โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดข้อกฎหมาย รถกู้ภัย ‘ฝ่าไฟแดง’ ได้หรือไม่

BT Beartai

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 04.53 น.
เปิดข้อกฎหมาย รถกู้ภัย ‘ฝ่าไฟแดง’ ได้หรือไม่

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา อุบัติเหตุรถชนกันระหว่าง รถเก๋งและรถกู้ภัย ทำให้เกิดเหตุน่าสลด เมื่อตรวจกล้องวงจรปิดพบว่า รถกู้ภัยได้ฝ่าไฟแดงเนื่องจากได้รับแจ้งอุบัติเหตุด่วน พร้อมกับเปิดไซเรน แต่ในฝั่งของรถเก๋งไฟจราจรเป็นสีเขียว

ซึ่งล่าสุดผู้กำกับการ สภ. บ้านฉาง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งข้อหาคนขับรถกู้ภัยรวม 4 ข้อหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร และไม่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทสอง ส่วนคนขับรถเก๋ง เจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งข้อหาใด เนื่องจากเป็นผู้เสียหาย และจากการตรวจสอบพบว่าได้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างถูกต้อง

แต่คนในโซเชียลยังตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้ว รถกู้ภัยฝ่าไฟแดงได้หรือไม่ วันนี้ BT beartai ไขข้อข้องใจให้ผ่านบทความนี้

เปิดข้อกฎหมาย รถกู้ภัย ‘ฝ่าไฟแดง’ ได้หรือไม่ ?

ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ได้ให้คำนิยามของ “รถฉุกเฉิน” ไว้ว่า รถดับเพลิงและรถพยาบาลของราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค และราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรถอื่นที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี

ให้ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือให้ใช้เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอย่างอื่น ตามที่จะกำหนดให้ และ พ.ร.บ. ดังกล่าว ได้บัญญัติเกี่ยวกับการปฏิบัติของรถฉุกเฉินไว้ ดังนี้ มาตรา 75 ในขณะที่ผู้ขับขี่ขับรถฉุกเฉินไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ขับขี่มีสิทธิ ดังนี้

  • ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ ใช้เสียงสัญญาณไซเรน หรือเสียงสัญญาณอย่างอื่นตามที่อธิบดีกำหนดไว้
  • หยุดรถหรือจอดรถ ณ ที่ห้ามจอด
  • ขับรถเกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้
  • ขับรถผ่านสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรใด ๆ ที่ให้รถหยุด แต่ต้องลดความเร็วของรถให้ช้าลงตามสมควร
  • ไม่ต้องปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือข้อบังคับการจราจรเกี่ยวกับช่องเดินรถ ทิศทางของการขับรถหรือการเลี้ยวรถที่กำหนดไว้ ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังตามควรแก่กรณี

มาตรา 76 เมื่อคนเดินเท้า ผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์เห็นรถฉุกเฉินใน ขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน หรือเสียง สัญญาณอย่างอื่นตามที่อธิบดีกำหนดไว้ คนเดินเท้า ผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ต้อง ให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อนโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • สำหรับคนเดินเท้าต้องหยุดและหลบให้ชิดขอบทาง หรือขึ้นไปบนทางเขต ปลอดภัย หรือไหล่ทางที่ใกล้ที่สุด
  • สำหรับผู้ขับขี่ต้องหยุดรถหรือจอดรถให้อยู่ชิดขอบทางด้านซ้าย หรือในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางอยู่ทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องหยุดรถหรือจอด รถให้อยู่ชิดช่องเดินรถประจำทาง แต่ห้ามหยุดรถหรือจอดรถในทางร่วมทางแยก
  • สำหรับผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ต้องบังคับสัตว์ให้หยุดชิดทาง แต่ห้ามหยุดใน ทางร่วมทางแยก

ในการปฏิบัติตาม (2) และ (3) ผู้ขับขี่และผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ต้องรีบกระทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้และต้องใช้ความระมัดระวังตามควรแก่กรณี มาตรา 148 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 76 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าร้อยบาท

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์นี้ก็ถือเป็นเรื่องสะเทือนใจใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียเอง แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ “รถฉุกเฉิน” สามารถฝ่าสัญญาณไฟจราจรได้เมื่อมีเหตุจำเป็น แต่ผู้ขับขี่ก็ยังมีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ถนนรายอื่น ขณะเดียวกันผู้ขับขี่ทั่วไปก็มีหน้าที่หลีกทางให้รถฉุกเฉินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

กรณีอุบัติเหตุครั้งนี้ จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า “ความเร่งด่วน” และ “ความปลอดภัย” ต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อไม่ให้การช่วยชีวิตกลับกลายเป็นการสร้างความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...