โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"บิ๊กเล็ก" ยันระเบิดแสวงเครื่องที่ "ปราสาทตาควาย" เป็นของเขมร มอบอำนาจ "แม่ทัพภาค" จัดการได้เลย ลั่นให้กลับไปแต่วิญญาณ

สยามรัฐ

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 04.38 น.

วันที่ 2 ก.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ระบุถึงการตรวจพบระเบิดแสวงเครื่องแถวประสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ว่า จากการตรวจสอบและได้รับรายงานพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง จากลูกระเบิดปืน ค. และพิสูจน์ทราบแล้วว่าเป็นของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าทหารกัมพูชานำมาวาง อย่างที่ตนเคยพูดมาตลอดว่าแม้รัฐบาลกัมพูชาจะออกมาระบุว่าตั้งใจจะมีการพูดคุยก็ตาม แต่ทหารกัมพูกลับไม่มีวินัยและยังยั่วยุอยู่ตลอด

“ได้สั่งการไว้ 2 อย่างในขั้นนี้ โดยให้นำหลักฐานมาประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และให้พยายามลาดตระเวนเฝ้าตรวจ หากพบในช่วงที่เขามาวางระเบิดให้สามารถจัดการได้เลย อย่างที่เคยพูดเอาไว้ ถ้ามาวางไว้ กลับไป ก็กลับไปแต่วิญญาณก็แล้วกัน” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่งแต่ไม่ส่งผลกระทบกับชายแดน เนื่องจากมี พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ได้มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผบ.เหล่าทัพ แม่ทัพภาค มีอำนาจในการป้องกันอธิปไตย ป้องกันประเทศได้ และมีกฎการใช้กำลังของกระทรวงกลาโหมระบุไว้อย่างชัดเจน จึงขอประชาชนอย่ากังวลในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนไทยภาคใต้ ที่มีการเกิดเหตุหลายจุด ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นการแสดงสัญลักษณ์ ซึ่งตรงกับวันชาติของมาเลเซีย กลุ่มผู้ก่อเหตุมักจะถือวันในลักษณะเช่นนี้ปฏิบัติการ ซึ่งตนเองได้เน้นย้ำให้แม่ทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า ไปทั้งหมดแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...