โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ไทย–สหรัฐฯ”จ่อปิดดีลภาษีทรัมป์สิ้นปี 68 ยกเว้นสินค้าไทย 4 กลุ่ม ไม้ถูกเก็บภาษีตอบโต้

Thairath Money

อัพเดต 05 ต.ค. 2568 เวลา 22.44 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2568 เวลา 23.48 น.
ภาพไฮไลต์

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการเจรจาทางเทคนิคกับสหรัฐฯ ภายหลังจากที่สหรัฐฯได้ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ไทย 19% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.68 ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมเจรจาประเทศไทย (ทีมไทยแลนด์) ระดับเจ้าหน้าที่ ที่ประกอบด้วยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เจรจาทางเทคนิคกับสหรัฐฯรอบแรกแล้ว โดยเป็นการเจรจาในภาพรวมของประเด็นต่างๆ ที่จะบรรจุอยู่ในเอกสารความตกลงว่าด้วยภาษีตอบโต้ระหว่างไทย-สหรัฐฯ เช่น การเปิดตลาดสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ, การค้าบริการ, การลงทุน, การแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าด้านต่างๆ, การลด/เลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี (เอ็นทีบี) เป็นต้น ส่วนประเด็นกฎถิ่นกำเนิดสินค้ายังไม่ได้ข้อสรุป

ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายตั้งเป้าหมายเจรจาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว หรือภายในสิ้นปี 68 หากจบได้จริง ทั้ง 2 ฝ่ายจะดำเนินการกระบวนการภายในเพื่อลงนามความตกลงร่วมกัน โดยไทยจะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภา ก่อนการลงนาม เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งกระบวนการเพื่อนำไปสู่การลงนามนั้น น่าจะไม่ทันภายในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

สำหรับกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ที่จะเป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้กำหนดว่า สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากไทย และส่งออกไปสหรัฐฯ จะสามารถใช้วัตถุดิบ และส่วนประกอบในไทย หรือวัตถุดิบและส่วนประกอบจากสหรัฐฯและประเทศพันธมิตรในสัดส่วนเท่าไร จึงจะได้รับสิทธิ์เสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯในอัตรา 19% หรือหากจะใช้จากประเทศไม่พึงประสงค์ จะต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯในอัตราที่สูงกว่า 19% หรือไม่นั้น การหารือรอบแรก เป็นเพียงการหารือกันอย่างกว้างๆ และยังไม่ได้ข้อสรุปตัวเลขสัดส่วนการใช้วัตถุดิบ

ส่วนกรณีการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯนั้น เป็นเพียงการหารือในประเด็นกว้างๆ ช เพราะไทยมีกฎหมายห้ามใช้แรคโตพามีน สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยง และห้ามพบปนเปื้อนในเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ที่วางขายในท้องตลาดโดยเด็ดขาด ซึ่งต้องเจรจาต่อเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 ก.ย.68 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อปรับเปลี่ยนรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นจากการถูกเก็บภาษีตอบโต้ มีผลวันที่ 8 ก.ย.68 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐฯไม่สามารถเพาะปลูก ทำเหมืองแร่ ผลิตได้ตามธรรมชาติ หรือผลิตได้เองแต่ไม่เพียงพอ ประกอบด้วย 4 กลุ่ม หลายพันรายการ ได้แก่ 1.เครื่องบินและชิ้นส่วนบางรายการ 2.ยารักษาโรคที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตร และส่วนผสมในการผลิตยาบางรายการ 3.ทรัพยากรธรรมชาติและสินค้าจากทรัพยากรเหล่านั้นที่สหรัฐฯไม่มี และ4.สินค้าเกษตรบางรายการ ที่สหรัฐฯปลูกไม่ได้ หรือปลูกได้แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ รวมทั้งสินค้าอีกส่วนหนึ่ง ที่สหรัฐฯจะยกเว้นภาษีตอบโต้ให้เมื่อมีการเจรจาทางเทคนิคเป็นที่น่าพอใจของสหรัฐฯ

สำหรับสินค้าไทย ที่จะได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีตอบโต้ เช่น สินค้ากลุ่มยางแผ่นรมควันและผลิตภัณฑ์ยางบางรายการ ที่ปี 67 ไทยส่งออกไปสหรัฐฯประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, ส่วนประกอบยางบางรายการ ที่ไทยส่งออก 2 ล้านเหรียญฯ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าไทยบางรายการ ที่อาจได้รับการยกเว้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรมว.พาณิชย์สหรัฐฯ และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เช่น เนื้อปลาทูน่าแช่แข็ง ปี 67 ไทยส่งออก 37 ล้านเหรียญฯ, มะพร้าวสด 19 ล้านเหรียญฯ, สับปะรดสด และอบแห้ง 10 ล้านเหรียญฯ, ดอกกล้วยไม้สด 9.3 ล้านเหรียญฯ, ทุเรียนสด 5 ล้านเหรียญฯ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไทย–สหรัฐฯ”จ่อปิดดีลภาษีทรัมป์สิ้นปี 68 ยกเว้นสินค้าไทย 4 กลุ่ม ไม้ถูกเก็บภาษีตอบโต้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...