ลูกพูดช้า: 5 พฤติกรรมของพ่อแม่ที่อาจทำให้ลูกพูดช้าโดยไม่รู้ตัว
Mood of the Motherhood
อัพเดต 16 ต.ค. 2568 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 00.50 น. • Featuresโดยทั่วไป เมื่อลูกอายุครบ 1 ขวบ แต่ยังไม่สามารถพูดเป็นคำ ไม่สามารถเรียก ‘แม่’ ‘พ่อ’ หรือคำสั้นๆ ง่ายๆ เช่น ไป ‘กิน’ ‘เอา’ ‘ไม่เอา’ หรือทำได้เพียงส่งเสียงอ้อแอ้ หรือสื่อสารได้น้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ก็ย่อมทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวล และคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ลูกมีพัฒนาการด้านการพูดช้ากว่าเกณฑ์ปกติ อาจเกิดจากปัจจัยทางกายภาพภายนอก เช่น ภาวะออทิสติก มีความบกพร่องทางการได้ยิน หรือมาจากภาวะลิ้นสั้น แต่ความจริงแล้ว พัฒนาการด้านภาษาและการพูดของเด็กมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้เลี้ยงดู จากข้อมูลทางการแพทย์และการศึกษาในเด็กปฐมวัยพบว่า พฤติกรรมบางอย่างของคุณพ่อคุณแม่ อาจมีส่วนสำคัญที่ทำให้ ลูกพูดช้า และมีพัฒนาการด้านภาษาไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรมาลองทำความเข้าใจว่า 5 พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ ลูกพูดช้า โดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางง่ายๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกสื่อสารได้ดีและมีพัฒนาการทางภาษาได้สมวัยยิ่งขึ้น1. ใช้ภาษาเด็ก หรือ Baby Talk กับลูกมากเกินไป
การใช้เสียงสอง พูดด้วยเสียงสูง ใช้จังหวะการพูดขึ้นลงเหมือนร้องเพลง หรือใช้คำศัพท์ที่ผิดเพี้ยน ที่คุณพ่อคุณแม่ชอบใช้สื่อสารกับลูกตอนทารก อาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้คำศัพท์และการพูดที่ถูกต้องเมื่อลูกโตขึ้นได้ เพราะลูกมักจะซึมซับและเรียนรู้ภาษาผ่านการได้ยินและเลียนแบบ หากลูกได้ยินแต่คำศัพท์ที่ผิดเพี้ยนหรือไม่ชัดเจนเป็นประจำ สมองลูกจะจดจำแต่คำเหล่านั้นและพูดออกมาเป็นภาษาต่างดาว หรืออาจพูดได้ช้าไม่คล่องแคล่วตามเกณฑ์ปกติดังนั้น เมื่อลูกเริ่มใกล้วัยหัดพูด หรืออายุประมาณ 9 เดือน คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มใช้การพูดด้วยน้ำเสียงปกติ พูดชัดถ้อยชัดคำ ใช้ภาษาเด็กน้อยลง และเริ่มพูดด้วยประโยคที่สั้น กระชับ และใช้คำที่ถูกต้อง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกจดจำและเลียนแบบภาษาที่ถูกต้อง2. ตอบสนองลูกเร็วเกินไป
คุณพ่อคุณแม่หลายคน แค่ลูกชี้หรือส่งสัญญาณไปที่สิ่งของที่ต้องการ หรือเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้เพื่อร้องขออะไรสักอย่าง ก็มักจะรีบตอบสนองด้วยการทำตามความต้องการลูกทันทีการตอบสนองที่เร็วเกินไปเช่นนี้ อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดปกติเพื่อสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะเพียงแค่ชี้หรือส่งเสียงก็ได้รับสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว พฤติกรรมนี้อาจลดโอกาสการฝึกพูดของลูกได้คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมการพูดของลูกด้วยการลองให้ลูกพยายามพูดให้เต็มที่ เช่น ถามย้ำว่าลูกต้องการอะไร หากลูกยังพูดเป็นคำไม่ได้ ให้คุณพ่อคุณแม่พูดและให้ลูกพูดตาม เช่น เมื่อลูกแสดงอาการอยากกินนม คุณพ่อคุณแม่อาจลองพูดย้ำว่า ‘กินนม’ แล้วให้ลูกลองพูดตามก่อนที่จะทำตามความต้องการของลูก วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกหัดพูดได้เร็วมากขึ้น3. ปล่อยให้ลูกอยู่กับหน้าจอมากเกินไป
ปัญหาที่หลายบ้านรู้และเข้าใจดีก็คือการปล่อยให้ลูกดูคลิปวิดีโอต่างๆ ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียว เพราะลูกจะได้รับข้อมูลและพัฒนาทักษะการฟังเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการโต้ตอบ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกพูดช้าในยุคนี้ และยิ่งคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกใช้เวลาอยู่กับหน้าจอตามลำพังบ่อยๆ ยิ่งทำให้ลูกพูดช้าหรือติดพูดจาภาษาการ์ตูนได้4. คุณพ่อคุณแม่พูดแนวออกคำสั่งมากเกิน
การพยายามสื่อสารกับลูกด้วยคำหรือประโยคสั้นๆ มากเกินไป โดยไม่ขยายความ หรือใช้รูปประโยคที่สมบูรณ์มากขึ้น ก็จะทำให้ลูกขาดโอกาสในการเรียนรู้ประโยคและบทสนทนาที่มีความซับซ้อนมากขึ้นตามช่วงวัยที่สมควรการพูดคุยกับลูกด้วยประโยคที่หลากหลายและมีการบรรยายจะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ภาษาของลูกได้ดีขึ้น เช่น มากินข้าวเย็นกันลูก วันนี้มีกับข้าวหลายอย่างเลย หรือ หยิบของเล่นให้คุณแม่หน่อย ของเล่นสีแดงที่อยู่ตรงมุมห้อง การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกเข้าใจโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ5. ไม่มีเวลาอ่านนิทานให้ลูกฟัง
การอ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการด้านการพูดของลูก เพราะนิทานจะช่วยให้ลูกได้ยินคำศัพท์และประโยคที่หลากหลาย ทำให้คลังคำศัพท์ของลูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังได้มีปฏิสัมพันธ์พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยการจัดเวลาอ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นประจำทุกวันอย่างน้อย 10-15 นาที จะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ภาษาของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพอ่านบทความ: ลูกพูดช้า: 5 สาเหตุทำไมลูกวัยเตาะแตะออกเสียงได้ แต่ไม่ยอมพูดอ้างอิงNIHGreatspeechWellnesshub