โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คนไทยรูดบัตรเครดิต 5 แสนลบ. ครองแชมป์ “หนี้เสีย” มากสุด

Share2Trade

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

หนี้ครัวเรือนไทยยังเปราะบาง แม้สัดส่วนต่อ GDP ลดลง แต่ “บัตรเครดิต” ครองแชมป์หนี้เสีย โดยรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ภาวะสังคมไทย ประจำ ไตรมาส 2/2568 ในส่วน “หนี้สินครัวเรือน”

คนไทยรูดบัตรเครดิต-5-แสนลบ.S2T-(เว็บ)0.jpg

โดยพบว่า ช่วงไตรมาส 1/2568 หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่ารวม 16.35 ล้านล้านบาท หดตัว 0.1% จากการขยายตัว 0.2% ของไตรมาสก่อนหน้า ทำให้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ปรับลดลงต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 87.4% เมื่อเปรียบเทียบกับ 88.4% ของไตรมาสที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแหล่งให้กู้ยืมของครัวเรือน พบว่า ธนาคารพาณิชย์เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของครัวเรือน หรือมีสัดส่วนสินเชื่อ 37.6% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด โดยสินเชื่อมีการหดตัว 3% ซึ่งหดตัวเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกัน ขณะที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ที่เป็นผู้ให้กู้หลักอันดับที่สองของครัวเรือน สินเชื่อยังขยายตัวได้ที่ 1.8%

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาการกู้ยืมของครัวเรือนจำแนกตามวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ในไตรมาสเดียวกัน พบว่า สินเชื่อหลายประเภทมีการหดตัวต่อเนื่อง ได้แก่ สินเชื่อเพื่อยานยนต์ หดตัวถึง 10%ซึ่งเป็นการหดตัวไตรมาสที่หกติดต่อกัน

เนื่องจากผู้ให้บริการสินเชื่อเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ จากแนวโน้มหนี้ที่ผิดนัดชำระของสินเชื่อยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เช่นเดียวกับสินเชื่อบัตรเครดิต ที่หดตัว 2.8% และสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ หดตัว 0.4% ขณะที่สินเชื่อที่มีการขยายตัวชะลอลง ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับ ขยายตัว 3.8% และ 0.5% ชะลอลงจาก 4.3% และ 1.4% ตามลำดับ

ด้านสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ขยายตัวเพียง 1.9% จาก 2.2% ของไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจและความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของครัวเรือนที่ปรับลดลง

อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไปการกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจานองที่เหลือ 0.01% รวมถึง การผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 เป็นต้นไป

สำหรับมูลค่า และสัดส่วนหนี้สินครัวเรือน พบว่า 1.สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ 5.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากสุด อยู่ที่ 34.5% 2.เพื่อยานยนต์ 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.7% 3.เพื่อการประกอบธุรกิจ 2.9 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 17.9%

4.เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลอื่น 4.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 28.4% ซึ่งในจำนวนนี้มีสินเชื่อส่วนบุคคล 3.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 20.3% สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับ 0.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 5.2% และสินเชื่อบัตรเครดิต 0.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.8%

และ 5.สินเชื่ออื่น ๆ ประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ สินเชื่อเพื่อการศึกษา และสินเชื่อที่ไม่สามารถจำแนกวัตถุประสงค์ได้ 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.6%

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ความสามารถในการชำระหนี้ครัวเรือนยังมีปัญหา จากข้อมูลเครดิตบูโร แม้ว่าสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ค้างชาระเกิน 90 วัน NPLs ต่อสินเชื่อร่วมในไตรมาส 1/2568 จะลดลง โดยมีสัดส่วน 8.78% ลดลงจาก 8.94% ของไตรมาสก่อน และสัดส่วนหนี้ NPLs ต่อสินเชื่อรวมจะลดลงในเกือบทุกประเภทสินเชื่อ ยกเว้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อบัตรเครดิต แต่เป็นการลดลงจากการหดตัวของการให้สินเชื่อ

ขณะที่ NPLs ยังขยายตัวถึง 8.7% โดยมีมูลค่า 1.19 ล้านล้านบาท ขณะที่สินเชื่อที่มีการค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือน SMLs มีสัดส่วนต่อสินเชื่ออยู่ที่ 4.25% เพิ่มขึ้นจาก 4.17% ของไตรมาสที่ผ่านมา

แต่ที่น่าสนใจ NPLs สินเชื่อบัตรเครดิตอยู่ที่ระดับ 12.62% มากสุดเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ที่ระดับ 12.33% และ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ที่ระดับ 11.3%

คนไทยรูดบัตรเครดิต-5-แสนลบ_0.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...