โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แลนด์บริดจ์” กลับมาแน่

Thairath Money

อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 11.33 น.
ภาพไฮไลต์

ถือเป็นข่าวดีมากๆ เมื่อได้ยิน “อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า “รัฐบาล ครม.หนู 1”จะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้น และ ต่อเนื่องถึงระยะยาว พร้อมกับเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ว่าระยะเวลาที่ประกาศไว้ว่าจะเป็นรัฐบาล และยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบายรัฐบาล

ซึ่ง 1 ในนโยบายที่พรรคภูมิใจไทย ภายใต้รัฐบาล นายกฯอนุทิน ประกาศว่าจะเดินหน้าผลักดันต่อ คือ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ “โครงการแลนด์บริดจ์”มูลค่ากว่า 1ล้านล้านบาท

โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการค้าแห่งภูมิภาคและของโลก ด้วยการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ผ่านการสร้างท่าเรือน้ำลึกสองฝั่ง และเชื่อมโยงด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐาน

แถม "พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แกนนำพรรคภูมิใจไทยภาคใต้ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ประสานเสียงว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งเดินหน้าผลักดัน “โครงการแลนด์บริดจ์”แน่นอน แถมร่ายยาวต่อว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยในการพัฒนาประเทศ

โดยอ้างว่า โครงการ ”แลนด์บริดจ์” นั้นเริ่มต้นมาในสมัยที่พรรคภูมิใจไทย ร่วมรัฐบาลสมัยที่มี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม เป็นคนผลักดันไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ด้วยระบบราง ถนน และระบบท่อ ซึ่งโครงการนอกจากเป็นโอกาสของประเทศแล้ว ยังจะช่วยสร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรและระนองด้วย

และย้ำอีกว่าเรื่องนี้ยังได้มีการหารือส่วนตัวกับผู้นำ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน นักธุรกิจในภาคใต้ รวมถึงกลุ่มการเมืองในภาคใต้ เพื่อสานต่อโครงการนี้ให้เดินหน้าอย่างราบรื่น และให้สำเร็จให้ได้ เพราะในช่วงที่ผ่านมาภาคใต้เสียโอกาสในการพัฒนา ขาดความร่วมมืออย่างจริงจัง ซึ่งหากมีการรวมตัวและช่วยกันในเรื่องยุทธศาสตร์ ก็มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาภาคใต้ได้มากกว่านี้

ส่วนกรณีที่มีคนไม่เห็นด้วย และขอให้ชะลอโครงการดังกล่าวนั้น ยืนยันว่า ถ้าเราไม่สานต่อในวันนี้ ก็จะชะลอไปเรื่อยๆ และโอกาสคงไม่เกิด สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์จะไม่ใช้เงินกู้ของรัฐบาล แต่จะเชิญชวนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน เนื่องจากวันนี้ประเทศไทยยังไม่พร้อมเรื่องการกู้ยืมเงิน แต่มั่นใจว่าเรามีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาใช้บริการท่าเรือทั้งสองฝั่ง

“ซึ่งโครงการจะเป็นการสร้างงานอีกชิ้นหนึ่ง ที่เป็นงานชิ้นใหญ่ และถือเป็นโครงการใหญ่ที่สุดหลัง โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ดังนั้นเราพยายามทำโครงการนี้ให้สำเร็จ และเป็นตัวเชื่อม โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC หากเราไม่คิดที่จะริเริ่มอะไร 4 เดือนก็จะผ่านไปแบบเปล่าประโยชน์

ฉะนั้นขออย่าไปสนใจว่าเป็น 4 เดือนหรือกี่วัน เมื่อเราเข้ามาสิ่งที่ต้องทำ และทำได้มากน้อยขนาดไหน ถ้าครั้งต่อไปพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราจะมาสานต่อนโยบาย แต่หากไม่ได้รับความไว้วางใจก็ขอฝากโครงการที่ดีๆ หรือโครงการที่จะทำให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นให้กับรัฐบาลชุดต่อไป เพราะนโยบายดังกล่าวเป็นความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรี" พิพัฒน์ กล่าวย้ำ

ขณะที่ผู้กำกับนโยบายมาออกโรงแข็งขันในการเร่งผลักดันนโยบายขนาดนี้ ทีนี้ก็ต้องกลับมาดูว่า ณ ปัจจุบันโครงการ “แลนด์บริดจ์”อยู่ในขั้นตอนไหน จะมีความเป็นไปได้ที่โครงการจะเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งจากการรวบรวมและตรวจสอบพบว่า ณ ปัจจุบัน “แลนด์บริดจ์” กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างผลักดันพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ….. (พรบ. SEC) ให้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเชื่อว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้

ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารเพื่อประกาศประกวดราคา (ทีโออาร์) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5-6 เดือน โดยรูปแบบการลงทุนจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) จะใช้รูปแบบ PPP Net Cost สัญญาสัมปทาน 50 ปี

ซึ่งจะมีการเปิดประมูลจะให้เอกชนรายเดียวเป็นผู้รับสัมปทานในการก่อสร้าง และบริหารงานพร้อมกันทั้งโครงการในสัญญาเดียว ในหลักการ “One Port Two Sides”ซึ่งขั้นตอนคาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุนและเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 และจะเปิดให้บริการเฟสแรกได้ภายในปี 2573

เมื่อได้ยินแบบนี้ เชื่อมั่นว่าหลายๆ คนที่ต้องการให้ประเทศมีการพัฒนาใหม่ๆ จะต้องดีใจที่ประเทศไทยจะมีการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท เพราะหากจะนึกย้อนไปจะพบว่าในรอบหลายๆ 10 ปี ประเทศไทยยังไม่เคยมีการลงทุนขนาดใหญ่แบบนี้เกิดขึ้นมานานมาก

และยิ่งหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริงก็จะเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศ อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเป็นตัวผลักที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและขับเคลื่อนประเทศได้ในระยะยาวและยั่งยืน

ดังนั้นมาถึงตอนนี้ก็คงต้องมาลุ้น และติดตามกันดูว่า “โครงการแลนด์บริดจ์” ที่รัฐบาล "นายกฯหนู 1” ออกมาโหมโรงเปิดวงดนตรีเรียกเสียงร้องให้ตอบรับ จะมีพลังในการผลักดันและขับเคลื่อนให้โครงการเกิดขึ้นแค่ไหน ก็คงต้องมารอดู และ เอาใจช่วยกันหน่อย

เพราะหากเกิดขึ้นจริง เริ่มตั้งไข่ได้ ก็เชื่อว่าคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งหน้าในภาคใต้คงจะเทมาที่ “พรรคภูมิใจไทย”กันหมดแน่!!!…

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แลนด์บริดจ์” กลับมาแน่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...