โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศุภชัย ใจสมุทร ก้าวสู่ตัวเต็ง “รัฐมนตรียุติธรรม” ด้วยประสบการณ์การเมืองและกฎหมายกว่า 40 ปี

THE POINT

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2568 เวลา 13.02 น. • THE POINT
ศุภชัย ใจสมุทร ก้าวสู่ตัวเต็ง “รัฐมนตรียุติธรรม” ด้วยประสบการณ์การเมืองและกฎหมายกว่า 40 ปี

ชื่อของ ศุภชัย ใจสมุทร กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้งในแวดวงการเมืองไทย หลังถูกวางตัวเป็นหนึ่งในแคนดิเดตสำคัญที่จะนั่งเก้าอี้ รัฐมนตรียุติธรรม ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองและความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่สั่งสมมายาวนาน

เส้นทางจากนักกฎหมายสู่การเมืองระดับชาติ

ศุภชัย เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2501 ที่จังหวัดตรัง จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และต่อปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองในช่วงต้นทศวรรษ 2530

เขาผ่านการทำงานในหลายพรรคการเมือง ก่อนจะลงหลักปักฐานกับ พรรคภูมิใจไทย และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญด้านกฎหมายของพรรค ทำหน้าที่ทั้งในฐานะ รองเลขาธิการพรรค และนายทะเบียนพรรค รวมถึง ประธานฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย

ประสบการณ์ในรัฐบาลและสภา

ศุภชัยเคยดำรงตำแหน่ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และได้รับเลือกเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หลายสมัย เขายังเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่ายแบบเอกฉันท์

ปัจจุบัน เขาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร และยังคงเป็นที่ปรึกษาคนใกล้ชิดของแกนนำพรรคภูมิใจไทย

จุดแข็งด้านกฎหมาย

ในฐานะนักกฎหมายอิสลามที่มีบทบาทยาวนาน ศุภชัยเคยเป็นกรรมการสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขานุการชมรมนักกฎหมายมุสลิม เขามีบทบาทโดดเด่นในเวทีการเมืองด้านกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในสภาช่วงปี 2565

เกียรติยศและความไว้วางใจ

ตลอดเส้นทางการทำงาน ศุภชัยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ได้แก่ มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) และ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับทั้งจากภาครัฐและสังคม

ทำไมถูกมองว่าเป็นตัวเต็ง

การที่ศุภชัยเป็นนักกฎหมายที่เข้าใจระบบยุติธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับความสามารถประสานงานทางการเมือง และความไว้วางใจจากแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงอย่างจริงจังว่าเหมาะสมสำหรับการก้าวขึ้นเป็น รัฐมนตรียุติธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...