ตรัง ภูมิใจไทยตะลุยใต้ “พิพัฒน์” บินตรังคุยโกหนอบ้านโล่ฯ “สมชาย” ชี้เป็นเกียรติถูกทาบทามซ้ำ ขอตัดสินใจหลังเลือกหน.ปชป.18ต.ค.นี้
ภูมิใจไทยตะลุยใต้ “พิพัฒน์” บินตรังคุยโกหนอบ้านโล่ฯ มั่นใจเป้า 30ส.ส.ใต้ ฝันตามรอยปชป.กวาดยกภาค เผยแนวโน้มดีส.ส.ไหลเข้าร่วมอุดมการณ์เพียบหวังพัฒนาภาคใต้ “สมชาย” ชี้เป็นเกียรติถูกทาบทามซ้ำ ขอตัดสินใจหลังเลือกหน.ปชป.18ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 5 ตุลาคม 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลภาคใต้ เดินทางด้วยเครื่องบินมายังท่าอากาศยานตรัง ก่อนเดินทางต่อไปยังบ้านของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ หรือโกหนอ อดีตส.ส.ตรังหลายสมัยพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ริมถนนตรัง-ปะเหลียน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ในฐานะที่นายสมชายเป็นหัวเรือใหญ่ผู้กุมส.ส.ตรัง 2 เขต จากทั้งหมด 4 เขตในนามพรรคปชป. ได้แก่ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคปชป. และนายกาญจน์ ตั้งปอง ส.ส.ตรัง เขต 4 พรรคปชป. ท่ามกลางกระแสข่าวถูกทาบทามให้ร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยนายพิพัฒน์ นายสมชาย น.ส.สุณัฐชา นายกาญจน์ นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายกอบจ.ตรัง รวมถึงนายพิชัย เจริญศิริสุนทร หรือ สจ.ล้าน เขตอำเภอกันตัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกจับตาว่าอาจลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 4 ในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะมีดีกรีเป็นหลานแท้ๆของนายพิพัฒน์ แต่ต้องรอข้อสรุปร่วมกันกับนายสมชายอีกครั้ง โดยทั้งหมดได้ปิดห้องหารือกันเป็นการส่วนตัวนานนับชั่วโมง ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ท่ามกลางผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และผู้สนับสนุนที่มารอต้อนรับอย่างคึกคัก ก่อนที่นายพิพัฒน์จะเดินทางไปทำธุระต่อยังจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป
.
โดยหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายพิพัฒน์ได้จับแขนหยอกนายสมชายพร้อมกล่าวทีเล่นทีจริง ว่า “วันนี้มากินหมูย่างเมืองตรัง โกหนอสับหมูย่างให้เรียบร้อย ไม่ได้มาจีบ ไม่ได้มาขอ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้หารือเรื่องทางการเมืองในพื้นที่บ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็มาปรึกษาหารือ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังอยู่ที่การตัดสินใจของเจ้าบ้านคือนายสมชาย ในส่วนของตนถือว่าเป็นตัวแทนในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมาสื่อสาร ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูการตัดสินใจของนายสมชายว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็จะรอแบบค่อนข้างที่จะหวัง
นายพิพัฒน์ กล่าวถึงภาพรวมการทำพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนได้รับมอบหมายจากพรรคให้เป็นผู้ประสานงานพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ตอนนี้ก็ประสานไปเรื่อยๆ เสร็จจากที่นี่ก็จะไปต่อที่นครศรีธรรมราช ที่ผ่านมาอย่างพื้นที่อันดามัน อย่างจ.ภูเก็ตเราก็พยายามไปคุยกับเจ้าของพื้นที่เดิม ส่วนฝั่งอ่าวไทยอย่างสุราษฎร์ธานีก็คุยกันเกือบจบแล้ว นครศรีธรรมราชก็ได้คุยกันหลายเขตซึ่งน่าจะมาร่วมอุดมการณ์กับเราได้พอสมควร ส่วนจ.สงขลาได้เปิดตัวไปแล้วโดยนายนิพนธ์ บุญญามณี จะมาร่วมด้วย ส่วนเป้ากวาดส.ส. 30ที่นั่งก็ยังมีความมั่นใจ เพราะหากได้เพื่อนๆมาร่วมอุดมการณ์เดียวกันมากขึ้น เราก็จะมั่นใจมากขึ้น และขณะนี้เท่าที่ไปคุยกับพรรคพวกเพื่อนฝูงที่จะมาร่วมอุดมการณ์ก็น่าที่จะพอไปได้ ส่วนจะมีส.ส.จากพรรคอื่นย้ายมาเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้นตอนนี้ยังพูดตัวเลขไม่ได้ เพราะตอนนี้ทุกคนยังมีพรรคเดิมสังกัดยังไปไหนไม่ได้ แต่เมื่อมีการยุบสภาเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถมาสมัครสมาชิกพรรคใหม่ได้ แต่ทั้งหมดนี้ทุกคนที่มาร่วมกันก็หวังว่าจะช่วยทำให้พี่น้องภาคใต้เราได้มีโอกาสที่เพิ่มมากขึ้น
“หากพวกเราภาคใต้สามารถมารวมกันได้อีกครั้งหนึ่ง เหมือนเช่นในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์เคยมีส.ส.ทั้งภาคใต้ เราก็สามารถพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ได้เร็วและดีกว่าที่ผ่านๆมา ซึ่งเราอาจไม่ได้ส.ส.หมดทั้งภาคใต้เหมือนที่ปชป.เคยได้ในอดีต แต่จะทำให้ได้มากที่สุด ขึ้นกับส.ส.ที่จะมาร่วมอุดมการณ์กับเราว่ามีมากน้อยขนาดไหนด้วย เพราะที่ผ่านมาภาคใต้เสียโอกาสไปเยอะ ซึ่งตอนนี้อดีตส.ส.ปชป.หลายคนได้ถ่ายเลือดเอาลูกหลานมาเป็นส.ส.ในพื้นที่แล้ว ดังนั้นการที่ได้เอาคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ ก็ต้องมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกันกับพรรคที่มาสังกัดด้วย”นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยเนื้อหอมที่สุดหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าเนื้อหอมหรือไม่เนื้อหอม ให้คนไทยทั้งประเทศเป็นผู้ตัดสินดีกว่า อย่างวันนี้ตนอยู่จ.ตรัง ก็ให้คนตรังตัดสินว่าจะเลือกผู้แทนของเขาจากพรรคอะไร จากความสามารถแบบไหน และเชื่อว่าในการเลือกตั้งรอบหน้า จะเห็นหน้าตาคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศเกินกว่า 50% โดยมีคนรุ่นเก่าผสมผสานกันไป เห็นได้จากการที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญผู้ที่เป็นมืออาชีพจริงๆมาบริหารกระทรวงที่มีความสำคัญเฉพาะด้าน อย่างกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม เป็นต้น
ด้านนายสมชาย กล่าวว่า นายพิพัฒน์มาทาบทามใน 2 เขตที่ตนดูแลอยู่ คือ ตรังเขต 3 และเขต4 ส่วนคำตอบนั้นจะออกมาหลังวันที่ 18 ตุลาคมนี้ที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายพิพัฒน์ก็ได้ให้เกียรติมาเยี่ยมถึง 2 ครั้งแล้วซึ่งถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับพวกเรา เมื่อถามว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยมาทาบทามถึง 2 ครั้งแล้ว ใจอ่อนหรือยัง นายสมชายกล่าวว่า ตนเป็นคนไม่รีบ ทุกย่างก้าวช้าๆแต่มั่นคง เพราะการเมืองระดับชาติจะคุยแบบปุ๊บปั๊บไม่ได้ ต้องรอเวลาและรอความเหมาะสมเพราถะเราอยู่ปชป.มานาน 30 กว่าปี ก่อนจะอยู่หรือไปก็อาลัยอาวรณ์ แต่ต้องประกอบกันด้วยเหตุด้วยผล นายพิพัฒน์มาหาตนถือว่าให้เกียรติ ครั้งก่อนมีนายเนวิน ชิดชอบ มาด้วย ก็ยิ่งเป็นเกียรติมาก ดังนั้นในการตัดสินใจจะไปจะมาเราต้องดูปัจจัยหลายอย่าง หลังวันที่ 18 ตุลาคมนี้จะได้ความชัดเจน