เขารออยู่ แต่หนูต้องดูด้วยว่าบางทีแบรนด์ไหนติดต่อก่อนติดต่อหลัง อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์เหมือนกันขึ้นติดต่อกันไม่ได้ หนูต้องมานั่งบาลานซ์ หนูอยากให้เข้าใจว่าทำไมแบรนด์ดังๆ ถึงยังไม่ได้ขึ้น ทำไมเจนนี่หยิบตรงนั้นแล้วเจนนี่ถึงเปลี่ยน บางทีลูกค้าหน้างานเขาขออันนี้เลยได้ไหม ซึ่งเราก็ต้องเอาใจแฟนคลับ หรือลูกค้าที่ดูอยู่เป็นที่หนึ่ง เพราะถ้าไม่มีลูกค้าก็ไม่มีเรา ยอดขายก็ไม่พุ่ง หนูก็เลยให้คนดูเป็นคนช่วยออกแบบ”

ตอนนี้มีใครจะไปหาอีกบ้าง?

“อาจจะมี อั้ม พัชราภา กำลังดูคิวให้อยู่ แล้วก็มี ใหม่ ดาวิกา โดม ปกรณ์ ขวัญ อุษามณี และ ปู ไปรยา จะบินมาจาก LA ด้วย และมีไมค์กับปุ๊กลุก กระแต อาร์สยาม บอส ณวัฒน์ ยุ้ย ญาติเยอะ นุ๊ก ธนดล ชาคริต แย้มนาม กุ๊บกิ๊บ แก้มบุ๋ม แล้วก็มีอีกหลายท่านเลยที่รอคอนเฟิร์ม”

เทศกาลจะอยู่ถึงเมื่อไหร่?

“ถ้าให้ทำงานหนูทำได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่สุดท้ายต้องมาดูว่าถ้าวันไหนคนดูเริ่มตก หรือต่อให้คนดูเยอะแต่ยอดสั่งซื้อมาน้อยลง แต่ถ้ายังได้เรื่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องมาพักใน ณ วันนี้ที่เราสามารถกอบโกยได้ ก็เลยทำได้ไปเรื่อยๆ ก่อน ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่ถ้าวันไหนยอดน้อยหรือคนดูน้อยลง หรือร่างกายเราไม่ไหวแล้ว เราอาจจะมีการพักเบรก แล้วกลับมาให้มันยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

ตอนนี้ใครเบอร์ 1 อยู่?

“พี่หนุ่ม กรรชัย”

“ส่วนในเรื่องของบูม เทยกะทะ ตอนแรกเขาการันตีแบบล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าเขาไม่เอาเงินเจน เพราะว่าลูกค้าให้เขาเยอะแล้ว เขาเอาแค่ของลูกค้า เพราะขั้นต่ำที่ลูกค้าให้บูมแสนถึงล้านต่อวัน แต่ตอนนี้ทุกคนบอกว่าเจนต้องให้นะ แต่หนูเห็นเอเนอร์จี้เพื่อนหนูตี 3 ตี 4 ในขณะที่หนูอยากหลับ หนูก็เลยต้องอัดฉีดเพื่อนหนู ก็เลยบอกว่าหลังจากนี้ไม่เอาไม่ได้แล้ว คือให้วันละแสนช่วยเอาหน่อยเถอะ เพราะบูมจะไม่เอาเลย แล้วที่นี้ทุกคนมองว่ามันน้อยไป ทุกคนมีสิทธิ์คิดได้และหนูมีสิทธิ์ตัดสินใจในสิ่งที่หนูทำได้เหมือนกัน เพราะหนูมองว่าสิ่งที่บูมได้ไม่ใช่ในเรื่องของค่าตัวของหนู หรือค่าตัวของแบรนด์ แต่บูมสามารถต่อยอดอะไรอีกหลายอย่างได้มากมาย และหนูการันตีว่าถ้าเราสามารถทำตลาดเจนนี่ตรงนี้ได้ บูมจะได้ตรงนี้ไปทั้งชีวิต ตราบใดที่หนูยังไม่ล้ม บูมก็จะไม่มีทางล้ม และบูมก็จะต่อยอดได้อีก คืออยากให้มองภาพกว้างและการที่หนูจะให้เงินใครสักคนมันไม่ต้องฟิกว่าเธอต้องให้เท่านั้นเท่านี้ หนูอยากให้มันเกิดจากความสบายใจ และไม่ต้องห่วง เพราะว่าตอนนี้เรายังไม่ได้สรุปว่าเราได้กี่ร้อยล้าน ถ้ามันสรุปมาแล้วว่ามันเป็นยังไง วันนั้นหนูเล่นใหญ่แน่นอน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทศกาล ‘เจนนี่’ ฟีเวอร์ ไลฟ์ 4 วันทำยอดขายกว่า 260 ลบ. แจงดราม่าค่าจ้าง ‘บูม เทยกะทะ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...