โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพราะอะไร Louis Vuitton ถึงเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ครองใจวงการเพลง?

LSA Thailand

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 17.43 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 08.00 น. • Lifestyle Asia Thailand

ในโลกของแฟชั่นลักชัวรีที่เต็มไปด้วยแบรนด์ระดับตำนาน มีไม่กี่ชื่อที่สามารถก้าวข้ามจากรันเวย์สู่เวทีคอนเสิร์ตได้อย่างแนบเนียน ชื่อของแบรนด์‘Louis Vuitton’ ก็คือหนึ่งในนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับวงการดนตรีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการจ้างศิลปินดังมานั่งฟรอนต์โรว์ แต่เป็นการสร้างบทสนทนาระหว่างแฟชั่นและเสียงเพลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้แบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูที่มีจังหวะ

Photo Credit: Stefano Rellandini/AFP

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2023เมื่อ Pharrell Williams ศิลปินและโปรดิวเซอร์ระดับโลกเข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝั่งบุรุษของ Louis Vuitton การเลือกคนดนตรีมาเป็นหัวเรือใหญ่สะท้อนชัดเจนว่าแบรนด์ต้องการยกระดับความเชื่อมโยงกับวงการเพลงจาก ‘กลยุทธ์การตลาด’ ให้กลายเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์ การออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายในคอลเลคชั่นแรกของฟาร์เรลไม่เพียงสะท้อนความหรูหราแบบฝรั่งเศส แต่ยังมีกลิ่นอายสตรีทคัลเจอร์และเสียงบีทฮิปฮอปที่เขาสร้างชื่อ

ทั้งนี้เอง Louis Vuitton ฝั่งสตรีภายใต้การออกแบบของ Nicolas Ghesquière ยังได้เชิญชวนวงร็อกสามพี่น้อง Haim สวมลุคของแบรนด์ทั้งวงในงานปารีสแฟชั่นวีค และมีชุดทำพิเศษอย่างกางเกงหนังจากคอลเลคชั่น Fall/Winter 22 สำหรับใส่ทัวร์เพียงสามตัวในโลก รวมถึงลุคเดรสของ Alana Haim บนพรมแดงคานส์อีกเช่นกัน ส่วนฝั่ง Woodkid ศิลปินและผู้กำกับชาวฝรั่งเศสได้สร้างวิดีโอแคมเปญลึกลับสำหรับ Louis Vuitton คอลเลคชั่น Fall/Winter 2017 และทำเพลงพิเศษในโปรเจกต์ ‘Louis Vuitton Works One’ ให้แก่ Nicolas Ghesquière ซึ่งการร่วมมือเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การใช้ศิลปินเพื่อโปรโมต แต่เป็นการผสานตัวตนของศิลปินเข้ากับแบรนด์ สร้างผลงานที่ทั้งทรงพลังและจดจำได้ในโลกแฟชั่นและดนตรี

Photo Credit: Courtesy of Louis Vuitton

แน่นอนว่าความผูกพันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ Louis Vuitton ยังเคยร่วมงานกับศิลปินอย่าง Kanye West ในการออกแบบรองเท้า LV Jaspers รวมถึงการปรากฏตัวของศิลปินเอเชียในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างศิลปินชาวไทย ‘แบมแบม–กันต์พิมุกต์’ และศิลปินเกาหลี ‘Jackson Wang’ แห่งวง GOT7, ‘J-Hope’ วง BTSจนมาถึง ‘ลิซ่า–ลลิษา’ แห่งวง BLACKPINK ที่เคยร่วมชมแฟชั่นโชว์และขึ้นแคมเปญต่างๆ ของแบรนด์ จนถูกจับตาว่าอาจมีโปรเจกต์พิเศษกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Louis Vuitton ยังใช้เวทีแฟชั่นเป็นพื้นที่คอนเสิร์ตย่อมๆ คอลเลคชั่นSpring/Summer 2024ของฟาร์เรล ที่ Pont Neuf กรุงปารีส ปิดท้ายด้วยการแสดงสดจาก Jay-Z ทำให้รันเวย์กลายเป็นอีเวนต์ดนตรีที่สร้างกระแสในโซเชียลอย่างล้นหลาม ซึ่งนี่คือการเล่นกับความรู้สึกของผู้ชมทั้งในและนอกวงการแฟชั่นที่ไม่เพียงเห็นแค่เสื้อผ้า แต่ยังได้ ‘ฟัง’เรื่องราวของแบรนด์ผ่านเสียงเพลง และในอีกด้านหนึ่ง Louis Vuitton เข้าใจพลังของการเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมแฟนคลับ ศิลปินที่ร่วมงานกับแบรนด์มักโพสต์ภาพและวิดีโอเบื้องหลังลงโซเชียล ทำให้กระเป๋า เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับที่พวกเขาใช้กลายเป็นไวรัลแทบจะทันที นั่นถือเป็นการเปิดทางตลาดแบบออร์แกนิกที่เกิดจากความสัมพันธ์จริงระหว่างศิลปินกับแบรนด์ ไม่ใช่แค่สัญญาบนกระดาษ

ความสำเร็จนี้พิสูจน์ว่า Louis Vuitton ไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่นเฮาส์เก่าแก่ แต่เป็นผู้เล่นที่เข้าใจวัฒนธรรมป๊อปและการใช้ดนตรีเป็นภาษาสากลในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบีทฮิปฮอป เสียงกีตาร์อินดี้ หรือซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ และ Louis Vuitton รู้ว่าทุกจังหวะของเสียงเพลงสามารถเป็นจังหวะของแฟชั่นได้เช่นกัน

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...